Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน8 กรกฎาคม 2547
"ซิตี้เรียลตี้ฯ" ทุ่ม6พันล.ผุด ริเวอร์ไซด์ฯ             
 


   
search resources

ซิตี้เรียลตี้, บจก.
ชาลี โสภณพนิช
Real Estate




ซิตี้ เรียลตี้ เครือแบงก์กรุงเทพลุยสร้างโครงการยักษ์ Riverside Garden ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 6,600 ล้านบาท ยันเป็นโครงการ ที่ใกล้เขตซีบีดี พร้อมจัดสรรเปิด ขายคอนโดมิเนียมราคาแพง ส่วนอพาร์ตเมนต์และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์เก็บไว้เป็นค่าเช่าระยะยาว คาดผลโครงการ ใหม่ดันพื้นที่เช่าบริษัทเพิ่ม 1.5 แสน ตร.ม. รายได้ต่อปี 1,000 ล้านบาท

นายชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้ เรียลตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแผนพัฒนาโครงการใหม่ว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ Riverside Garden บริเวณเจริญกรุงซอย 76-76/1 ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury โดยลักษณะโครงการมี 3 อาคาร ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม, อพาร์ตเมนต์ และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ รวมทั้ง 3 โครงการมีมูลค่า 6,600 ล้านบาท หรือแต่ละอาคารมีมูลค่าการลงทุน 2,200 ล้านบาท ในส่วนนี้ยังไม่นับรวมกับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นส่วนของเงินกู้จากสถาบันการเงิน

สำหรับที่ดินที่นำพัฒนาส่วนนี้ บริษัทฯได้สะสมมาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเดิมเป็นคลังสินค้าเก่า โดยราคาในช่วงนั้นเฉลี่ย 2 แสนบาทต่อตารางวาซึ่งเป็นระดับราคาที่สูงกว่าในช่วงนี้ โดยในส่วนแรกได้นำพัฒนาเป็นโรงเรียนนานา ชาติ Shrewsbury จำนวน 22 ไร่ และเหลืออีก 12 ไร่นำมาพัฒนาเป็นโครงการดังกล่าวจำนวน 8 ไร่ซึ่งได้ตัดส่วนพื้นที่ส่วนกลางออกไป ทั้งนี้ทั้ง 3 อาคารจะสูง 36 ชั้น แต่ละอาคารมีจำนวน 260 ยูนิต โดยในส่วนของคอนโดมิเนียมซึ่งเป็นส่วนที่ติดกับส่วนหน้าโครงการริมถนน จะเปิดขายให้กับผู้ที่สนใจ กำหนดราคาขายตั้งแต่ 63,000-84,000 บาทต่อตารางเมตร

ในส่วนลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคอนโดมิเนียม จะแบ่งกลยุทธ์ในการเจาะตลาด คือ ในส่วน 100 ยูนิตแรกคาดว่าจะมีลูกค้าจากโครง การบางกอก การ์เด้นเข้ามาจับจองเพิ่มขึ้นอีก 50 ยูนิตจะมาจากผู้ปกครองจากโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury เข้ามาซื้อ และอีก 110 ยูนิตจะเปิด ขายให้กับประชาชนทั่วไป

"ในความเห็นแล้วการมาพัฒนาโครงการ ในย่านเจริญกรุงจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพราะอยู่ใกล้พื้นที่เขตธุรกิจหรือซีบีดี อีกทั้งประชาชนในย่านสาธุประดิษฐ์ สาทร และถนนจันทร์ ค่อนข้างมีฐานะและมีเงินแต่เป็นคนเก็บตัวเงียบ ทั้งนี้การทำโครงการคอนโดมิเนียมในช่วงที่ขาลงนั้น ตรงนี้ผมไม่หวั่น เพราะมั่นใจฐานะ ลูกค้าที่มีอยู่" นายชาลีกล่าว

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้าง บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว และมีการทำงานเสาเข็มใต้ดินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งสองส่วนต้องใช้เวลาในการดำเนินการกว่า 2 ปีเศษ หลังจากนี้จะเป็นส่วนของการก่อสร้างอาคาร โดยบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ITD คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 24 เดือน และบริหารงานขายโดยบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ จำกัด

นายชาลีกล่าวถึงแนวโน้มรายได้ของ บริษัทฯว่า ในช่วงที่ผ่านมารายได้จะมาจากค่าเช่า เกือบ 90% ซึ่งมาจากโครงการบางกอก การ์เด้น ซึ่งเปิดบริการให้เช่าจำนวน 360 ยูนิต จาก 836 ยูนิต โดยราคาค่าเช่าจะอยู่ที่ 40,000-86,500 บาทต่อตารางเมตร แต่หลังจากก่อสร้างอาคารอพาร์ต เมนต์และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ของโครงการ รีเวอร์ไซด์ การ์เด้นแล้วจะทำให้บริษัทซิตี้ เรียลตี้ฯ มีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มอีก 60,000 ตารางเมตร รวมเป็น 150,000 ตารางเมตร โดยคาดว่ารายได้จากค่าเช่า และการขายจะปรับลงมาเหลือสัดส่วน 50:50 ซึ่งบริษัทฯคาดว่ารายได้จากค่าเช่ารวมต่อปีจะอยู่ระดับ 1,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายได้ค่าเช่าต่อ เดือน 80-90 ล้านบาท

"การลงทุนของบริษัทนโยบายก็คือจะทำโครงการที่ใหญ่ และมุ่งสร้างเมืองชุมชนขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะต่างกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น แต่ด้วยศักยภาพด้านสายป่านแล้ว ทำให้เราไม่ต้องกังวล อีกทั้งการทำโครงการขนาด ใหญ่ จะช่วยให้บริษัทมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรีเวอร์ไซด์ การ์เด้นจะทำให้บริษัท อยู่ได้กว่า 2 ปี" นายชาลีกล่าว

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ธนาคารกรุงเทพถือหุ้นอยู่ 9% บริษัทอเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด หรือ เอไอเอถือหุ้น 10% และเป็นส่วนของกลุ่มนักลงทุนจากประเทศฮ่องกงประมาณ 30%   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us