
300C กับ Dodge คือหัวขบวนที่จะทำให้ "ผู้ยิ่งใหญ่" อันดับสามแห่ง Detroit กลับมาประกาศศักดาได้อีกครั้ง
ปัญหาคุณภาพการผลิตที่รุมเร้าบวกกับการแข่งขันที่รุนแรง ฉุดให้ Chrysler ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของสหรัฐฯ ต้องทนเห็นส่วนแบ่งตลาดรถของตนค่อยๆ หดตัวลงเรื่อยๆ จากเกือบ 10% ในปี 1996 เหลือเพียง 6% ในปัจจุบัน และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Chrysler ยังมียอดขาดทุนจากการดำเนินการสูงกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม CEO Dieter Zetsche ของ Chrysler ประกาศว่า Chrysler จะยุติการขาดทุนให้ได้ภายในปีนี้ และมีแผนที่จะยกระดับแบรนด์ Chrysler เพื่อดิ้นหนีสงครามราคาอันดุเดือดในตลาด รถยนต์
แต่แผนการใหญ่ของ Zetsche เริ่มต้นไม่สวยเลยในปีที่แล้ว รถ minivan รุ่นใหม่ 'Pacifica' ถูกโจมตีว่าแพงเกินไป เครื่องก็ไม่แรง แล้วโฆษณาก็ยังทำได้ไม่น่าสนใจ ส่วนสถานการณ์ของรถยนต์นั่ง 'Crossfire' ก็ไม่ดีไปกว่ากันเท่าใดนัก ในขณะที่บริษัทแม่คือ DaimlerChrysler ก็กำลังปวดหัวกับปัญหาคุณภาพการผลิตของ Mercedes-Benz รถซึ่งถือเป็นเรือธงของบริษัท และกำลังมีแผนจะขายทิ้งหุ้น 34% ใน Mitsubishi Motors และอีก 10.5% ใน Hyundai Motor
อย่างไรก็ตาม Chrysler กำลังมีข่าวดี เมื่อรถเก๋งรุ่นใหม่ '300C' กับรถ sport wagon 'Dodge Magnum' กำลังช่วยศักดิ์ศรีของยักษ์ใหญ่คืนอย่างแข็งขัน โดยรถทั้งสองต่างได้รับคำชมจากนักวิจารณ์และตัวแทนจำหน่าย ที่ประทับใจในรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ 300c รถทั้งสองรุ่นยังได้เข้าไปอวดโฉมใน music video ของศิลปินเพลง hip-hop และ rap ชื่อดังอย่าง 50 Cent กับ G Unit แม้แต่ลูกค้าที่ภักดีต่อรถ Ford ในเว็บไซต์หนึ่งที่อุทิศให้แก่รถยี่ห้อนั้น ก็ยังหันมาคลั่งไคล้ 300C และเกือบครึ่งหนึ่งของพวกเขาโหวตให้ 300C เป็นรถยอดเยี่ยม
ราคาที่ถูกใจ
300C ซึ่งออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายน ตั้งราคาไว้ที่ 25,000 ดอลลาร์ ส่วน Dodge Magnum ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเดือนมิถุนายน ตั้งราคาที่ 22,500 ดอลลาร์ ซึ่งมีส่วนสำคัญมากที่ช่วยให้รถใหม่ทั้งสองรุ่นสามารถออกตัวได้อย่างแรงและเร็ว โดยขณะนี้ Chrysler ขาย 300C ได้มากกว่า 10,000 คันแล้ว และยังมีใบสั่งซื้ออยู่ในมืออีก 55,000 คัน
แม้ผู้บริหาร Chrysler ไม่ยอมเปิดเผยเป้าหมายยอดขาย แต่นักวิเคราะห์ในวงการรถยนต์คาดว่า บริษัทน่าจะขายรถทั้ง 2 รุ่นรวมกันได้ระหว่าง 155,000-200,000 คัน ในช่วงปีแรกของการออกจำหน่าย ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของ Toyota Camry รถที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ และดีกว่ายอดขายรถรุ่น LH ของ Chrysler เอง ที่ขายได้ 130,000 คันเมื่อปีกลาย
ผู้บริหาร Chrysler หวังว่า 300C ซึ่งเป็นการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่สำคัญที่สุดในรอบหลายปีนี้ของ Chrysler จะช่วยผลักดันให้แผนการใหญ่ของ Chrysler ที่จะยุติการขาดทุนภายในปีนี้ กลายเป็นจริง โดย Chrysler ยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถเล็ก 'Neon' ที่ผ่านการปรับโฉมใหม่ในไตรมาสสุดท้ายของปีหน้า แล้วตามด้วยรถขนาดกลาง 'Dodge Stratus' ในอีก 1 ปีถัดไป โดย CEO Zetsche กล่าวว่า แม้ Chrysler จะมี ชื่อเสียงว่าเป็นบริษัทที่ผลิตรถขนาดใหญ่ และไม่ค่อยดังในเรื่องรถยนต์นั่ง แต่ Chrysler กำลังจะ 'เปลี่ยนไป' อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร Chrysler ไม่ยืนยันข่าวที่ว่า จะออก Dodge Magnum รุ่นรถยนต์นั่ง ที่จะตั้งชื่อใหม่ว่า 'Charger' นอกเหนือจากรุ่น wagon หรือไม่
แต่ Chrysler ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกหลายอย่าง ประการแรก Chrysler ต้องพยายามอธิบายให้คนอเมริกันเข้าใจถึงประโยชน์ของการขับเคลื่อนล้อหลังให้ได้ นอกจากนี้ทั้ง 300C และ Magnum ยังต้องเตรียมเผชิญการแข่งขันกับรถรุ่นใหม่ล่าสุดของ Ford ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อีกรายหนึ่งของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่น Ford Five Hundred กับ Mercury Montego และรุ่น Freestyle ซึ่งเป็นรถแบบ wagon
กระนั้นก็ตาม 300C ได้ชูจุดขายที่ชัดเจนว่า เป็นทางเลือกที่ดีกว่าในด้านสมรรถนะสำหรับรถยนต์นั่งของครอบครัว ด้วยเครื่องยนต์แบบ Hemi V-8 340 แรงม้า ซึ่งสร้างชื่อให้กับ Chrysler มานาน ทั้งยังเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 20% สมกับยุคราคาน้ำมันแพงเป็นอย่างยิ่ง และนี่ก็คือรถเครื่องแรงแต่ไม่กินน้ำมัน ที่อาจทำให้ Chrysler กลายมาเป็นผู้ชนะในที่สุด
แปลและเรียบเรียงจาก
BusinessWeek June 7, 2004
โดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์
|