"เปรมชัย" ไม่หวั่นเหล็กปรับราคายังรับได้ แม้จะส่งผลให้มาร์จิ้น ITD ลด แต่ปีนี้มีงานเพียบ ฟุ้งฟันรายได้ถึง 2.4 แสนล้านบาท ยันปีนี้ยังไม่เพิ่มทุน เพราะกระแสเงินยังคงมีเพียงพอ และวงเงินกู้จากสถาบันการเงินยังเหลืออีก ฟุ้งปีหน้าได้งานที่อินเดีย ถึง 2 หมื่นล้านบาท
นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) (ITD) เปิดเผยผลกระทบจากการปรับขึ้นของราคาเหล็กว่า จะไม่กระทบผลการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากราคาเหล็กเมื่อช่วงครึ่งปีแรกปรับขึ้นถึง 23-24% และเริ่มทรง ตัว และไตรมาส 3 ราคาเหล็กปรับขึ้น 22% ถือว่าเป็นราคาที่ยังพอรับได้เพราะถือว่าไม่ได้มากเกินกว่าช่วงที่ผ่านมา และจะไม่กระทบต่อต้นทุนการผลิตเท่าใดนัก แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อมาร์จิ้นของบริษัทที่มีเพียง 9-10% ซึ่งลดลงจากปี 46 แต่เมื่อเทียบปริมาณงานแล้วพบว่าสูงขึ้นกว่าปีก่อนมาก
สำหรับเรื่องการเพิ่มทุนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่บริษัทต้องใช้เงินเพื่อการลงทุนมูลค่าสูง แม้ว่าโครงการลงทุนในการสร้างเขื่อนน้ำเทินและโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ที่ใช้เงินหลายพันล้านบาท แต่ ITD ได้ใช้เงินลงทุนสำหรับปีนี้ไปแล้ว และหากต้องการเม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีก ก็อาจต้องหันไปกู้ เงินเป็นแบบโปรเจกต์ไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินได้ เพราะ ITD ก่อนหน้านี้บริษัทได้เงินมาแล้วถึง 2 พันล้านบาท ขณะที่ได้วงเงินถึง 4 พันล้านบาท ซึ่งหากบริษัทต้องกู้เงินมาเต็มวงเงิน จะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ สินต่อทุน (D/E RATIO) เพิ่มจาก 0.6 เท่าเป็น 0.8 เท่า ซึ่งบริษัทจะรักษาอัตราส่วนนี้ไม่ให้เกินกว่า 1 เท่า
นายเปรมชัยกล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทปีนี้ว่า จะมีราย ได้ 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 46 ที่มีเพียง 18,000 ล้านบาท ซึ่ง ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ส่วนปี 48 ITD คาดว่าจะได้รับการคัดเลือกจากรัฐในโครงการโปรเจกต์ใหญ่ ๆ คาดจะเป็นผู้รับเหมาที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของผู้รับเหมารายใหญ่ของประเทศ และจะมีส่วนแบ่งจากการ ประมูลงานถึง 45% ซึ่งเป็นรายได้จากงาน MTR ยังไม่รวมโครงการรถไฟใต้ดิน และอื่น ๆ ส่วนการลงทุน ขณะนี้คิดเป็นในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% ซึ่งสัดส่วนการลงทุนนี้อาจเปลี่ยนแปลงไปตาม งานที่ประมูลได้
อย่างไรก็ตาม ปีหน้าบริษัทจะ เข้าไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มอีก 2-3 แห่ง โดยจะเข้าร่วมประมูลในประเทศ บังกลาเทศ อินเดียและฟิลิปปินส์ โดยที่อินเดียคาดว่าจะชนะงานประมูลหลายโครงการ จนทำให้มีงานในมือ (BACKLOG) มูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท
ปัจจุบัน ITD มีกระแสเงินสดอยู่ 1-2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการลงทุนในปีนี้ เพราะหากต้องการลงทุนอีกก็อาจต้องเพิ่มทุน ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจะไม่ใช่ปีนี้แน่นอน เพราะการลงทุนในปีนี้ยังมีเงินทุนเพียงพอ และทุกโครงการที่จะลงทุนในปีนี้ บริษัทเดินหน้าไปแล้วเกือบทั้งสิ้น
ล่าสุดบริษัทฯ ได้ลงนามสัญญาก่อสร้าง จำนวน 2 โครงการ มูลค่างานรวมทั้งสิ้น 247 ล้านบาท โดยเป็นโครงการก่อสร้างฐานรากในทะเลของโครงการสายส่งโรงไฟฟ้า BLCP มูลค่าประมาณ 148 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างบ้าน หัวหินมูลค่าประมาณ 98 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ ITD ได้ร่วมลงนามกับบริษัท โอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ทาเกนากะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในสัญญาก่อสร้างเพิ่มเติมกับ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) เพื่อดำเนินงานก่อสร้างโครง การก่อสร้างอุโมงค์สิ่งอำนวยความ สะดวกเชื่อมอาคาร Satellite ด้านทิศใต้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ
โดยลักษณะงานก่อสร้างประกอบด้วย งานก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินเพื่อใช้สำหรับการติดตั้งระบบ ขนส่งผู้โดยสารภายในสนามบิน และระบบลำเลียงกระเป๋าเดินทางระหว่างอาคารทางเดินผู้โดยสาร และอาคาร Satellite ในอนาคต และถนนเชื่อมต่อระหว่างอาคาร และสถานีขนส่งผู้โดยสาร 1 สถานี เพื่อเชื่อมต่ออาคารเทียบเครื่องบิน โดยโครงสร้างงานอุโมงค์เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง 54 เมตร ลึก 10 เมตร มีความยาว 812 เมตร ตัวสถานีเป็นอาคารคอนกรีตเสริม เหล็กผสมโครงสร้างเหล็ก
มูลค่าโครงการรวมเท่ากับ 3,890,801,916 บาท ส่วนของ ITD 40% คิดเป็นเงินประมาณ 1,556,320,766.40 บาท (ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาก่อสร้าง 515 วัน
|