บริษัทการ์ดแอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้รับดำเนินการจัดเก็บภาษีสนามบิน
(TAX AIRPORT) ให้กับการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทย (ทอท.) ทั้งที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ
ภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติ โดยมีอัศวิน อิงคะกุล
กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาสเตอร์ มายด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ชักนำมา
เมื่อเริ่มล่วงเข้าสู่ปี "อเมซิ่ง ไทยแลนด์" อันเป็นปีท่องเที่ยวไทย
และท่าอากาศยานสากลที่กรุงเทพฯ จะต้องตอบรับการหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล
อันเป็นผลให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีสนามบินเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เอกชนผู้รับจัดเก็บภาษีสนามบิน
ทอท. เกือบต้องถูกบอกเลิกสัญญา
เป็นนโยบายของประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมือใหม่
ผู้มองเห็นปัญหาของความยุ่งยากของผู้โดยสาร ในเรื่องการจ่ายภาษีสนามบินอย่างชัดเจน
และกล้าฟันธงที่จะสั่งการให้ ทอท.บอกเลิกสัญญากับเอกชน
ปัญหาการจัดเก็บภาษีสนามบินของทอท.ก็เลยยังไม่ยุติความยุ่งยากซับซ้อน
เริ่มต้นของนโยบายการให้บริษัทเอกชนเข้ามาเป็นผู้จัดเก็บภาษีสนามบิน เนื่องจากบริษัทการบินไทย
จำกัด (มหาชน) เจอปัญหาหนักที่สุดในฐานะที่เป็นผู้จัดเก็บภาษีสนามบินจ่ายให้กับ
ทอท.
ตั้งแต่การไม่สามารถควบคุมพนักงานจัดเก็บเงินให้ส่งเงินที่เก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ขณะที่การส่งเงินให้ ทอท.หากล่าช้าพ้นกำหนด 7 วัน ก็จะต้องถูกปรับเป็นเงินตัวเลขถึง
3 เท่าตัวเป็นไปตามพระราชบัญญัติฯ ของ ทอท.ซึ่งกำหนดไว้ โดยที่สายการบินทั้งไทยและเทศไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ
แม้แต่บาทเดียว
พระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว มีความพยายามแก้เงื่อนไขเรื่องการส่งมอบเงินภาษีล่าช้า
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่สำเร็จ
ที่ผ่านมาการบินไทยใช้สายสัมพันธ์ในฐานะที่มีกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คือ
ธรรมนูญ หวั่งหลี นั่งอยู่ในคณะกรรมการของ ทอท. ทำเรื่องเสนอขอผ่อนผันการปรับเงินค่าปรับดังกล่าว
ทำให้การบินไทยได้รับการผ่อนปรนมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหารั่วไหลในฝ่ายจัดเก็บได้
วิธีที่ดีที่สุดก็คือให้ ทอท.เป็นผู้จัดเก็บเอง ข้อเสนอนี้ได้รับการสนองในเวลาต่อมา
กระทรวงคมนาคม ซึ่งสั่งการโดยตรงจาก มหิดล จันทรางกูร ปลัดกระทรวงคมนาคม
และนั่งเป็นกรรมการอยู่ทั้งในการบินไทยและ ทอท.ก็เห็นชอบกับนโยบายนี้
ขณะที่ผู้บริหารบริษัทการบินไทยหลายคนเห็นด้วยกับวิธีการให้ ทอท.รับผิดชอบ
เพราะไม่ต้องรับภาระทางการเงิน แม้แต่กรมการบินพาณิชย์ ซึ่งดูแลสนามบินภูมิภาค
ก็เห็นด้วยที่จะให้ ทอท.ดำเนินการในส่วนสนามบินที่ ทอท.ดูแล
ผลของการสั่งการจากกระทรวงคมนาคม ทำให้ ทอท.ต้องใช้เวลาศึกษาในเรื่องการจัดเก็บประมาณ
1 ปีกว่า ว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงเหมาะสม วิธีที่ดีที่สุดก็คือการจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการ
ซึ่งผู้เสนอตัวคือ บริษัทการ์ดแอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์อยู่ในสนามไคตั๊ก
ที่ฮ่องกง โดยผ่านทาง อัศวิน อิงคะกุลเป็นผู้ประสานงานให้
อัศวินนั้น รู้จักผู้ใหญ่ในกองทัพอากาศและ ทอท.หลายคน นับตั้งแต่เข้าไปบริหารโรงแรมรามาการ์เดนส์
และเปิดบริษัทมาสเตอร์ มายด์ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริหารงานโรงแรมหลุยส์ ทาร์เวินส์
ในเวลาต่อมาบริษัทการ์ดแอร์ก็มีอุปกรณ์คือเครื่องเก็บเงินอยู่แล้ว เพราะเป็นผู้จัดจำหน่ายเอง
การติดต่อกับ ทอท.จึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพราะจะหาบริษัทที่ไวในการเข้าถึง
ทอท.คงยาก
ที่สำคัญก็คือ ทอท.ไม่ต้องเสียเวลาไปหาซื้อตู้จัดเก็บเงินเองให้เกิดปัญหาเรื่องการจัดซื้อ
สิ่งที่ทำคือรับทำสัญญากับเอกชน เมื่อเก็บเงินได้ก็จ่ายผลตอบแทนให้เอกชนไปตามเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ ตัวบริษัทมาสเตอร์ มายด์ฯ ได้บริหารงานหลายอย่างภายในท่าอากาศยาน
ยกตัวอย่าง เดย์ รูม หรือห้องผู้โดยสารชั่วคราวระหว่างการรอเปลี่ยนเครื่อง
ที่สนามบินซีไอพี เลานจ์ ห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้โดยสารขาออกและให้บริการซักรีดเสื้อผ้า
ผลงานที่ผ่านมาทำให้อัศวินติดต่อขอทำเรื่องจัดเก็บภาษีสนามบินได้โดยไม่ยาก
ระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ให้บริการมานั้น แม้บริษัทการ์ดแอร์ฯ จะประสบปัญหาเรื่องเก็บเงินไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
เนื่องจากมีผู้โดยสาร "พิเศษ" หลุดไปขึ้นเครื่อง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเสียภาษี
แต่ก็เป็นข้อสัญญาของบริษัทกับทาง ทอท.เองที่การ์ดแอร์ฯ จะรับผิดชอบจ่ายเงินให้ตรงตามจำนวนผู้โดยสารที่เดินทางออกนอกประเทศ
ก่อนที่จะได้รับเงินส่วนแบ่ง 3% จากทาง ทอท.หรือมากกว่านั้น
สัญญาที่ทำไว้มีกำหนด 5 ปี แต่ตอนนี้ต้องถูกกระทรวงคมนาคมสั่งให้บอกเลิกสัญญา
และให้การบินไทยกับสายการบินอื่นๆ เป็นผู้จัดเก็บแทน เพียงแต่งวดนี้สายการบินได้รับเงินส่วนแบ่ง
3% จากเงินที่เก็บให้ ทอท. จากที่เมื่อก่อนไม่เคยได้แม้แต่บาทเดียว
สิ่งที่ประดิษฐ์คิดว่าจะสามารถบอกเลิกสัญญากับเอกชนได้ มีเหตุผล 3 ประการคือ
การให้บริการที่เป็นปัญหายุ่งยากกับผู้โดยสาร ขาดความชัดเจนเรื่องระบบจัดซื้อกับการติดตั้งอุปกรณ์
และ ทอท.จ่ายผลตอบแทนให้กับเอกชนมากกว่า 3% คือถึง 12%
เป้าหมายที่ประดิษฐ์ประกาศก็คือ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ไม่ต้องวุ่นวายในเรื่องการจ่ายภาษีสนามบิน
เมื่อเข้าสู่ปีอเมซิ่ง ไทยแลนด์ หลังจากเรื่องการขอขึ้นภาษีสนามบินของ ทอท.อีกเท่าตัว
คือระหว่างประเทศ 250 บาทที่จะปรับเป็น 500 บาท กับภายในประเทศ 30 บาท ปรับเป็น
50 บาทไปแล้ว
"คงเป็นนโยบายที่จะให้ความสะดวกกับนักท่องเที่ยวในช่วงระยะ 2-3 ปีนี้
ซึ่งเป็นช่วงของปีท่องเที่ยวไทย เรื่องภาษีสนามบินจึงเป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมสามารถดำเนินการและเป็นนโยบายหลัก
เมื่อคุณประดิษฐ์เข้ามารับตำแหน่ง" แหล่งข่าวจาก ทอท.ผู้หนึ่งกล่าวแสดงความเห็นไว้
เพียงแต่นโยบายของกระทรวงคมนาคมงวดนี้ คงทำให้อัศวินเองต้องประสบปัญหาหนักอีกครั้งในการทำธุรกิจกับ
ทอท.
และเป็นเรื่องที่เอกชนต้องไปเจรจาต่อรองกันใหม่กับ ทอท.เองว่า จะปรับตามเงื่อนไขสัญญาได้หรือไม่อย่างไร
หรือว่าต้องยอมความปล่อยให้ฝ่ายรัฐบอกเลิกสัญญา โดยไร้ข้อโต้แย้ง
ปีอเมซิ่ง ไทยแลนด์ จึงไม่สดใสนักสำหรับคนชื่อ "อัศวิน อิงคะกุล"