Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 กันยายน 2547
BNT เทกระจาดหุ้นบริษัทพาโนราม่าฯอ้างภาระหนี้เพียบไม่คุ้มกับการลงทุน             
 


   
www resources

โฮมเพจ บีเอ็นที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
โฮมเพจ พาโนรามา ด็อกคิวเมนทอรี่

   
search resources

บีเอ็นที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, บมจ.
พาโนรามา ด็อกคิวเมนทอรี่, บจก.
Entertainment and Leisure




BNT ขายทิ้งหุ้น "พาโนราม่า ดอคคิวเมนทารี่" ทั้งหมด 89.39% เนื่องจากไม่คุ้มกับการ ลงทุน ฯ เพราะหลังซื้อกิจการและรับโอนหุ้นมา พร้อมกับได้เข้าทำการตรวจสอบบัญชีของพาโนราม่า พบว่า ยังคงมีหนี้สินค้างชำระแก่เจ้าหนี้รายอื่นๆ อีกหลายราย จึงขายให้กับ อิน-บีท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ตเวิร์ค ราคาหุ้นละ 20 สตางค์

นางสาวดวงจิต สุพัฒนศิรินันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท บีเอ็นที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน ) (BNT) แจ้งว่าจากการที่บริษัทฯ ได้เข้าถือหุ้นในบริษัท พาโนราม่า ดอคคิวเมนทารี่ จำกัด (พาโนราม่า) เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2547 จำนวน หุ้นที่เข้าถือ 4,022,700 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 89.39 ด้วยการรับโอนหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของ พาโนราม่า 7 ราย ในราคาหุ้นละ 20 สตางค์ (Book Value) คิดเป็นมูลค่า 804,540 บาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ มิได้ชำระค่าหุ้นใดๆ ให้กับพาโนราม่านั้น เนื่องจากการรับโอนหุ้นดังกล่าว ผู้ถือหุ้นเดิมได้นำหุ้นซึ่งเป็นทรัพย์สินของตนเองที่ถืออยู่มาชำระหนี้ค่าเช่าอาคาร และค่าสาธารณูปโภคฯ ในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน 2545 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2547 จำนวนรวม 3,008,494.20 บาท ที่พาโนราม่าค้างชำระต่อบริษัทฯ แทนการชำระด้วยเงินส่วนหนึ่ง ซึ่งหลังการทำรายการโอนหุ้นเดิมทั้ง 7 รายของพาโนราม่าแล้ว พาโนราม่ายังคงเหลือหนี้ ดังกล่าวที่ต้องชำระแก่บริษัทฯ อยู่เป็นจำนวนเงิน 2,203,954.20 บาท นั้น

หลังจากบริษัทฯ ได้รับโอนหุ้นดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ ได้เข้าทำการตรวจสอบบัญชีพาโนราม่า พบว่าพาโนราม่ายังคงมีหนี้สินค้างชำระแก่เจ้าหนี้รายอื่นๆ นอกเหนือจากบริษัทฯ อีกหลายราย

ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงต้องทำการตรวจสอบถึงความคุ้มทุนแก่การที่เข้าเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่ และผลจากการตรวจสอบแล้ว บริษัทฯ เห็นว่า บริษัทไม่ควรที่จะถือหุ้นในพาโนราม่า จำนวน 4,022,700 หุ้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 89.39 ของพาโนราม่า ต่อไป บริษัทฯ จึงได้ขายหุ้นทั้งจำนวน ดังกล่าวในราคาหุ้นละ 20 สตางค์ คิดเป็นมูลค่า 804,540 บาท ให้แก่บริษัท อิน-บีท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2547 โดยทั้งนี้มูลค่าของหุ้นที่ขายนั้น บริษัทฯ ได้ขายไปตามมูลค่าที่บริษัทฯ ได้รับมาจากการชำระหนี้จากผู้ถือหุ้นเดิม

อนึ่ง บริษัท อิน-บีท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้ซึ่งที่ได้ซื้อหุ้น พาโนราม่า ไปจากบริษัทฯ นั้น เป็นบริษัทฯ ที่ไม่มีความเกี่ยวโยงใดๆ กับบริษัท บีเอ็นที เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และอีกทั้งขนาดของรายการ เมื่อคำนวณตามเกณฑ์ของประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกัน และประกาศการได้มาซึ่งสินทรัพย์ เข้าข่ายในข้อยกเว้นที่บริษัทฯ มิต้องขออนุมัติการทำรายการจากคณะกรรมการ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า BNT เพิ่งจะเข้าซื้อหุ้น พาโนราม่า ดอคคิวเมนทารี่ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทดังกล่าว ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตรายการสารคดีเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ โดยมีคณะผู้ร่วมปฏิบัติงานประมาณ 30 คน จำนวน หุ้นที่เข้าถือ 4,022,700 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 89.39

โดยการซื้อหุ้นดังกล่าว ได้มีการทำหนังสือสัญญารับใช้แทนพาโนราม่า ได้มีการทำหนังสือสัญญารับใช้หนี้แทน พาโนราม่า กับบริษัทฯ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2547

ขณะที่ผลการดำเนินงานของ BNT ไตรมาสล่าสุดพบว่า บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 73.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 41.99 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มจาก 6 สตางค์ต่อหุ้นเป็น 11 สตางค์ต่อหุ้น   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us