Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มกราคม 2545








 
นิตยสารผู้จัดการ มกราคม 2545
กระเป๋าเธอ-กระเป๋าฉัน             
โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ
 





ในอดีตกาลนั้น...

ถ้าหนุ่มใดสาวใดได้คู่ครองที่ มั่งคั่ง หรือเป็นทายาทของครอบครัวที่มั่งคั่ง บรรดาขาเม้าท์ทั้งหลายก็มักจะสรุปทุบเปรี้ยงลงไปเลยว่า หนุ่มนั้นสาวนั้นตกถังข้าวสาร มั่นคงมั่งคั่งตามคู่ครองไปด้วย

มาถึงยุคนี้ ยากที่จะเห็นละครชีวิต แบบเดิมอีกต่อไปแล้ว!

หนุ่มสาวที่ทั้งรวยและมีชื่อเสียงร่วมสมัย เขาจัดความสัมพันธ์ทางการเงิน กันอย่างไร วันนี้ดิฉันมีตัวอย่างหนึ่งมาให้ได้รับรู้กันค่ะ

วาเนสซา ลินน์ วิลเลียมส์ (Vanes-sa Lynn Williams) สาวสวยวัย 38 ปี ได้ ครองมงกุฎนางงามอเมริกาผิวดำคนแรก เมื่อปี 2527 ตอนนั้นเธอดังมาก แต่นั่นก็ ยังไม่ดังเท่ากับเมื่อตอนที่เธอประกาศ ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่นิตยสาร เพนต์เฮาส์ (Penthouse) ออกมาแถลงว่า จะตีพิมพ์ภาพเปลือยซึ่งเธอถ่ายไว้ก่อน การประกวด!

สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้ เธอหลบลี้หนีหายไปไหน

ไม่นานหลังจากนั้น วิลเลียมส์ อดีตนักศึกษาด้าน Theater Arts จาก Syracuse University ซึ่งเติบโตมาในบ้านซึ่งอบอวลไปด้วยเสียงดนตรี ก็ได้กลายเป็นนักร้องนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ วันนี้เธอมีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 6 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับเพลงของวิลเลียมส์ที่รู้จัก กันดีก็มี "Save the Best for Last" และ "Dreamin" ส่วนภาพยนตร์ที่บรรดาแฟนๆ ของเธอจำได้ดีก็คือเรื่อง "Eraser" ที่ วิลเลียมส์แสดงนำร่วมกับอาร์โนลด์ ชวาร์ เซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) นอก จากนั้น เธอยังมีงานแสดงที่บรอดเวย์อีกด้วย

ส่วน ริก ฟอกซ์ (Rick Fox) วัย 32 ปี นักกีฬาหนุ่มรูปหล่อของ Los Angeles Lakers ทีมบาสเกตบอลชื่อดังทีมหนึ่งของ NBA (National Basketball Association) เคยสังกัด Boston Celtics มาก่อนในปี 2534 โดยตอนแรกเขามีรายได้เพียง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่พอถึงปี 2540 ตอนที่เขาตัดสินใจออกจาก Celtics รายได้ของเขาตกปีละ 2 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ ซึ่งเมื่อเขามาร่วมทีมกับ Lakers นั้น รายได้เขาลดเหลือ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ ภายในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น เขาก็ได้เซ็นสัญญา 6 ปี กับ Lakers มีมูลค่าสูงถึง 25 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ โดยสัญญานี้จะหมดอายุใน ปี 2547

นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ ฟอกซ์เพิ่งตกลงเซ็นสัญญากับบริษัทรองเท้า Skechers คิดเป็นมูลค่าหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ

สิงหาคม 2541 วิลเลียมส์พบฟอกซ์...

วิลเลียมส์บอกว่า เธอ "ปิ๊ง" เขา เพราะความที่เขามีวุฒิภาวะสมวัย และที่สำคัญ เขาแสดงออกว่า "ต้องการ" เธอตั้งแต่แรก โดยฟอกซ์บอกกับวิลเลียมส์ว่า ถ้าเธอไม่แต่งงานกับเขา เขาจะไม่แต่งงานกับ ใครทั้งนั้น แล้วทั้งคู่ก็แต่งงานกันในเดือน กันยายน 2542

แต่การแต่งงาน ก็ไม่ได้หมายความ ว่า ทั้งคู่จะใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน เหมือน คู่แต่งงานทั่วไป

วิลเลียมส์ยังคงใช้เงินจากกระเป๋า ของเธอ เช่นเดียวกับฟอกซ์ ที่ยังคงใช้เงิน จากกระเป๋าของเขา!

แม้ว่า เวลานี้ซาชา (Sasha) ลูกสาว ของเขาและเธอจะอายุเกือบ 2 ขวบ แต่ ทั้งวิลเลียมส์และฟอกซ์ก็ยังไม่เคยคุยกัน ถึงเรื่องรวมกระเป๋า!

เมื่อไม่นานมานี้ ทั้งคู่เดินทางไป ฮาวายด้วยกัน แต่บรรดาใบเสร็จค่าใช้จ่าย ของเขาและเธอ จะถูกจัดส่งไปให้ผู้ดูแล ของแต่ละคนจัดการ ไม่มีการปะปนกัน

ไม่เพียงแต่เท่านั้น ทั้งคู่ยังมีบ้าน คนละหลัง

บ้านของริก ฟอกซ์อยู่ทางฝั่ง ตะวันตก ส่วนบ้านของวาเนสซา วิลเลียมส์ อยู่ทางฝั่งตะวันออก

การแยกบ้านกันแบบนี้ ทำให้ง่ายต่อการแยกกระเป๋า เวลาส่วนใหญ่ วิลเลียมส์มักจะอยู่ที่บ้านของเธอที่ Chappaqua รัฐนิวยอร์ก เธอบอกว่าชอบระบบโรงเรียนของทางนี้ ขณะที่ฟอกซ์ใช้ เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ Malibu รัฐแคลิฟอร์เนีย

นอกจากนั้น วิลเลียมส์ยังดูแล ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวกับลูกชายหญิง ทั้ง 3 คนของเธอซึ่งเกิดจากการสมรสครั้ง แรก ส่วนลูกสาวคนเล็กที่เป็นลูกของ เธอกับฟอกซ์นั้น ยังไม่มีการพูดถึงเรื่อง ค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง แต่วิลเลียมส์เชื่อว่า ทั้งสองฝ่ายน่าจะช่วยกันออกในเรื่องที่ เกี่ยวกับการศึกษาของซาชา

สาเหตุที่ทำให้วิลเลียมส์และ ฟอกซ์มีความสัมพันธ์ทางด้านการเงินออก มารูปนี้ น่าจะเป็นเพราะประสบการณ์ เกี่ยวกับชีวิตคู่และชีวิตรัก ที่คนทั้งสองมี มาก่อนหน้านี้...

วิลเลียมส์เล่าว่า 10 ปีที่เธอใช้ ชีวิตคู่ร่วมกับสามีคนแรก - รามอน เฮอร์วีย์ (Ramon Hervey) อดีตผู้จัดการส่วนตัวของ เธอ เฮอร์วีย์จะเป็นผู้ดูแลทางด้านการเงิน ทั้งหมด โดยที่เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่หลังหย่าขาดจากกันในปี 2542 เธอก็ได้เรียนรู้มากขึ้น พร้อมกันนั้น เธอก็ได้ว่าจ้างโรนัลด์ แนช (Ronald Nash) หุ้นส่วนของ Gelfand, Rennert & Feldman ให้มา ช่วยดูแลด้านการเงินต่างๆ ให้

ส่วนฟอกซ์ เงินได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตรักที่จริงจังครั้งแรกของเขา เมื่อผู้หญิงที่เขาคบตอนที่อายุ 24 ปีสมัย ที่อยู่กับ Celtics มีท่าทีว่าจะยึดเขาเป็นที่พึ่ง ฟอกซ์บอกว่าเขารู้สึกตกใจ เมื่อเธอคนนั้นตัดสินใจทิ้งการเรียน เพื่อมาเป็น หญิงคนรักของนักกีฬาอาชีพเต็มตัว!

แต่กระนั้น ทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะแต่ง งานกัน และเกือบจะทันทีทันใดนั้นเอง ที่เขา และเธอต้องถกเถียงกันเกี่ยวกับข้อตกลงก่อน การสมรส ซึ่งหลังจากที่ทนายของฟอกซ์ได้ ร่างข้อตกลงขึ้นมาฉบับหนึ่ง หญิงนั้นถึงกับ ทุบโต๊ะบอกว่า เธอจะไม่มีวันลงลายมือชื่อ ในข้อตกลงดังกล่าว

ถึงขนาดนั้นแล้ว ทั้งคู่ก็ยังคงเดิน หน้าที่จะแต่งงานกันที่ Maui โดยใช้วิธีคุยกับ ทนายทางโทรศัพท์ ซึ่งในวันถัดมา เมื่อทนาย ของฟอกซ์ได้เห็นข้อตกลงที่ทนายของว่าที่ เจ้าสาวทำขึ้น ก็บอกกับนักกีฬาหนุ่มว่า ถ้าเขาลงลายมือชื่อในข้อตกลงนี้ คนรักของ เขาจะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง!

เมื่อเป็นเช่นนี้ ฟอกซ์รู้สึกขัดข้องใจ และบอกกับว่าที่เจ้าสาวของเขาไปว่า ให้ แต่งงานกันโดยที่ไม่ต้องทำข้อตกลงก่อนการ แต่งงานใดๆ ทั้งสิ้น ปรากฏว่า สาวเจ้าไม่ยอม ตอนนั้นเองที่ฟอกซ์หายโง่และดวงตาเห็น ธรรม เขาบอกยกเลิกการแต่งงาน!!

ไม่ช้าไม่นาน ความสัมพันธ์ก็ถึงกาล อวสาน ทั้งๆ ที่ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 1 คน ซึ่ง ฟอกซ์ยังคงส่งเสียอยู่ จากกรณีดังกล่าวทำ ให้ฟอกซ์
ตัดสินใจว่า ถ้าเขาจะคบกับใครอีกใน อนาคต นอกจากเธอคนนั้นจะต้องเป็นคนดี แล้ว เขายังต้องการให้เธอมีอาชีพ และยืนอยู่ ได้ด้วยลำแข้งของเธอเอง

เมื่อพบกับวิลเลียมส์ ฟอกซ์เล่าเรื่อง ที่เคยเกิดกับเขาให้เธอฟัง

วิลเลียมส์บอกว่า กรณีของเธอกับ ฟอกซ์ ทนายของทั้งสองฝ่ายได้ร่างข้อตกลง ระบุว่า ในกรณีที่มีการหย่าร้างเกิดขึ้น แต่ละ ฝ่ายต่างยังคงมีสิทธิในทรัพย์สินที่เป็นของเขา และของเธอ

ถึงแม้ฟอกซ์กับวิลเลียมส์จะใช้เงินคนละกระเป๋า แต่ปรากฏว่ามีคนอีกจำนวนหนึ่งที่มาร่วมใช้เงินในกระเป๋าของฟอกซ์ด้วย นั่นคือ พ่อและน้องของเขา

ฟอกซ์ได้ไปช่วยกู้ธุรกิจน้ำแข็งให้กับ พ่อที่นัสซอ (Nassau) ประเทศบาฮามาส (Bahamas) พร้อมกับส่งน้องเรียนหนังสือ แม้ว่าแม่ของเขาซึ่งหย่าขาดจากพ่อจะไม่ เห็นด้วยในเรื่องนี้ก็ตาม แต่ฟอกซ์บอกว่า เขามีเลือดพ่อ มีเลือด West Indian ฟอกซ์ ภูมิใจในตัวพ่อของเขาที่ก่อร่างสร้างธุรกิจ ด้วยน้ำพักน้ำแรง และช่วยเหลือเกื้อกูล ญาติพี่น้อง

ส่วนความเห็นของวิลเลียมส์ค่อน ข้างจะเอนเอียงไปข้างแม่สามี ด้วยเหตุผล ที่ว่า ตอนนี้ฟอกซ์มีครอบครัวของตัวเอง แล้ว!

การแต่งงานทำให้ความคิดด้าน การเงินของฟอกซ์เปลี่ยนไปไม่น้อย จาก ที่เคยเล่นหุ้นแบบเดียวกับการเล่นการพนัน ที่ลาสเวกัส ก็เปลี่ยนมาเน้นในเรื่องของการลงทุนกับกองทุนรวม (mutual fund) ต่างๆ มากขึ้นถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์คล่องตัว หรือ liquid assets

สำหรับเป้าหมายชีวิตของเขา หลัง จากการเป็นนักบาสเกตบอลก็คือ ไปเอาดีในการเป็นนักแสดง ฟอกซ์เรียนมาทางด้านวิทยุโทรทัศน์และภาพยนตร์จาก University of North Carolina และเคยมีประสบการณ์ด้านการแสดงมาบ้าง จากภาพยนตร์เรื่อง "Eddie" และภาพยนตร์ของ HBO เรื่อง "Oz"

แม้ท้ายที่สุด ทั้งวาเนสซา วิล-เลียมส์ และริก ฟอกซ์ อาจจะมีอาชีพเดียวกัน นั่นคือการเป็นดารานักแสดง

แต่กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า...

ทั้งคู่จะตัดสินใจใช้เงินจากกระเป๋า เดียวกัน!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us