Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ สิงหาคม 2544








 
นิตยสารผู้จัดการ สิงหาคม 2544
ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ นายหน้าค้าหุ้นของไทย             
 


   
search resources

ทรีนิตี้, บล.
ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์




ภาพของกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งทรีนีตี้ วัฒนา ซึ่งมี บล.ทรีนีตี้, ทรีนีตี้ อินฟอร์เมชั่น และทรีนีตี้ แอ็ดไวซอรี่ 2001 เป็นธุรกิจในเครือ ดูจะแยกออกจากภาพของภควัต โกวิทวัฒน-พงศ์ ประธานบริษัทไม่ออก เช่นเดียวกับในอดีตภาพของ บล.เอกธำรงกับภควัต ในฐานะกรรมการผู้จัดการ

การกำเนิดขึ้นของกลุ่มธุรกิจทรีนีตี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง ระหว่างผู้บริหารเดิม ของ บล.เอกธำรงกับกลุ่มคูส์ สถาบันการเงิน สัญชาติไต้หวันที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร หลังจาก บล.เอกธำรงไม่สามารถยืนอยู่ได้ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ

สุดท้ายกลุ่มผู้บริหารเดิมที่นำโดยภควัตต้องเดินออกจากบล.เอกธำรง ท่ามกลางความขมขื่น ทรีนีตี้จึงถือกำเนิด ขึ้นโดยมีภควัตเป็นแม่ทัพ ส่วนผู้สนับสนุนทางการเงินเป็นกลุ่มบริษัทคอม-ลิงค์ กลุ่มธุรกิจผู้รับสัมปทานในองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) ที่มีผู้ถือหุ้นระดับยักษ์ใหญ่แห่งวงการธุรกิจไทย อาทิ ธนินท์ เจียรวนนท์, บัณฑูร ล่ำซำ, สันติ ภิรมย์ภักดี "เราคิดว่าตลาดทุน เป็นของจำเป็นในไทย และคิดว่ายังมีช่องทาง ในการทำธุรกิจ และไทย ต้องมีการพัฒนาตลาดทุนไปมากกว่านี้" ภควัตเล่า "เราเข้าไปคุยกับคอม-ลิงค์ ว่าสนใจลงทุน หรือไม่และทุกอย่างก็ลงตัว"

จากความสำเร็จในการหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนของภควัตกับการสร้างอาณาจักร แห่งใหม่ครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เหตุผลที่สำคัญ คือ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมายาวนาน

การให้โอกาสภควัตครั้งนี้เกิดจากความมั่นใจในตัวของภควัตที่ซึ่งผ่านร้อนผ่าน หนาวในตลาดทุนไทยมาถึง 14 ปี หลังจากทำงานเป็นนายแบงก์ที่ธนาคารกสิกรไทยถึง 13 ปีครึ่ง

ภควัตเกิดวันที่ 30 กันยายน 2492 จบปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมดีมาก) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้น เดินทางไปเรียนปริญญาโทบริหารธุรกิจ การ ตลาดและการเงินที่ Wharton School ในปี 2517 ซึ่งเรียนรุ่นเดียวกับปิ่น จักกะพาก แต่จบทีหลังเนื่องจากได้ทุนเรียน MBA ต่อจากกสิกรไทย ซึ่งเป็นนักเรียนรุ่นที่ 4

"สมัยนั้นเป็นคนแรกที่เขาให้ไปเรียนด้านการตลาด เป็น bank marketing แต่ผมทราบว่าจะต้องกลับมาทำงานในสถาบันการเงิน และ Wharton มีชื่อทางด้านการเงิน อยู่แล้วก็เรียนทั้งสองอย่าง"

ปี 2518 เข้าทำงานใช้ทุนที่กสิกรไทย แต่เอาเข้าจริง ภควัตกลับต้องทำงานด้านสิน เชื่อเป็นส่วนใหญ่ มีโอกาสทำงานด้านสาขาต่างประเทศบ้าง "งานสินเชื่อต้องออกไปต่าง จังหวัด คุยกับลูกค้าตั้งแต่เจ้าของโรงสีข้าว โรงบ่มใบยาสูบ โรงยางไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ อย่างปิโตรเคมีคอล" ภควัตกล่าว

ดังนั้น ประสบการณ์เหล่านี้ภควัตมีตั้งแต่ลูกค้าขนาดท้องถิ่นไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทส่งออก ทั้งหลายจากแถวเยาวราชซึ่งมีวิธีค้าขายอย่าง หนึ่ง ดังนั้นธนาคารก็ต้องมีวิธีให้สินเชื่อ

"เราผ่านตรงนี้มา เลยเข้าใจธุรกิจว่า เป็นอย่างไร ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึง project financing ซึ่งเป็นยุคแรกๆ ที่ดำเนินการ"

ในปี 2527 ภควัตก็ได้รับการโปรโมตให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจกสิกรไทย ว่ากันว่าตอนที่นั่งทำงานในตำแหน่งนี้เขาเป็นคนที่มีบุคลิกภาพค่อนข้าง ซีเรียส ไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไร วันๆ นั่งคิดหา project loan ใหม่ๆ

ครั้นจะออกไปหาลูกค้าหรือนั่งเจรจา สันถวไมตรีกับลูกค้าทำตัวเป็น marketing man ดูออกจะไม่สันทัดนัก ทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ค่อยสนุกเท่า "เล่นหุ้น" ที่เขาชอบนักชอบหนา

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของภควัตเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับอาการทำงานในแบงก์ไม่สนุก ประกอบกับในขณะนั้นกสิกรไทยกับแบงก์พาริบาส์, ถนัด คอมันตร์, ชุมพล พรประภา และผู้ใหญ่อีกหลายท่าน ร่วมลง ขันคนละ 10% บ้าง 25% เพื่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์โกลด์ฮิลล์ขึ้นมา ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บล.เอกธำรง หลังจากกลุ่มธุรกิจยิบอินซอยของปิ่นซื้อกิจการจากกลุ่มของธานี บรมรัตนธน ในปี 2529

"ช่วงนั้นตลาดทุนเป็นของใหม่และเราทำด้านสินเชื่อมาหมดแล้ว ตอนนั้นมี 2 ทางเลือก คือ ออกไปดูแลการเงินของบริษัทเอกชน หรือมาทำตลาดทุนที่เป็นของใหม่และยังไม่มีใครทำ" ภควัตเล่า

นับตั้งแต่มานั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บล.เอกธำรง ตั้งแต่กลางปี 2530 บุคลิกภาพของภควัตก็เปลี่ยนไปจากไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไร ก็มายิ้มมากขึ้น ยิ่งคุยเรื่องหุ้น เขาจะพูดไม่หยุดสลับกับหัวเราะเป็นช่วงๆ

การดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์ตามสไตล์ ของภควัต คือ การพัฒนาตลาดทุนซึ่งเขาเป็น คนที่กระตือรือร้นต่อกรณีนี้อย่างมากเพราะหากโปรโมตตลาดทุนก็จะสร้างมาตรฐานขึ้น มาใหม่

"คิดอยู่เสมอว่า นี่คือ หลักปรัชญาที่ว่าต้องพัฒนาตลาดทุนให้เกิดให้ได้ แล้วธุรกิจ จะตามมาเอง" ภควัตบอก และเมื่อความพยายามหามาตรฐานให้กับตลาดทุนเขาต้อง เสียเวลาไปประมาณ 30-40% ของเวลาทำงาน

กระทั่งปัจจุบันภควัตยังคิดว่าการพัฒนาตลาดทุนเป็นเรื่องสำคัญ และพวกเขา ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ตลาดถึงจะ active "เมื่อ ไรที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยตลาดจะซบเซา เพราะพวกเราเป็นพวกที่อยู่หน้าตลาด ติดต่อกับลูกค้า รู้เรื่องภาวะตลาด"

อย่างไรก็ตาม ภควัตมองว่าลักษณะความสัมพันธ์ในหมู่โบรกเกอร์ได้หายไปเพราะ การแข่งขันมากขึ้น ดังนั้นโอกาสที่จะมานั่งทำงานร่วมกันจึงน้อยลง "เราอยากเห็นการพัฒนาตลาดทุนไปต่อเนื่อง"

นี่คือ คำประกาศของภควัต ซึ่งวันนี้เขาเป็นแม่ทัพกลุ่มธุรกิจทรีนีตี้ โดยมีกัมปนาท โลหเจริญวนิช และขนิษฐา สรรพอาษาเป็นขุนพลคู่ใจ

การกำเนิดขึ้นของทรีนีตี้ท่ามกลางกระแสการแข่งขัน และบทบาทของนักลงทุนต่างประเทศที่ครอบงำตลาดทุนไทยเป็นข้อสงสัยต่อวงการว่า ภควัตจะสามารถสร้างโอกาสให้กับองค์กรได้อย่างไร หรือท้ายที่สุด แล้วเขาต้องหาพันธมิตรต่างชาติเข้ามาสนับสนุน

"ถ้าเรื่องโบรกเกอร์ ถามว่าเราต้อง การต่างชาติหรือไม่ ตอนที่ทำอยู่ บล.เอกธำรง พวกเราไม่จำเป็นต้องมีพาร์ตเนอร์ต่างชาติเลย"

ความมั่นใจเช่นนี้เกิดจากประสบ การณ์ของบุคลากรทรีนีตี้ที่สั่งสมมานาน ถึงแม้ว่าจะเป็นชื่อใหม่ ที่สำคัญภควัตกำลังจะใช้บุคลิกของทรีนีตี้ที่เป็นธุรกิจไทยแข่งขัน "เราอยู่ในธุรกิจไทยย่อมรู้ธุรกิจในแง่ลูกค้า และคิดว่าจะใช้ความเป็น ไทยให้บริการ"

ประกอบกับทรีนีตี้มุ่งเน้นนโยบาย การดำเนินงานโดยอาศัยความสัมพันธ์ฉันมิตรกับลูกค้าเก่า ขณะเดียวกันยังเพิ่มความเป็นอิสระในการทำงาน และภควัตเองไม่ต้องการเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุด แต่ต้องการเป็นผู้เข้าใจตลาดทุนได้ดีและสามารถให้บริการลูกค้าได้ในขอบข่ายที่กว้างขวาง

สิ่งท้าทายของภควัตและบริษัทเอง คือ สร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งเขาพยายามอธิบายผ่านปรัชญาที่ว่า "มุ่งมั่นด้วยศรัทธา สร้างสรรค์ด้วยปัญญา นำพา สู่ความสำเร็จ" แต่จะทำได้หรือไม่นั้นอยู่ที่อนาคต

ปัจจุบันภควัตกำลังมองตัวเองด้วยการพยายามสร้างองค์กรพื้นฐานให้แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็เอาความเป็นไทยเข้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์

ดูเหมือนว่าชีวิตของภควัตยังดูสดใสเหมือนเดิม แม้ว่าที่ผ่านมาเขาต้องเจ็บปวดกับเรื่องบางเรื่องที่มีผลมาจาก วิกฤติเศรษฐกิจ เขายังยิ้มได้และเป็นมิตร กับทุกคน และมีเวลาว่างเมื่อไร จะเห็น ภควัตออกไปเล่นกอล์ฟ ซึ่งเขารู้ตัวว่า เล่น ไม่เคยได้ดีเลย

แต่สำหรับเรื่องตลาดทุน ภควัตไม่เคยเป็นรองใคร

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us