|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ ตุลาคม 2547
|
 |
ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการเคลื่อนไหวที่มีสีสันครั้งแรกๆ ของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียนเกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ แม้ว่าความเคลื่อนไหวที่ว่านี้ดูจะมาช้ากว่าธนาคารทั้งหลาย อย่างน้อย 2 ปีทีเดียว
เริ่มต้นเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงาน เปิดฉากโฆษณา www.bangkokbank.com และตามด้วยการส่งเสริมการขายสินเชื่อบ้านในลักษณะสินค้าคอนซูเมอร์ มีการลด แลก แจก แถม อย่างเอาจริงเอาจัง เป็นการโฆษณาสินค้าในช่องทางสมัยใหม่ ตามแบบฉบับของธุรกิจแห่งยุคสมัย ซึ่งว่าไปแล้วธนาคารอื่นๆ ได้ดำเนินการในสิ่งที่เรียกว่า "ทันสมัย" ทำนองนี้มาแล้วทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้น่าสนใจทีเดียว
ธนาคารกรุงเทพดูเหมือนมีการเปลี่ยนเชิงโครงสร้างน้อยมาก ในช่วงก่อนและหลังวิกฤติการณ์ โดยเฉพาะผู้บริหารที่ประสมประสานระหว่างคนรุ่นพ่อ (ชาตรี โสภณพนิช) ที่ดูแลงานนโยบายและงานสำคัญระดับบนกับคนรุ่นลูก (ชาติศิริ โสภณพนิช) ที่กำลังสะสมประสบการณ์เตรียมเข้ามาสืบทอดภารกิจ และคงไม่มีประสบการณ์ใดสำคัญเท่าในช่วงวิกฤติการณ์ครั้งใหญ่ของธนาคารไทย
โมเดลนี้ดำเนินมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี ถือเป็นโมเดลกิจการขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนานพอสมควร มีความคิดหลักแหลมและเข้าใจองค์ความรู้ขององค์กรที่น่าศึกษาไม่น้อย
การพิจารณาความเปลี่ยนแปลงเชิงฉาบฉวย ไม่มีความสำคัญเท่าผลประกอบการ ระบบธนาคารไทยบอบช้ำกับวิกฤติการณ์ ธนาคารทุกแห่งขาดทุนกันอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 ปี (2541-2543) เช่นเดียวกับธนาคารกรุงเทพ ขาดทุนมา 3 ปีเช่นเดียวกัน แล้วจากนั้นผลประกอบการมีกำไรติดต่อกันมา 3 ปี เช่นเดียวกัน และปี 2546 กำไรมากเป็นประวัติการณ์ แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างที่ดูอนุรักษนิยมนั้นไม่ได้มีปัญหาในเรื่องความสามารถแต่อย่างใด
ผู้บริหารรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ของธนาคารแห่งนี้ ตัดสินใจร่วมกันทำสิ่งใหม่ๆ ในปลายปีที่ 4 ที่มีกำไร
ในความเป็นจริงธนาคารแห่งนี้ปรับปรุงภายใน (ทั้งทางความคิด แผน และระบบธุรกิจ) มาตลอดในช่วงวิกฤติการณ์ และผลที่ออกมาสู่ลูกค้ายังดูไม่มากนัก แตกต่างจากครั้งนี้ที่ดูตั้งใจจะใช้กลวิธีธุรกิจที่อ้างกันว่า สมัยใหม่ สอดคล้องกับกระแสคนรุ่นใหม่อะไรเทือกนั้น
"ธนาคารกรุงเทพจัดแฟชั่นโชว์แนะนำเครื่องแบบใหม่ภายใต้แนวคิดล้ำสมัย 'Vibration of One, Power of All' หรือ 'พลังแห่งปัจเจก พลวัตแห่งองค์รวม' เมื่อวันพุธที่ 1 กันยายน 2547
แฟชั่นโชว์ของธนาคารกรุงเทพจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ สีลม โดยมีบุคลากรของธนาคารเป็นผู้แสดงแบบเดินแฟชั่น โชว์ชุดใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมดูดีกับผู้สวมใส่ทุกวัย
การเปิดตัวเครื่องแบบในดีไซน์ใหม่เป็นพัฒนาการล่าสุดจากการปรับปรุงการบริการลูกค้าของธนาคาร ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การปรับปรุงรูปแบบและขยายเครือข่ายสาขา เพิ่มประสิทธิภาพบริการเอทีเอ็มและธนาคารทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อลูกค้า และปรับปรุงระบบเทคโนโลยีใหม่"
แถลงการณ์ของธนาคารกรุงเทพว่าเอาไว้ เป็นคำอธิบายจากกิจกรรมธรรมดา แต่มีความหมายที่สำคัญเป็นภาพความต่อเนื่องมาสู่การเปิดเว็บไซต์ใหม่กับบริการธนาคารรายย่อยอย่างเต็มตัว
มีคนถามว่าเป็นกลยุทธ์ที่ล่าช้าหรือไม่ ผมว่านี่มิใช่คำถามที่ดี คำถามที่น่าถามน่าจะเป็นว่า บทเรียนนี้ให้อะไรกับคุณบ้าง
|
|
 |
|
|