Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2547
คิดถึงแบรนด์ใหม่ "Plus Minus Zero" คิดถึงความสนุกสนานจากเครื่องใช้ไฟฟ้า             
 





Plus Minus Zero เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ใหม่ซิงๆ ที่ทำให้วงการสั่นสะเทือน หลังจากเพิ่งเปิดตัวและเปิดห้างจำหน่ายของตนเองขึ้นที่ Nihonbashi ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนิตยสาร Wallpaper ฉบับเดือนเมษายน 2004 จับจุดเด่นของตัวผลิตภัณฑ์ที่ผงาดขึ้นมาแทรกช่องว่างในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างสง่างาม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เบื่อหน่ายงานออกแบบเดิมๆ

ทันทีที่ได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Plus Minus Zero ผู้บริโภคจะได้สัมผัสถึงความสนุกสนานรวมทั้งความแปลกใหม่ ที่ทำให้หลุดพ้นจากความจำเจเดิมๆ โดยสิ้นเชิง เพราะผลงานที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์อย่างน่าทึ่งนี้เป็นของ Keita Satoh และ Naoto Fukasawa สองหุ้นส่วนหัวเห็ดของบริษัท Takara ผู้ผลิตเครื่องเล่นของญี่ปุ่นที่ทำให้โลกตาค้างมาแล้วครั้งหนึ่ง จากการวางตลาด Bowlingual อุปกรณ์ที่สามารถแปลงเสียงเห่าของสุนัขเป็นภาษาญี่ปุ่น

Fukasawa เป็นที่รู้จักและยอมรับกันในญี่ปุ่นว่า เป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับกระบี่มือหนึ่งของวงการคนหนึ่งเหมือนกัน ผลงานของเขามีเอกลักษณ์โดดเด่นที่แสดงถึงความมีรสนิยมและพลังดึงดูดในตัวเอง ขณะที่ Satoh มีอารมณ์ขันอยู่เป็นนิตย์ นอกจากกิจการบริษัท Takara แล้ว ทั้งคู่ยังซื้อบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ามาครอบครอง เพราะต้องการขยายฐานตลาดเครื่องเล่นไปสู่ผลิตภัณฑ์ ที่สร้างความบันเทิงและอยู่ในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้นนั่นเอง

จากการวางแนวคิดที่กลายเป็นนโยบายหลักว่า เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความเรียบง่าย สนุกสนาน และใหม่ซิงๆ เพื่อจับตลาดผู้บริโภคที่เบื่อหน่ายความจำเจ ผสมผสาน กับความบังเอิญที่ Satoh ได้ไอเดียจากแค็ตตาล็อก Without Thought ที่ Fukasawa จัดพิมพ์เพื่อใช้ในงานเวิร์คชอปประจำปีสำหรับนักออกแบบหน้าใหม่วัยหนุ่มสาว โดยเฉพาะเครื่องเล่นซีดีติดผนังที่ Fukasawa ออกแบบให้ Muji นั้นจัดอยู่ในประเภท instant classic ที่ทำให้ Satoh บอกกับตัวเองว่า เขาได้พบนักออกแบบในฝันแล้ว จึงวางมือให้ Fukasawa กุมบังเหียนกิจการด้วยความสบายใจ

Fukasawa ยอมรับว่ามันเป็นโครงการในฝัน และสะท้อนแนวคิดของตัวเองว่า "ผมไม่พยายามทำให้งานที่ออกแบบมาแลดูเป็น 'งานออกแบบ' ผมมีแนวคิดเบื้องหลังโครงการ Without Thought ว่า เพื่อสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยที่คุณไม่ต้องนึกถึงเรื่องของการออกแบบอะไรให้ยุ่งยาก เอาแค่เพียงว่าในระหว่างการใช้งาน คุณสามารถสื่อสารกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ก็พอ"

จึงช่วยไม่ได้ที่แบรนด์ Plus Minus Zero ซึ่งออกแบบและผลิตภายใต้สภาพแวดล้อมที่อยู่นอกเหนือจากกฎเกณฑ์ของระบบบริษัท แถมไม่ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันด้านการตลาดใดๆ จะเด่นเตะตาและต้องใจผู้บริโภคเป็นพิเศษ เพราะนอกจากความเรียบง่ายปราศจากเครื่องเครารกรุงรังแล้ว ยังมีสีสันสะดุดตาเอามากๆ "สำหรับงานออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้ว เมื่อพิจารณาในแง่ของการใช้งาน มี features หลายอย่างที่ถือว่าไม่จำเป็นเอาเสียเลย เช่น ทำไมทีวีถึงต้องมีตู้มีโครงหนาเทอะทะ? เหตุผลก็คือเมื่อตั้งโชว์อยู่ในร้าน มันแลดูดีกว่า และสง่ากว่า แต่ในแง่ของการใช้งานแล้ว มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย" Fukasawa แสดงจุดยืนของตัวเอง   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us