Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กุมภาพันธ์ 2541








 
นิตยสารผู้จัดการ กุมภาพันธ์ 2541
ตัวเลขอันตราย!             
 





แม้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการจากธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงมูลค่าหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของภาคเอกชน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัวลงเรื่อยๆ

แต่ตัวเลขที่ศูนย์วิจัยต่างๆ เปิดเผยไว้คือปริมาณ เงินกู้ต่างประเทศของไทยมีรวม 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,330,000 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็นหนี้ภาครัฐ 18,000 ล้านเหรียญฯ และหนี้ภาคเอกชน 72,000 ล้านเหรียญฯ (แบ่งเป็นหนี้บริษัท 30 พันล้านเหรียญฯ และหนี้ของธนาคารพาณิชย์อีก 40 พันล้านเหรียญฯ)

ในส่วนของหนี้เอกชนนั้นแยกเป็น :

- หนี้ตั๋วแลกเงินหรือ B/E 5,000 ล้านเหรียญฯ
- หนี้การค้า 7,000 ล้านเหรียญฯ
- หนี้ที่บริษัทไทยออกตราสารในต่างประเทศ หรือ ECD 11,000 ล้านเหรียญฯ
- ที่เหลือเป็นการกู้ร่วมหรือ syndicate และการกู้เป็นรายบริษัทผ่านกิจการวิเทศธนกิจหรือ BIBF ทั้ง ไทยและต่างประเทศรวม 48,000 ล้านเหรียญฯ โดยแบ่ง เป็น BIBF ธนาคารไทย 12,000 ล้านเหรียญฯ, เป็น BIBF สาขาธนาคารต่างประเทศ 20,000 ล้านเหรียญฯ และกู้จากต่างประเทศโดยตรง 16,000 ล้านเหรียญฯ

ในจำนวนทั้งหมดนี้ มี 16,000 ล้านเหรียญฯ ที่มีกำหนดชำระคืนภายใน 14 เดือนข้างหน้านี้ หรือเฉลี่ยต้องชำระหนี้เดือนละ 1,200-1,300 ล้านเหรียญฯ ซึ่งหมายความว่าในสิ้นปีต้องชำระหนี้ 2,400-2,500 ล้านเหรียญฯ

ทั้งนี้ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินกู้ จาก IMF จำนวน 17,200 ล้านเหรียญฯ งวดแรกที่เบิกเข้ามาในปี 2540 ประมาณ 8,000-9,000 ล้านเหรียญฯ

ต่อมาเมื่อ ดร.โฆษิต ปั้นเปี่ยมรัฎฐ์ เป็น รมว.กระทรวงการคลังในรัฐบาลชุดก่อน ได้เจรจากับ IMF ขอขยายเพดานการกู้เงินของรัฐ จาก 1,500 ล้านเหรียญฯ เป็น 5,000 ล้านเหรียญฯ

ในการเจรจากับเจ้าหนี้นั้น สมาคมธนาคารไทยและสมาคมธนาคารต่างประเทศจะเป็นผู้จัดการ โดยมีรัฐบาลช่วยดูแลเงินกู้ของไทยทั้งหมด จะครบกำหนดชำระในปี 2541 มากที่สุด ขณะที่ปี 2542-2543 จะครบ กำหนดชำระปีละ 7,000 ล้านเหรียญฯ

เจ้าหนี้เงินกู้ต่างประเทศของไทยเป็นธนาคาร ญี่ปุ่น 50% ยุโรป 20% และธนาคารในภูมิภาคเอเชีย เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง อีกประมาณ 20% ส่วนสหรัฐฯ แคนาดาอีก 10%

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us