การหางานออกแบบในต่างประเทศ เป็นสิ่งที่สถาปนิกทุกคนคาดหวัง เพราะแน่นอนว่าเป็นชิ้นงานที่ใหญ่และน่าจะได้รับผลตอบแทนที่เป็นกอบเป็นกำมากกว่า
งานอะไรก็ได้ที่กำลังทำอยู่ในเมืองไทย แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายนัก
มีข้อจำกัดมากมายทีเดียว
บริษัทเคทีจีวาย อินเตอร์แอสโซซิเอทส์ จำกัด เป็นตัวอย่างของบริษัทหนึ่งที่กำลังมีผลงานการออกแบบในต่างประเทศหลายชิ้น
วิธีการในการทำงานของบริษัทนี้จึงน่าสนใจ
"เมื่อมาเปิดบริษัทที่เมืองไทยใหม่ๆ ในปี 2534 นั้นเรามีนโยบายชัดเจนแล้วว่า
ต้องเป็นบริษัทอินเตอร์ให้ได้ เราจะทำงานในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ด้วยความรู้สึกว่ามันไร้พรมแดนจริงๆ
ทางบริษัทจึงได้วางแผนเตรียมงานไว้ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา"
สุนันทพัฒน์ เฉลิมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เคทีจีวาย อินเตอร์ แอสโซซิเอทส์
จำกัดกล่าวกับ "ผู้จัดการรายเดือน" ถึงสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้บริษัทสามารถออกไปรับงานต่างประเทศได้ทันท่วงที
เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตทางด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย
การวางรากฐานของบริษัทเคทีจีวายเพื่อเตรียมรับงานต่างประเทศ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่การวางแผนในการปฏิบัติงาน
การทำโบรชัวร์เป็นภาษาอังกฤษ การทำบิสเนสคลาส การติดต่อสื่อสารก็จะเน้นให้เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
"บางคนเขาบอกว่าทำไมเว่อจังเลย ทำไมต้องเน้นภาษากันจัง นามบัตรก็ต้องเป็นภาษาอังกฤษทุกคน"
คือผลสะท้อนที่กลับมาจากการปฏิบัติตัวดังกล่าว
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าได้เตรียมตัวในการรับงานต่างประเทศไว้แล้วอย่างดี
แต่ทางเคทีจีวายก็ยังไม่มีโอกาสได้บุกงานต่างประเทศอย่างจริงจัง เพราะปรากฏว่างานในเมืองไทยตอนนั้นมีมากมายหลายชิ้น
จนสถาปนิกในออฟฟิศมือไม่ว่างเลยทีเดียว ในขณะเดียวกันลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของบริษัทก็มีความต้องการที่จะได้พูดคุยกับระดับบริหารคือ
สุนันทพัฒน์ และธนิตพงศ์ ตลอดเวลา โอกาสที่จะไปทำตลาดต่างประเทศจึงมีน้อยมาก
แต่ผู้บริหารก็พยายามติดต่อกับลูกค้าในต่างประเทศ โดยใช้สายสัมพันธ์ส่วนตัวบ้าง
โทรคุยบ้าง และก็ทำได้เพียงแค่นั้น เพราะต้องให้เวลากับลูกค้าที่แน่นอนอยู่แล้วในเมืองไทยมากกว่า
จากที่งานในมือ 90% เป็นงานในประเทศ ก็เริ่มเปลี่ยนไป งานเริ่มลดลงอย่างฮวบฮาบตั้งแต่
2-3 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้บริหารเริ่มบินไปติดต่องานต่างประเทศบ่อยขึ้นๆ
"มันจำเป็นที่เราต้องลุยงานต่างประเทศอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นแล้วบริษัทก็ต้องมีปัญหาแน่นอน
อย่างปีที่แล้วทั้งปี งานไม่มีเลย เหลือเพียงงานสร้างบ้านส่วนตัวเพียง 2-3
หลังเท่านั้น" สุนันทพัฒน์ยอมรับ
บังกลาประเทศ เป็นประเทศที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีสถาปนิกในเมืองไทยเข้าไปทำ
แต่เคทีจีวายก็ได้เข้าไปทำแล้วประมาณ 10 กว่าตึก พม่าได้เข้าไปทำสนามกอล์ฟ
ทำโรงแรม เวียดนาม ทำมาสเตอร์แพลนเมืองใหม่ ทำเม็มเบอร์ชิปสปอร์ตคลับแห่งแรกของเวียดนาม
มาเลเซีย เมืองจีน ทำที่อยู่อาศัย นิวซีแลนด์ และล่าสุดคือประเทศฟิลิปปินส์ที่อยู่ในระหว่างการเจรจา
สิ่งหนึ่งที่กำลังเกิดอย่างต่อเนื่องเข้ามาก็คือ เมื่อมีการออกไปหางานต่างประเทศแล้ว
ชาวต่างประเทศเองก็มีความสนใจที่จะเข้ามาเหมือนกัน คือกลุ่มที่จะเข้ามาซื้อของราคาถูก
แล้วให้ทางบริษัทช่วยคิดว่าจะทำอะไร ซึ่งมีทั้งนักลงทุนชาวญี่ปุ่นและชาวไต้หวัน
และนั่นก็หมายถึงเนื้องานใหม่ที่จะเข้ามาในอนาคตของบริษัทเช่นกัน
"อุปสรรคอย่างหนึ่งของการทำงานกับต่างประเทศคือการเก็บเงิน แต่ตอนนี้จะเป็นเงินสกุลอะไรๆ
เรารับทั้งนั้น ไม่เรื่องมาก ก็ให้ได้งานเข้ามาก่อน"
เคทีจีวายอาจจะโชคดีตรงที่ว่าแทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย คอนเน็กชั่นที่เคยติดต่อไว้มีแล้ว
จดหมายที่เคยส่งไปทางด้านการตลาดก็มีแล้ว โบรชัวร์ก็มีแล้ว ดังนั้นการออกไปต่างประเทศจึงเป็นการออกไปเพราะความพร้อม
ไม่ได้ออกไปเพราะจวนตัว
"ไม่ใช่เรื่องยากที่คนอื่นจะทำบ้าง แต่มันจะเหนื่อย ต้องหาคอนเน็กชั่นใหม่ๆ
เริ่มไปทำความรู้จักต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทำโบรชัวร์ใหม่" สุนันทพัฒน์สรุป
ในขณะที่งานต่างประเทศเดินหน้า งานในเมืองไทย เคทีจีวายก็ต้องทำทุกอย่าง
เช่น มีการตั้งแผนกใหม่ขึ้นมารับสร้างบ้านเดี่ยว ซึ่งเมื่อก่อนไม่ได้รับ
เพราะมองว่าเป็นงานที่เล็กเกินไป หรือการรับงานเข้าไปซ่อมแซมต่อเติม พร้อมๆ
กันนั้น ก็ลดค่าใช้จ่ายในบริษัทอย่างเต็มที่มีการลดเงินเดือนประมาณ 20% และไม่มีการรับพนักงานเพิ่มเช่นกัน