Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน27 สิงหาคม 2547
AOT ปี 47 คาดทำรายได้1.3หมื่นล.ผู้โดยสารเพิ่มจากเปิดบินต้นทุนต่ำ             
 


   
search resources

ท่าอากาศยานไทย, บมจ.
Aviation




AOT คาดปีงบประมาณ 47 สร้างรายได้ถึง 1.3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ 1.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากยอดผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 15% อันเป็นผลดีจากการเปิดให้บริการโลว์คอสต์แอร์ไลน์

นายบัญชา ปัตตนาภรณ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ AOT ในปีงบประมาณ 2547 (สิ้นสุด กันยายน 47) ว่าบริษัทคาดว่าจะมีรายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท สูงกว่าที่ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะจากการเปิดให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์ คอสต์แอร์ไลน์

โดยจากข้อมูลผู้โดยสารช่วง 10 เดือน (สิ้นสุด กรกฎาคม 47) มีผู้โดยสารรวมของทุกท่าอากาศยาน 37.15 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 24.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการเปิดให้บริการโลว์ คอสต์แอร์ไลน์ ต่างจากปีก่อนที่จำนวนผู้โดยสารลดลงอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคซาร์ส และผลกระทบจากสงครามอิรัก

นายบัญชา กล่าวว่า คณะกรรมการ ทอท.ได้มีมติให้สายการบินต้นทุนต่ำที่ให้บริการเส้นทางบินในประเทศ สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งที่ท่าอากาศยานกรุงเทพและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของสายการบิน ส่วนสายการบินต้นทุนต่ำและสายการบินปกติที่ให้บริการเส้นทางบินต่างประเทศจะต้องใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียว

สำหรับสายการบินที่ต้องการใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพมีหลายราย เช่น โอเรียนท์ไทย ไทยแอร์เอเชีย และนกแอร์ เพราะเห็นว่าการขนถ่ายผู้โดยสารน่าจะใช้เวลารวดเร็วกว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ส่วนสายการบินที่ต้องการใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ บางกอก แอร์เวย์ส เพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นผู้โดยสารที่ต้องต่อเครื่องบิน อย่างไรก็ตาม ทอท. จะกำหนดว่าค่าบริการและค่าธรรมเนียมทางการบินต่างๆ ของท่าอากาศยานกรุงเทพและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะอยู่ในอัตราเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม AOT ประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีนี้ สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 47 มีกำไรสุทธิ 1,313.16 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 92 สตางค์ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี 1,100.27 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.91 บาท ขณะที่งวด 9 เดือนบริษัทมีกำไรสุทธิ 3,483.04 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3,928.45 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นมี 6.84 บาทต่อหุ้นเหลือ 2.97 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ

บทวิเคราะห์จาก บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวถึง AOT ว่า 9 เดือนแรกกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,483.05 ล้านบาท ลดลง 11.34% แต่หากไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยนจะเพิ่มขึ้น 54.79% และ 20.28% ตามลำดับ

ทั้งนี้ กำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยนที่ทำได้ 4,555.85 ล้านบาท คิดเป็น 81% ของที่ฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการไว้ที่ 5,619 ล้านบาท ยังคงประมาณการเดิม ส่วนกำไรสุทธิจะต่ำลงกว่า เพราะมีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนใน 9 เดือนแรกอยู่ที่ 1,075.12 ล้านบาท แต่การเบิกเงินกู้ที่เป็นเยนอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเยนแข็งค่าขึ้น 0.40% อาจมีการบันทึกเป็นกำไรเข้ามาใน ไตรมาส 4 รวมถึงปัจจัยบวกจากสายการบินต้นทุนต่ำเติบโตสูง ทำให้เที่ยวบินและผู้ใช้สนามบินเพิ่มมากขึ้นด้วย   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us