Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน1 กรกฎาคม 2547
TMBออกแคปส์6พันล.ดีบีเอสฯส่งกก.คุม2ท่าน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารทหารไทย
โฮมเพจ ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ

   
search resources

ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ
ธนาคารทหารไทย
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย - IFCT
สุภัค ศิวะรักษ์
Banking




แบงก์ทหารไทย เตรียมออกแคปส์ เดือน ส.ค.นี้ 6 พันล้านบาท อายุ 2 ปี ดอกเบี้ย 4% เพื่อรีไฟแนนซ์แคปส์ของ "ดีบีเอส ไทยทนุ" ที่มีดอกเบี้ยสูง 12% เผยประหยัด ต้นทุนกว่า 400 ล้านบาทแถมได้เงินกองทุนขั้นที่ 1 เพิ่ม 0.7% หลังรวมเป็นหนึ่ง 2 ก.ค.นี้ พร้อมตั้งกรรมการชุดใหม่ 17 ท่าน ขณะที่ดีบีเอสไทยทนุส่งกรรม- การ 2 คนตามสัดส่วนถือหุ้น 16% กระทรวงคลัง 4-5 คน กรรมการอิสระ 4 คน

นายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมแผนที่จะออกตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (แคปส์) จำนวนประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อนำไปแลกแคปส์ของธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ ที่ออกขายให้กับประชาชนทั่วไปรวมจำนวนเงินทั้งต้นและดอกเบี้ยประมาณ 5,600 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 12% ซึ่งจากการปรับโครงสร้างการเงินจะทำให้ธนาคารสามารถประหยัดภาระดอกเบี้ยได้มากกว่า 400 ล้านบาท

สำหรับแคปส์ที่ธนาคารจะออกมาปรับโครงสร้างทางการเงินนั้น จะมีอายุประมาณ 2 ปี เท่ากับอายุที่เหลือของแคปส์ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ ที่จะครบวาระภายในปี 2549 อัตราดอกเบี้ย 4%

"ขณะนี้ธนาคารได้มีการสอบถามไปยังผู้ถือแคปส์เก่า ซึ่งได้รับคำตอบว่าพร้อมจะนำมาแลกแคปส์ใหม่คิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 80% โดยคาดว่าจะสามารถออกได้ภายในเดือนสิงหาคม 2547 นี้"

นายสุภัค กล่าวว่า จากการปรับโครงสร้างทางการเงิน นอกจากจะช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยลงแล้ว ธนาคารยังสามารถเพิ่มเงินกองทุน ขั้นที่ 1 อีกกว่า 0.7% จากเดิมระดับ 6% และมีเงินกองทุนขั้นที่ 2 ประมาณ 3.5% ดังนั้น หลังจากการออกแคมป์แล้วทำให้ธนาคารมีเงินกองทุนทั้งหมดประมาณ 10.2% คิดเป็นเงินกองทุนประมาณ 40,000 ล้านบาท

หลังจากที่ธนาคารควบรวมกันภายใน 2 กรกฎาคมนี้ ธนาคารจะมีสินทรัพย์ประมาณ 700,000 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งทาง การตลาดกว่า 11-12 % ส่วนสินเชื่อจะมีมากกว่า 560,000 ล้านบาท คิดเป็นอันดับที่ 3 ของระบบ โดยเชื่อว่าผลของการควบรวมกิจการดังกล่าวคงจะเห็นอย่างก้าวกระโดดภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้หรือภายในปีหน้า

สำหรับขั้นตอนต่อไป ทีมผู้บริหารระดับสูงจะมีการหารือเพื่อสร้างทีมในแต่ละสาย รวมทั้งทำแผนกำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ คาดว่าแผนการดำเนินธุรกิจรวมทั้งกลยุทธ์คงนำ เข้าสู่คณะกรรมการธนาคารได้พิจารณาภายในเดือนสิงหาคม ขณะนี้ธนาคารยังคงใช้แผนเดิมของแต่ละแห่งในการดูแลลูกค้า โดยมั่นใจว่าลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารทั้ง 3 แห่งได้ขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไอเอฟซีที ปล่อยสินเชื่อประมาณ 20,000 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 50% และสูงกว่าเป้าหมาย 30% คาดว่าทั้งปีสินเชื่อน่าจะปล่อยได้ประมาณ 30,000 ล้านบาท ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ มีการเพิ่มสินเชื่อในระดับที่ดี ธนาคารทหารไทยมีการเบิกใช้สินเชื่อของลูกค้ากว่า 16,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นสินเชื่อเพิ่มสุทธิ 2,000-3,000 ล้านบาท โดยธนาคารมีเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ 8% คิดเป็นจำนวนเงิน 24,000-25,000 ล้านบาท

ส่วนคณะกรรมการของธนาคารในโครงสร้างใหม่นั้น จะต้องมีการหารือกันในระดับผู้ถือ หุ้น โดยกรอบกว้างๆ จะมีการส่งกรรมการเข้ามา บริหารตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยโครงสร้างคณะกรรมการธนาคารจะมีจำนวน 17 คน ธนาคาร ดีบีเอส มีสัดส่วนถือหุ้น 16% จะส่งกรรมการ 2 คน กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 30% จะส่งกรรมการประมาณ 4-5 คน เป็นกรรมการอิสระอีก 4 คน สำหรับในส่วนของ 3 เหล่าทัพ หลังจากควบรวมแล้วคงจะเหลือสัดส่วนประมาณ 7%

ด้านความคืบหน้าการทำเสนอซื้อหลักทรัพย์กิจการของธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ และไอเอฟซีทีระหว่างวันที่ 21 พ.ค. - 25 มิ.ย. 2547 ประสบความสำเร็จสูงมากโดยผู้ถือหุ้นทั้ง 2 แห่งให้ความร่วมมือในการแลกหุ้นอย่างเต็มที่ โดยมีสัดส่วนของธนาคารดีบีเอส ไทยทนุประมาณ 99.32% ของไอเอฟซีทีประมาณ 98.45% ดังนั้นภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2547 จะสามารถนำหุ้น ของทหารไทยซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ โดยหลักทรัพย์ของธนาคารดีบีเอส ไทยทนุจะถูกเพิกถอนจากตลาดหลัก-ทรัพย์ฯ ในวันที่ 6 ก.ค.ทันที ส่วนของไอเอฟซีที คงจะต้องมีขั้นตอนของกฎหมายต่อไป   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us