|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
|
 |
MODERN เดินหน้านำ บริษัท ไทยพลาสแพ็ค จำกัด (มหาชน) เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอปลายปีนี้ หวังสิทธิประโยชน์ด้านภาษี เร่งระดมทุนขยายการดำเนินธุรกิจ ส่วนผลการดำเนินงานปีนี้คาดมีกำไรสุทธิกว่า 270 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดจ่ายปันผล 2.75 บาทต่อหุ้น มั่นใจแนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2 ปีข้างหน้าโตไม่ต่ำกว่า 30%
นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MODERN) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมนำ บริษัท ไทยพลาสแพ็ค จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 60% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยกำหนดแผนจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ในเดือนกันยายนนี้ และมีบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งจะกำหนดขายหุ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
สำหรับแผนระดมทุนของบริษัท ไทยพลาสแพ็ค จำกัด(มหาชน) นั้น จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 20 ล้านหุ้น เสนอขายต่อประชาชน ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มจาก 80 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท มูลค่าที่ตรา ไว้ (พาร์) ละ 1 บาท ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทลดลงเหลือ 48% สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการขายหุ้นในครั้งนี้เพื่อ ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทลูกแห่งนี้ดำเนินธุรกิจพลาสติกและหีบห่อ
นายทักษะกล่าวว่า ปีนี้ MODERN ตั้งเป้ายอดขายรวมบริษัทย่อยจะมีจำนวน 2,700 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 270 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าในปีนี้จะสามารถจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ประมาณหุ้นละ 2.75 บาท
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในอีก 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% เนื่องจากมีการขายสินค้าใหม่ ล่าสุดได้เปิดแผนกเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ รวมทั้งมีความเชื่อมั่นว่าในอีก 2 ปีข้าง หน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งจะทำให้ธุรกิจต่างๆ ตลอดจนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวตาม ทำให้เกิดความต้องการใช้สินค้าเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัท 40% มาจากเฟอร์นิเจอร์สำนักงานออฟฟิศ 33% จากเฟอร์นิเจอร์บ้าน 22% อุปกรณ์ตกแต่ง และ 5% เพื่อการส่งออก
นายทักษะ กล่าวว่า กรณีราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกระทบต่อวัตถุดิบของบริษัทบางชนิดที่เกี่ยวกับพลาสติกและโลหะ ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเนื่อง จากบริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามราคาต้นทุนที่พุ่งสูง ซึ่งแต่ละปีบริษัทได้มีการปรับสินค้าขึ้น ซึ่งบริษัทก็ได้ปรับราคาสินค้าประมาณ 5-8% เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 30% ได้ ซึ่งกำหนดเป้าหมายจะทำให้เพิ่มปีละ 0.5%
ปัจจุบันโมเดอร์นฟอร์มฯ มีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศและตกแต่งบ้านอันดับเฉลี่ยประเภทละ 30% ถือเป็นอันดับหนึ่ง แม้ว่าจะมีคู่แข่งเข้ามารุกการตลาดมากขึ้นทั้งโฮมโปร และอินเด็กซ์ แต่มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากโมเดอร์นฟอร์มฯ เจาะลูกค้าระดับบน ขณะที่ทั้ง 2 ราย ทำตลาดระดับกลางถึงล่าง
สำหรับประมาณการยอดขายในช่วง 3 ปีของ MODERN ตั้งแต่ปี 2547-2549 คาดว่าในปี 2547 จะมียอดขายประมาณ 2,055 ล้านบาท ส่วนปี 2548 เพิ่มเป็น 2,400 ล้านบาท และปี 2549 เพิ่มเป็น 2,750 ล้านบาท
ขณะที่ประมาณการผลประกอบการในช่วง 3 ปีข้างหน้า คาดว่าในปี 2547 จะมีกำไรสุทธิ 256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2548 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 307 ล้านบาท และปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 368 ล้านบาท
|
|
 |
|
|