Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ กรกฎาคม 2541








 
นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2541
สินเชื่อที่อยู่อาศัย 24,000 ล้านบาท ปรส.ประมูลขายกลุ่มเดียว วันเดียว             
 


   
search resources

องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน - ปรส.




วันวันที่ 30 กรกฎาคม 2541 ปรส. จะปิดรับซองประมูลสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งประกอบไปด้วยสัญญาสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน 53 แห่ง จำนวน 17,620 สัญญาโดย จัดจำหน่ายเพียงกลุ่มเดียว มียอดลูกหนี้คงค้าง ประมาณ 24,400 ล้าน บาท ซึ่งเป็นยอดที่ได้รับการบันทึกสิ้นสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541

ปรส.คาดว่า ผู้ชนะการประ-มูลสามารถลงนามในสัญญาซื้อขายได้ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันปิดประมูล และกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมดนี้จะถูกนำมาประมูลภายในวันเดียวเท่านั้น โดยทาง ปรส.ได้แต่งตั้งบริษัท เลห์แมน บราเดอร์ส รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการจำหน่ายสินทรัพย์หลักครั้งนี้

จำนวน 65% ของพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมดที่นำออกขายนั้นเป็นของ 7 บริษัทเงินทุนหลักๆ คือบริษัทนิธิภัทร 5,250.5 ล้านบาท (21.54%), บริษัทเอกธนกิจ 3,200 ล้านบาท (13.13%), บริษัทพรีเมียร์ 1,905.5 ล้านบาท, บริษัทเอ็มซีซี 1,851.5 ล้านบาท, บริษัทนครหลวงเครดิต 1,207.0 ล้านบาท และ บริษัทซิทก้า 971.8 ล้านบาท นอกจากนี้เป็นของบริษัทอื่นๆ อีก 8,479.9 ล้านบาท

กลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ ปรส.จัดจำหน่ายครั้งนี้มียอดหนี้คงค้างโดยเฉลี่ยประมาณ 1.38 ล้านบาท ทั้งนี้ประมาณ 83% ของสินเชื่อทั้งหมดมียอดลูกหนี้คงค้างเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 0-2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ของสินเชื่อคิดเป็นร้อยละ 16.5 โดยร้อยละ 84 ของสินเชื่อทั้งหมด คิดดอกเบี้ยเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่นำออกจำหน่ายนี้ มีอายุสัญญาเฉลี่ยประมาณ 166 เดือน

สินเชื่อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑล ถึงร้อยละ 81 ส่วนในเขตภาคกลางทั้งหมดจะมีร้อยละ 6 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 3 ภาคใต้ร้อยละ 3 ภาคตะวันออกร้อยละ 2 ที่เหลือไม่อาจระบุได้

หากพิจารณายอดลูกหนี้คงค้างแบ่งตามประเภทอสังหาริมทรัพย์จะพบว่า สัญญาสินเชื่อบ้านเดี่ยวมีจำนวนร้อยละ 33 ทาวน์เฮาส์ร้อยละ 22 ที่ดินเปล่าร้อยละ 19 คอนโดมีเนียมร้อยละ 18 สำนักงานขนาดเล็ก และบ้านกึ่งสำนักงานร้อยละ 7 และอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ อีกร้อยละ 1

สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งหมดประกอบด้วย หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ หนี้คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน และหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ จากตัวเลขยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2541 นั้นลูกหนี้ร้อยละ 41 ไม่มียอดค้างชำระ, ร้อยละ 13 ค้างชำระ 31-60 วัน, ร้อยละ 7 ค้างชำระ 61-90 วัน, ร้อยละ 6 ค้างชำระ 91-120 วัน, ร้อยละ 7 ค้างชำระ 121-180 วัน, ร้อยละ 25 ค้างชำระเกินกว่า 180 วัน

อมเรศ ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ ปรส.ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อของบ้านและทาวน์เฮาส์ ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งยังมีกำลังซื้อและความต้องการสูง ในขณะเดียวกันลูกหนี้ที่ค้างชำระต่ำกว่า 90 วันมีทั้งหมด 61% ซึ่งนับว่าเป็นหนี้ที่ยังใช้ได้ทีเดียว

ส่วนกลยุทธ์ในการจัดกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพียงกลุ่มเดียวนั้น อมเรศ ศิลาอ่อน ประธาน ปรส.ให้เหตุผลว่าเป็นสิ่งที่นักลงทุนกลุ่มใหญ่ต้องการ และจะสามารถดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดจากผู้ลงทุนที่มีหลากหลายประเภท ถ้าหากแยกออกเป็นหลายกลุ่มจะทำให้เกิดความเสียงมากขึ้น รวมทั้งอาจจะเกิดการขายไม่หมด หรือเกิดการตัดราคา

ส่วนในเรื่องมูลค่าที่เป็นเงินค่อนข้างสูงนั้น อมเรศกล่าวว่า 24 พันล้านบาทนั้นเทียบเท่ากับ 3% ของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดมีสูงถึงประมาณ 794,000 ล้านบาท และคาดว่าจำนวนเงินดังกล่าวไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะเป็นการเข้ามาร่วมลงทุนกันของนักลงทุนหลายกลุ่ม โดยทาง ปรส.คาดว่ากลุ่มนักลงทุนที่สนใจนั้น จะเป็นนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาจับมือร่วมกันกับนักลงทุนในเมืองไทยที่ยังมีกำลังซื้อ และต้องเป็นกลุ่มที่มีแหล่งเงินระยะยาวพอสมควร

ปรส.ย้ำว่าการขายสินเชื่อที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อลูกหนี้ หรือเจ้าของบ้านที่ยังมีสัญญากับไฟแนนซ์เดิม เพียงแต่ลูกหนี้จะเปลี่ยนเจ้าหนี้เท่านั้น ส่วนสัญญา เงื่อนไข และข้อตกลง จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น นอกเสียจากว่าจะมีตกลงเปลี่ยนแปลงแก้ไขกันตอนหลัง แต่ที่สำคัญลูกหนี้จะต้องชำระเงินและปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาฉบับเดิมอย่างต่อเนื่องด้วย

วันนี้ลูกบ้านทั้งหลาย ที่เฝ้าติดตามดูอย่างใจจดจ่อ คงใกล้ที่จะรู้แล้วว่าใครจะมาเป็นเจ้าหนี้รายใหม่ ส่วน ปรส.เองก็จะรู้แล้วเช่นกันว่าจะมีการประมูลได้ในราคาที่ดีหรือไม่ และจะได้รู้กันจริงๆ เสียที เหมือนกันว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์เมืองไทยยังน่าพิสมัย ควรเสี่ยงต่อการลงทุนอีกหรือไม่ในสายตานักลงทุนต่างชาติ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us