Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2541








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2541
นครธนชโรเดอร์มั่นใจไทยยังน่าทึ่ง เตรียมออกกองทุนใหม่เร็วๆ นี้             
 


   
search resources

นครธนชโรเดอร์




ความเชื่อมั่นจากต่างชาติทยอยกลับไทย ภายหลังได้หมอดี ยาดี และเป็นคนไข้ที่แสนดีของไอเอ็มเอฟ ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ไทยกำลังฟื้นตัวอย่างน่าทึ่ง อันจะดึงเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาอีกครั้ง นครธนชโรเดอร์เตรียมออกกองทุนใหม่รับการฟื้นตัวในเร็วๆ นี้ พร้อมเปิดกลยุทธ์ลงทุนอย่างระมัดระวังอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนสูง

ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศที่กลับคืนสู่ไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ทำเอาเงินบาทแข็งค่าจาก 50 กว่าบาทต่อดอลลาร์สหรัฐมายืนอยู่ในระดับ 38-40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแล้ว หลายสำนักมีการคาดการณ์กันว่า อัตราค่าเงินบาทที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจไทย ณ วันนี้ควรอยู่ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะหากแข็งค่าไปกว่านี้อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการส่งออก อันเป็นกระแสเงินสดหลัก ที่ไทยคาดหวังจะนำเข้ามาเสริมสภาพคล่องของภาคธุรกิจการผลิต

ความตกใจเกินกว่าเหตุในช่วงเกิด วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ทำให้ผู้คนคาดกันว่ากว่าไทยจะฟื้นตัวได้คงอีกยาวนานอย่างไร้กำหนด มาถึงวันนี้นักทำนายเศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนทิศทางใหม่ และคาดว่าไทยจะฟื้นตัวได้ภายใน 2-3 ปีนับจากนี้ เพราะกองทุนการเงินระหว่างประเทศสนับสนุนเต็มพิกัด ด้วยความที่ไทยอยู่ในโอวาทเสมอมา นอกจากนี้อาการไข้ปางตายที่เคยเกิดขึ้นตอนนี้ก็เริ่มทุเลาลงแล้ว

แม็ททิว เฟรดเดอร์ริค ด็อบส์ กรรมการผู้จัดการภูมิภาค บริษัท ชโรเดอร์ อินเวสต์เม้นท์ แมเนจเม้นท์ (สิงคโปร์) กล่าวว่า ในปี 2541 นี้เชื่อว่าสภาพการณ์ของไทยจะดีขึ้น เนื่องจากปัญหาความเชื่อมั่นที่ถูกทำลายได้รับการแก้ไขแล้ว โดยมีองค์กรระหว่างประเทศเข้าช่วยเหลือ นอกจากนี้นโยบายของรัฐบาลชุดนี้เริ่มส่งผลในแง่บวก โดยเฉพาะการจัดการเกี่ยวกับปัญหาสถาบันการเงิน ระบบธนาคารของไทย เข้มแข็งขึ้นจากการเพิ่มทุน

ในเรื่องของหนี้สินก็ได้มีการจัดโครงสร้าง และยืดเวลา การชำระหนี้ออกไปได้เรียบร้อยแล้ว การส่งออกก็ขยายตัวขึ้นมา ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลครั้งแรกในรอบ 10 ปี สิ่งเหล่านี้จะช่วยดึงดูดให้ต่างประเทศนำเงินกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง

ด็อบส์มองว่าประเทศไทยฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งและรวดเร็วมาก ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสดีที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนอีก ปัจจุบันการลงทุนในไทยนับว่ายังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอยู่

ดักลาส ไครนส์ ผู้จัดการกองทุน บลจ.นครธนชโรเดอร์ ย้ำเพิ่มเติมว่าการแก้ปัญหาของไทยภายใต้การแนะนำของ IMF เป็นไปได้ด้วยดี นอกจากนี้การยกเลิกระบบ 2 ตลาด (2 tier market) ส่งผลในแง่บวก ปัจจุบันไทยเกินดุลการค้า เกินดุลบัญชีเดินสะพัด เงินบาทแข็งค่าขึ้น ที่สำคัญเศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงจุดต่ำสุด ก็มีแนวโน้มฟื้นตัวและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว

บลจ.นครธนชโรเดอร์คาดการณ์ว่า ปีนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะติดลบประมาณ 4% แต่ในปีหน้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.6% ส่วนอัตราเงินเฟ้อปีนี้สูงสุดจะประมาณ 14% แต่เฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ประมาณ 11% สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้จะเกินดุลประมาณ 0.7% แต่ปีหน้าจะขาดดุลประมาณ 0.5% เนื่องจากการนำเข้าสินค้าทุนและสินค้าฟุ่มเฟือยจะมีเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาทน่าจะแข็งตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 40 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐในปี 2542 โดยมีเหตุผลมาจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง (ดูตารางประกอบ)

ไครนส์เชื่อว่าในระยะสั้นไทยกำลังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว แต่ในระยะปานกลางและยาวแล้ว พื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยยังสดใสอยู่ ซึ่ง บลจ.นครธนชโรเดอร์ ได้วางแผนจะออกกองทุนใหม่ 1 กอง ในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้ เพราะยังมีโอกาสทางการตลาดอยู่มาก เนื่องจากมีตราสารที่เครดิตดีและให้ผลตอบแทนสูง

"ณ วันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา กองทุนเปิดนครธนชโรเดอร์อินคัม มีอัตราผลตอบแทนรอบ 3 เดือนถึง 13.75% ส่วนกองทุนเปิดนครธนชโรเดอร์อินคัมพลัสนั้นมีอัตราผลตอบแทนถึง 13.85%" ไครนส์กล่าว

เขายังคงยึดนโยบายการลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำ มีการกระจายความเสี่ยงออกไปในตราสารหลายประเภทและหลายธุรกิจ แต่ยังเน้นที่ตราสารระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูง และจะลงทุนเพิ่มขึ้นในตราสารของบริษัทขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องด้วย

ในส่วนของกองทุนเปิดนครธนชโรเดอร์โกรท ซึ่งลงทุนในตราสารทุนนั้น ปัจจุบันดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ตลาดคาดว่ารายได้ของบริษัทจดทะเบียนในอนาคตกำลังจะฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงลดการลงทุนในหมวดธนาคาร สถาบันการเงิน และก่อสร้างต่อไป โดยหันไปเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหมวดที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นที่ควรจะเป็น เช่น หมวดอาหารส่งออก และโรงแรม ทั้งนี้ไครนส์ มองว่า หมวดอาหารส่งออกนั้นมีศักยภาพในการทำกำไรดี ขณะที่กลุ่มโรงแรมก็มีอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ก็จะเน้นลงทุนในบริษัทที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็งในระยะยาว รวมถึงบริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านแฟรนไชส์ ที่มีศักยภาพในการปรับปรุงโครงสร้างทางด้านเงินทุน เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายจากเดิมที่มีธนาคารนครธนและเครือข่ายสาขาอีก 66 แห่งแล้ว นครธนชโรเดอร์ได้แต่งตั้งตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเพิ่มอีก 4 แห่ง คือ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์ เตอร์ด บงล.ร่วมเสริมกิจ บล.เอเซีย และ บล.อาฟโก้ พร้อมทั้งแต่งตั้ง บมจ.ธนาคารนครธน เป็นนายทะเบียนหน่วยลงทุน

"การลงทุนในประเทศไทยจะดีมากในระยะยาว ทั้งทางด้านตราสารทุนและตราสารหนี้" ไครนส์กล่าวสรุป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us