Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน7 กรกฎาคม 2547
เมเจอร์ฯสวนกระแสทุ่ม6,000ล้านผุดคอนโดฯหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา             
 


   
search resources

ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย), บจก.
เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์, บมจ.
สุริยนต์ พูลวรลักษณ์
Real Estate




เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ทุ่ม 6,000 ล้าน ผุดโครงการ วอเตอร์มาร์ค เจ้าพระยา ริเวอร์ จับลูกค้าไฮเอนด์ในและต่างประเทศ วางสัดส่วน 50-50 เตรียมโรดโชว์ฮ่องกงเปิดตัวโครง การลูกค้าต่างประเทศ ย้ำความ ต้องการคอนโดฯเกรดเอริมน้ำพุ่งสูง เผยผลการวิจัย คู่แข่งในพื้นที่น้อยราย ซัปพลายเกรดเดียวกันมีเพียง 1.2 % ขณะที่ดีมานด์สูงถึง 34% จากจำนวน 11,211 ยูนิต พร้อมเตรียมแผนลงทุนเพิ่มอีก 2 โครงการในปี 48 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้าน

นายสุริยน พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวในงานเปิดตัวโครงการคอนโดฯ "วอเตอร์ มาร์ค เจ้าพระยาริเวอร์" คอนโดมิเนียมหรูระดับ 6 ดาว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า โครงการ "วอเตอร์มาร์คฯ" เป็นโครงการที่อยู่ อาศัยระดับพรีเมียม บนพื้นที่ 12 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และถนนเจริญนคร ระหว่างซอย 39-41 ใกล้สะพานตากสิน มูลค่าโครงการ 6,000 ล้าน บาท 2 อาคาร โดยอาคารแรกมีความสูง 52 ชั้นจำนวน 282 ห้องขนาด 99-276 ตารางเมตร และเพนต์เฮาส์ 6 ห้อง ขนาด 496-542 ตารางเมตร อาคารที่ 2 สูง 28 ชั้นจำนวน 208 ห้อง ขนาด 92-161 ตารางเมตร และเพนต์เฮาส์ 6 ห้อง ขนาด 200-501 ตารางเมตร โดยขณะนี้การออกแบบโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเสนอ รายงานสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาดว่าประมาณปลายปีนี้จะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ และตั้งเป้าว่าโครงการก่อสร้างจะเสร็จเรียบร้อยในปี 2550 สำหรับราคาขายห้องโครงการจะเริ่มต้นที่ 6.4-36.6 ล้านบาท

โดยบริษัทได้มอบหมายให้ บริษัท ซีบี ริชาร์ด จำกัด ร่วมกับทีมงานขายของบริษัททำหน้าที่ในการบริหารด้านการขายโครงการ ส่วนเงินลงทุนในโครงการนั้น บริษัทจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน จำนวน 30% ส่วนที่เหลือจะเป็น เงินทุนจากบริษัททั้งหมด ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนที่ 500 ล้านบาท สำหรับต้นทุนในการก่อสร้างรวมที่ดินวัสดุก่อสร้าง และค่าก่อสร้างประมาณ 65% คาด ว่าบริษัทจะมีกำไรจากการขายเบื้องต้นประมาณ 30%

ทั้งนี้ การที่บริษัทเลือกที่ขึ้นโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ เกรดเอ ริมแม่น้ำนี้ เนื่องจากตลาด คอนโดมิเนียมเกรดเอ ริมแม่น้ำ เป็นความต้องการอยู่จำนวนมาก ในขณะที่จำนวนสินค้าในระดับนี้ยังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการของผู้บริโภคในตลาด ซึ่งจากการที่เมเจอร์ฯได้ร่วมกับ บริษัท ซีบี ริชาร์ด จำกัด ทำการศึกษาวิจัยความต้องการของผู้บริโภคในตลาดคอนโดมิเนียมเกรดเอ ช่วงไตรมาสที่ 1 พบว่ายังมีความต้องการอยู่ถึง 34,412 กว่ายูนิต

ส่วนความต้องการที่อยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม เกรดเอ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนานั้นมีอยู่จำนวน 11,211 ยูนิต ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า ความต้อง การของผู้บริโภคมีการกระจายอยู่ในทำเลสำคัญๆ ใน 5 ย่านพื้นที่ คือย่านซีบีดี มีความต้องการ 22% พื้นที่ย่านลุมพินีมีความต้องการ 6% พื้นที่ย่านปทุมวัน มีความต้องการ 5% พื้นที่ย่านสุขุมวิท มีความต้องการ 32% และพื้นที่ย่านริมแม่น้ำ มีความต้องการสูงถึง 34% ดังนั้น บริษัทจึงเลือกทำเลในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อขึ้นโครงการ ดังกล่าว เนื่องจากจำนวนดีมานด์ ยังมีอยู่มากในขณะที่มีจำนวนสินค้า ในตลาดเพียง 9% โดยเฉพาะคอนโดฯเกรดเอ ริมน้ำระดับนี้มีจำนวน สินค้าอยู่เพียง 1.2% เท่านั้น

นายสุริยน กล่าวต่อว่า โครงการนี้เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ในประเทศและต่างประเทศ โดยแบ่งสัดส่วนไว้ที่ 50-50 โดยบริษัทมีแผนที่จะเดินทางไปโรดโชว์ โครงการดังกล่าวที่ประเทศฮ่องกง เพื่อแนะนำโครงการให้กับลูกค้าต่างประเทศ เนื่องจากประเทศฮ่องกงถือว่าเป็นศูนย์กลางการขายสินค้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งของเอเชีย ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยและลูกค้าที่เป็นนักลงทุน จากต่างประเทศ ส่วนลูกค้าในประเทศส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่มีรายได้สูงและลูกค้าจากโครงการเก่า ที่จะตามมาซื้อห้องในโครงการนี้

สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในปี 2548 บริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่อีก 2 โครงการ โดยโครงการแรกจะเป็นโครงการในเขตพื้นที่ซีบีดี หรือพื้นที่แหล่งความเจริญแห่งใหม่ ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน จำนวนพื้นที่ 1.5 ไร่ และอีกโครงการนั้นจะเป็นโครงการ คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำอีก 1 แห่ง มีพื้นที่ 15 ไร่ โดยทั้ง 2 โครงการนี้จะมีมูลค่าประมาณโครงการละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

ส่วนโครงการแฮมตัน บนถนนสุขุมวิทซอย 10 ที่มีการเปิดตัวไปในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2546 นั้นขณะนี้ปิดโครงการไปแล้ว สำหรับโครงการฟูลเลอร์ตัน สุขุมวิท ที่มีการเปิดตัวไปช่วงต้นปี 2547 ที่ผ่านมานั้นขณะนี้มียอดขายแล้ว 70% จากจำนวน 193 ห้อง หลังจากเปิดขายอย่างเป็นทางการเพียง 4 เดือน ทั้งนี้ โครงการฟูลเลอร์ตัน คาดว่าจะสามารถเปิดโครงการได้ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2548 นี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับแผน การระดมทุนของบริษัท ขณะนี้บริษัทมีสภาพคล่องอยู่ประมาณ 1.2-1.8% ซึ่งในส่วนของการเพิ่มทุน นั้น บริษัทมีความพร้อมแล้วแต่ จะต้องดูสภาพของตลาดประกอบด้วยแม้ว่าจะมีความต้องการที่จะระดมทุนมาเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ส่วนเรื่องการให้บริษัทต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในบริษัทนั้น ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นเพราะบริษัทยังมีสภาพคล่อง ตัวที่ดีอยู่   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us