|
Today's News
Cover Story
New & Trend
Indochina Vision
GMS in Law
Mekhong Stream
Special Report
World Monitor
on globalization
Beyond Green
Eco Life
Think Urban
Green Mirror
Green Mind
Green Side
Green Enterprise
Entrepreneurship
SMEs
An Oak by the window
IT
Marketing Click
Money
Entrepreneur
C-through CG
Environment
Investment
Marketing
Corporate Innovation
Strategising Development
Trading Edge
iTech 360°
AEC Focus
Manager Leisure
Life
Order by Jude
The Last page
ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ ฉบับ กันยายน 2547
|
 |

เพื่อนสาวไทยเดินทางไปเยี่ยมลูกชายนักศึกษาที่ฝึกงานในกรุงโตเกียว เธอส่งเสียงมาตามสายว่าอยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นอีก บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบและเขียวชะอุ่มร่มรื่น เธอเข้าใจแล้วว่าฝรั่งเศส ผลิตสินค้าหรูเพื่อใคร ก็เพื่อให้สาวญี่ปุ่นบริโภคโดยเฉพาะ ด้วยว่าสาวญี่ปุ่นมีสินค้าแบรนด์เนมแนบกายกันถ้วนหน้า
ไม่ใช่เรื่องแปลกหากชาวฝรั่งเศสจะบริโภคสินค้าแบรนด์เนมนั้น ด้วยว่าเป็นสินค้าที่ประเทศของตนเป็นผู้ผลิต ถึงกระนั้น ใช่ว่าชาวฝรั่งเศสทุกคนจะนิยมสินค้า หรูราคาแพงอย่างไม่ลืมหูลืมตา สามีชาวเทศของสาวไทย หลายคนไม่ชื่นชอบที่ภรรยาถือกระเป๋าหลุยส์ วิตตองทุกครั้งจะบอกให้ภรรยาไปเปลี่ยนกระเป๋าถือเสียใหม่ หนุ่มเทศเหล่านี้ไม่ยอมอุทิศตนและรวมไปถึงผู้เดินข้างเคียงเพื่อแบกโลโกแบรนด์เนม ไม่ใช่เรื่องที่จะช่วยโฆษณาสินค้าให้ชาวบ้าน
สาวไทยในเมืองเทศมีชีวิตที่เรียบง่ายกว่าครั้งที่อยู่กรุงเทพฯ หากไม่ได้ทำงานนอกบ้าน จะเป็นแม่บ้านเต็มตัว ทำบ้านให้เป็นบ้านสำหรับครอบครัว ยามค่ำคืน ไม่ต้องโลดแล่นออกไปท่องราตรี ดื่มเหล้าเคล้าเสียงเพลง ไม่จำเป็นต้องแต่งกายหรูหราเพราะมีหน้าตาในสังคม หรือตะกายเพื่อให้เป็นที่รู้จักในสังคมที่ไม่เคยคุ้น ซึ่งหลายคนมีอาการแปลกๆ หลุดอยู่บ่อยๆ
วันที่อากาศดีครูนำลูกศิษย์สาวน้อยไปทัศนศึกษา โบสถ์โนเทรอะ-ดาม เดอ ปารีส์ (Notre-Dame de Paris) มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นนักเรียนจากโรงเรียนญี่ปุ่น ด้วยว่าสาวน้อยทุกคนพันผ้าพันคอยี่ห้อเบอร์เบอรี (Burberry) ชาวญี่ปุ่นบ้ายี่ห้อสินค้าหรูมาก การเดินทางมาฝรั่งเศสมิได้มีจุดหมายท่องเที่ยวเพื่อซึมซับวัฒนธรรมอย่างจริงจัง บาทหลวงชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่งใช้เวลาว่างในโบสถ์โนเทรอะดาม เดอ ปารีส์ เพื่ออธิบายศิลปะและศาสนา แก่นักท่องเที่ยว
ท่านกล่าวว่านักท่องเที่ยวชาวไทยสนใจ ใคร่รู้ หรืออาจเพราะเกรงใจ จึงตั้งใจฟังอย่างดี ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นไม่สนใจวัฒนธรรมแม้แต่น้อย มาเที่ยวก็เพื่อถ่ายรูปกับสถานที่ต่างๆ ให้รู้ว่าได้มาแล้วนะ และสามารถโอ้อวดได้ยามกลับบ้าน ฟังแล้ว ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ด้วยว่าบาทหลวงท่านนี้ใช้ชีวิตในญี่ปุ่นนับสิบปี ท่านน่าจะชื่นชอบญี่ปุ่นมากกว่าวิพากษ์ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังหลั่งไหลมาฝรั่งเศส เดินไปทางไหน ไม่เคยพลาดที่จะปะปังสาวญี่ปุ่น เห็นได้จากการแต่งตัวที่เป็นลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะสินค้าหรูที่แนบกายที่น่าทึ่งคือสาวญี่ปุ่นมาเที่ยวกันเองเยอะมาก นานๆ ถึงจะเห็น หนุ่มติดสอยห้อยตามมาด้วย
หลังจากที่จีนเปิดประเทศสู่โลกภายนอกและเศรษฐกิจเฟื่องฟู จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนมุ่งสู่กรุงปารีสมากอย่างเห็นได้ชัด และกลายเป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ธุรกิจค้าปลีกของฝรั่งเศสให้ความสำคัญมากกว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเสียอีก กำลังซื้อของประชากรประเทศยักษ์ใหญ่ย่อมมีมาก ห้างสรรพสินค้า Galeries Lafayette ซึ่งมีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว มีทัวร์ จีนลงวันละนับพันคน ทางห้างจัดให้มีการประกาศเป็น ภาษาจีนกลางด้วย บางครั้งแซมด้วยเพลงจีน เอาใจกันสุดๆ หากนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับสร้างความรำคาญ แก่ลูกค้าทั่วไปของห้าง พูดคุยเสียงดังล้งเล้ง วิ่งขอให้ชนชาติอื่นช่วยซื้อสินค้าแบรนด์เนมให้ โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง หรือชาแนล ด้วยว่าสินค้าหรูบางยี่ห้อไม่ยอมขายให้มากกว่าหนึ่งใบต่อหนึ่งคน หรือปฏิเสธการขายโดยสิ้นเชิงหากชื่อผู้ซื้ออยู่ในบัญชีดำ
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ นักท่องเที่ยวจีนมาเป็นอันดับสามตามหลังชาวอเมริกันและชาวอังกฤษ กล่าวคือ 2 ล้านคน ในปี 2004 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 400,000 คน
จวบจนทุกวันนี้ ชาวจีน 60 ล้านคนเท่านั้นที่มีกำลังทรัพย์พอจะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศกับบริษัททัวร์ได้ ทว่านับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2004 เป็น ต้นไป รัฐบาลจีนอนุมัติให้มีการจัดทัวร์เที่ยวประเทศ ยุโรป 27 ประเทศด้วยกัน ทั้งนี้ให้สิทธิพิเศษแก่นักธุรกิจ และข้าราชการก่อนอื่น ฝรั่งเศสจึงคาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวจีนมาก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2003-ตุลาคม 2004 เป็นปีจีนในฝรั่งเศส ประธานาธิบดีหูจินเทาเดินทางมาฝรั่งเศสเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ส่วนประธานา ธิบดีฌาคส์ ชีรักจะเดินทางไปเยือนประเทศจีนในวันที่ 30 ตุลาคม 2004 เพื่อเปิดปีฝรั่งเศสในจีน เชื่อว่าชาวจีนจะหลั่งไหลมายังฝรั่งเศสมากขึ้น
บริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของจีนกล่าวว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศในฝันอันดับแรกของชาวจีน หากชาวจีนมักซื้อทัวร์ 15 วันสำหรับ 8 ประเทศ จึงมีเวลาเพียง 2 วันในปารีส ผู้ประกอบการชาวฝรั่งเศสจึงต้องเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดคลาสสิกให้ กล่าวคือ พิพิธภัณฑ์ ลูฟวร์ หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายส์ และที่ขาดไม่ได้ คือ คาบาเรต์อย่างมูแลง รูจ (Moulin Rouge) ลิโด (Lido) หรือเครซีฮอร์ส (Crazy Horse)
ภาคเอกชนกรุงปารีสเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวจากจีนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รถโค้ช เรือล่องแม่น้ำแซน ห้างสรรพสินค้า หลายฝ่ายเกรงว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนอาจทำให้ค่าห้องโรงแรมสูงขึ้น ห้างสรรพสินค้าน่าจะยินดีมากที่สุด ด้วยว่าชาวจีนซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแบรนด์ เนมอย่างดิออร์ ชาแนล การ์ทีเอร์ ห้างแพรงตองป์ (Printemps) และกาเลอรีส์ ลาฟาแยต (Galeries Lafayette) จัดทางเข้าพิเศษให้นักท่องเที่ยวชาวจีน และมีทีมงานที่ต้อนรับโดยเฉพาะอีกด้วย อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาในการซื้อสินค้า นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายคนละ 530 ยูโรต่อคนในแต่ละวัน เกือบเท่าชาวญี่ปุ่น
นักท่องเที่ยวชาวจีนรู้จักแต่กรุงปารีส แถบโก้ต ดาซูร์ (C๏te d'Azur) ชายทะเลทางใต้ของฝรั่งเศส และปราสาทลุ่มแม่น้ำลัวร์เท่านั้น ธุรกิจท่องเที่ยวของฝรั่งเศสจึงต้องทำงานหนักในการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ให้แก่ชาวจีนผู้มาเยือน
ธุรกิจท่องเที่ยวฝรั่งเศสได้รับผลกระทบจากนโยบายต่างประเทศเมื่อรัฐบาลไม่ยอมร่วมสงครามอิรัก เกิดกระแสปลุกชาวอเมริกันให้เดียดฉันท์ฝรั่งเศส จำนวนนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันจึงลดไปเป็นจำนวนมาก หากฝรั่งเศสได้นักท่องเที่ยวชาวจีนมาชดเชย
|
|
 |
|
|