Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน2 กันยายน 2547
ดบ.ขยับขึ้นปลายปี48 "หม่อมอุ๋ย" ชี้สินเชื่อโตดึงสภาพคล่องลด             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย

   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.
Interest Rate




ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มปรับขึ้นช่วงปลายปี 2548 เหตุจากสภาพคล่องเริ่มลดลงและจะหมดไปในสิ้นปีหน้า จากปัจจุบันสภาพคล่องสุทธิเหลืออยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท บวกกับอัตราการขยายตัวของสินเชื่อสูงกว่าเงินฝาก ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มนิ่ง ทำให้คลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่าการซื้อขายที่ดิน ก.ค.-ส.ค. เฉลี่ยเดือนละ 4 หมื่นล้าน

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในประเทศว่า จากการพิจารณาตัวเลขสภาพคล่องส่วนเกินสุทธิในปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 200,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสภาพคล่องจะลดลงหรือหมดไปในช่วงปลายปีหน้า เพราะขณะนี้อัตราการขยายตัวของสินเชื่อเริ่มสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเงินฝาก โดย ณ สิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอัตราการขยายตัวสินเชื่ออยู่ที่ 6.3% ขณะที่อัตราเงินฝากขยายตัวอยู่ที่ระดับ 4.5%

"จำนวนสภาพคล่องจริงๆ ในระบบธนาคารพาณิชย์เหลืออยู่ประมาณ 200,000 ล้านบาทเท่านั้น แม้ว่าสภาพคล่องทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 500,000 ล้านบาท แต่ในส่วน 300,000 ล้านบาทนั้น เป็นส่วนที่แบงก์พาณิชย์นำไปลงทุนในพันธบัตรระยะยาว จึงไม่ถือว่าเป็นสภาพคล่องส่วนเกินที่แบงก์จะนำมาปล่อยกู้ จากสภาพคล่องที่คาดจะหมดในช่วงปลายปี 2548 จะกดดันให้อัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปีหน้าเช่นเดียวกัน"

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ธนาคารพาณิชย์จะปรับอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของแต่ละแห่ง รวมถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ แต่จะต้องปรับขึ้นทั้งดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ รวมทั้งจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบด้านต่างๆ ด้วย เช่น ผลกระทบต่อนักลงทุน ผลกระทบต่อประชาชน เป็นต้น

"ดอกเบี้ยจะปรับเพิ่มขึ้นเท่าใดนั้น ไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น การขยายตัวของสินเชื่อ การขยายตัวของเศรษฐกิจ การลงทุนภาคเอกชน หรือการส่งออก เป็นต้น เนื่องจากอัตราการใช้กำลังผลิตและภาคการส่งออกยังขยายตัวได้ดีอย่างในปัจจุบัน ก็เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะปรับขึ้นในปลายปีหน้า"

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเริ่มลดลง ทำให้ ธปท.เริ่มสบายใจขึ้น และเป็นห่วงด้านเงินเฟ้อน้อยลง เพราะการที่ราคาน้ำมันปรับ เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ส่วนราคาที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรไม่สามารถตอบได้ต้องจับตาดูแนวโน้มในตลาดโลก ซึ่ง ธปท.จะติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

"ราคาน้ำมันเริ่มนิ่ง ทุกอย่างคงจะดีขึ้นเอง แต่ยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มในระยะต่อไป สำหรับภาคการบริโภคที่ขยายตัวลดลงนั้น ธปท.ได้คาดการณ์ไว้แล้ว ไม่น่าตกใจอะไร เพราะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการบริโภคสินค้าคงทนไปมากแล้ว ทำให้ปีนี้การบริโภคขยายตัวลดลงบ้าง ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้จะมีการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน" ผู้ว่าการธปท.กล่าว

ส่วนประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจจะต้องมีเสนอแนวทางแก้ด้วยนั้น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ธปท. ได้ยึดแนวนโยบายนี้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

อสังหาริมทรัพย์ขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น นางสาว นิตยา พิบูลย์รัตนกิจ ผู้อำนวยการอาวุโสสายนโยบายการเงิน ฝ่ายเศรษฐกิจภายในประเทศ ธปท. กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง แม้ว่าก่อนหน้านี้ ธปท. จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) อีก 0.25% พิจารณาจากมูลค่าการซื้อขายที่ดินในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคมที่ผ่านมามีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยสูงขึ้น 40,000 ล้านบาทต่อเดือน เท่ากับช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวสูงสุดในปี 2539

รายงานข่าวจาก ธปท. แจ้งเพิ่มเติมว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2547 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังขยายตัวสูง โดยมูลค่าการซื้อขายที่ดิน 243,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.1% เมื่อเทียบกับปี 2546 ที่มูลค่าการซื้อขายที่ดินทั้งปีมีจำนวน 436,998 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงกดดันทางด้านราคาของที่อยู่อาศัย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และการปรับเพิ่มราคาประเมินที่ดินและค่าจ้างแรงงานก่อ สร้างที่มีฝีมือ   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us