แม้ว่าจะยังไม่มีการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ แต่ "วรธา"
ได้ทำการตลาดด้วยการส่งการ์ดอวยพรปีใหม่ เพื่อแนะนำตัวและฝากเนื้อฝากตัวกับบรรดา
ลูกค้าและสื่อมวลชนให้คุ้นเคยกับชื่อของ "วรธา" ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาสแรกของปีนี้
"วรธา" เป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างกลุ่มนักธุรกิจไทยกับออสเตรเลีย
เพื่อประกอบธุรกิจนำเข้าผลไม้และถั่วแมคคาดิเมียจากประเทศออสเตรเลีย โดยมีพ.ต.ท.ฉัตรชัย
ศิริทรัพย์ รองผู้บังคับการนโยบายและแผนด้านการปราบปรามยาเสพย์ติดของกรมตำรวจ
ผู้ใช้เวลาว่างจากงานราชการมารับหน้าที่เป็นกรรมการบริหารของบริษัท นอกจากนั้นยังมี
COLIN & CHERYL ROWLEY สองนักธุรกิจชาวออสเตรเลียมาร่วมเป็นหัวเรือใหญ่ในการประกอบธุรกิจนี้อีกด้วย
"เราคิดที่จะทำโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีใครคิดว่า
เหตุการณ์จะทรุดเร็วขนาดนี้ และเราก็นั่งทบทวนและคุยกันว่า มีปัญหาอย่างนี้จะยังคงทำอยู่หรือเปล่า
ซึ่งเพื่อนชาวต่างชาติของเรา เขาก็ยังอยากที่จะทำอยู่ เราจึงไม่ระงับโครงการ
ขณะนี้เรื่องก็อยู่ในระหว่างการขออนุมัตินำเข้าผลไม้จากองค์การอาหารและยา
ซึ่งเราคาดว่าจะเรียบร้อยภายในเดือนนี้ จากนั้นเราก็จะมีการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการต่อไป"
ฉัตรชัยกล่าว
เป้าหมายของ "วรธา" ไม่ได้มีเจตนาที่จะสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ต้องการให้คนไทยประหยัด
ด้วยการกินของไทยซื้อของไทย แต่การนำเข้าผลไม้และถั่วแมคคาดิเมียจากออสเตรเลีย
ถือเป็นการเปิดช่องทางที่จะส่งออกผลไม้ไทย ไปยังประเทศออสเตรเลียต่อไปในอนาคต
เนื่องจากออสเตรเลียมีกฎเกณฑ์ในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศว่า บริษัทผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจะต้องเป็นบริษัท
ที่มีการดำเนินธุรกิจส่งออกสินค้าจากออสเตรเลียมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 เดือน
"การซื้อสินค้าของเราอาจจะขัดแย้งกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เนื่องจากไม่ใช่สินค้าไทย
แต่เราไม่ได้หยุดธุรกิจไว้เพียงแค่การนำเข้าเท่านั้น เราจะส่งออกสินค้าของไทยไปจำหน่ายยังออสเตรเลียด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
เนื่องจากเราเป็นบริษัทใหม่ที่อยู่ในระหว่างการเตรียมการดำเนินธุรกิจ จึงยังไม่สามารถส่งสินค้าของเราเข้าไปในออสเตรเลียได้ในตอนนี้"
ผู้บริหารของวรธากล่าว ซึ่งในอนาคตวรธาจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการส่งออกผลไม้ไทย
ได้แก่ ลิ้นจี่ สับปะรด ส้มโอ เงาะ และลำไย เป็นต้น ไปจำหน่ายยังออสเตรเลีย
และมีการนำเข้าผลไม้ออสเตรเลียมาจำหน่ายในไทย
สินค้าหลักของ "วรธา" คือถั่วแมคคาดิเมีย และผลไม้ประเภทเชอรี่
องุ่น แอปเปิ้ล เป็นต้น โดยเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางขึ้นไป โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร
เนื่องจากเป็นสินค้านำเข้าที่มีราคาสูง
อย่างไรก็ดี วรธายังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของราคาที่ถูกกว่าผลไม้ที่นำเข้าจากอเมริกาหรือประเทศอื่น
เนื่องจาก COLIN ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ผลิตที่ออสเตรเลียได้
โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ผลไม้ของวรธามีต้นทุนที่ต่ำกว่าผู้นำเข้ารายอื่น
ซึ่งฉัตรชัยมั่นใจว่า ราคาผลไม้ของวรธาจะถูกกว่าผลไม้นำเข้าที่จำหน่ายกันอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับถั่วแมคคาดิเมีย ซึ่งเป็นถั่วไร้ไขมันที่มีต้นกำเนิดอยู่ในออสเตรเลีย
แต่ส่วนใหญ่ที่นำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทยจะมาจากอเมริกา ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง
"วรธา" เห็นโอกาสที่จะทำตลาดถั่วชนิดนี้ในเมืองไทย จึงมีการนำเข้าถั่วแมคคาดิเมียจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพและราคาถูกกว่าทั่วไป
โดยนำมาอบใส่เกลือ และแพ็กเป็นห่อขนาด 30-50-100 กรัม และในอนาคตอาจจะมีการแปรรูปนำไปผลิตเป็นคุ้กกี้
เค้ก หรือไอศกรีม เป็นต้น นอกจากนั้น ผู้บริหารของวรธายังมีแผนที่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิต
และกระจายสินค้าไปยังประเทศในย่านเอเชีย ซึ่งถือเป็นตลาดที่ใหญ่อีกด้วย
"ตอนแรกผมไม่ได้คิดที่จะทำธุรกิจนี้เลย เพราะภาวะเศรษฐกิจในบ้านเราไม่ค่อยดี
แต่ฝรั่งเขามองการณ์ไกล เขามีข้อมูลว่าประเทศเราจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต
จริงอยู่ตอนนี้อาจจะทรุด แต่ในอนาคตความเจริญทางธุรกิจน่าจะไปได้ มิฉะนั้นเขาคงไม่กล้ามาลงทุนกับเราหรอก
ผมก็มานั่งคิดว่า ธุรกิจนี้น่าจะพอไปได้ และก็ไม่ได้เป็นการลงทุนที่มหาศาล
ก็น่าลองเสี่ยงที่จะทำดู" ฉัตรชัยเล่าถึงที่มาของการตัดสินใจร่วมธุรกิจกับ
COLIN เพื่อนตำรวจชาวออสเตรเลียที่มีความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ฉัตรชัยยังเล่าถึงที่มาของชื่อบริษัทนี้ด้วยว่า "WARATAH"
เป็นชื่อของดอกไม้ประจำชาติออสเตรเลีย และเป็นชื่อเดียวกับฟาร์มเลี้ยงแกะของ
COLIN ที่ออสเตรเลียด้วย เขาจึงใช้ชื่อ "WARATAH" มาตั้งเป็นชื่อบริษัท
โดยใช้ชื่อว่า "วรธา" ตามการออกเสียงของคนไทย เพื่อง่ายต่อการจดจำ