Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2544








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2544
Across the Pacific (ตอนที่ 1) หลบร้อน...หนีฝน...มาไกลถึง "ไชทาวน์" ("Chitown")             
 





อุณหภูมิบ้าน อุณหภูมิเมือง กำลังร้อน ค่าน้ำมัน ค่าครองชีพ ขึ้นเอา ขึ้นเอา ทุกวัน สวนกับค่าเงินบาทที่ทรงๆ ดอกเบี้ยเงินฝากเหมือนเศษกระดาษ ชวนกันหลบร้อน หนีฝน มาเที่ยว "ไชทาวน์" ตามกำลังทรัพย์

"ไชทาวน์" ในที่นี้ ไม่ใช่หัวไชเท้าหรือเกี่ยวดองอะไรกับไชน่าทาวน์ แต่อย่างใด แต่เป็นชื่อเล่นชื่อหนึ่งของมหานครชิคาโก แห่งมลรัฐอิลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา นครชิคาโกเป็นเมืองใหญ่อันดับสาม รอง จากนครนิวยอร์ก และนครลอสแองเจลิส

ชื่อเล่นของนครชิคาโกไม่ได้มีแค่ "ไชทาวน์" เท่านั้นแต่มีชื่ออื่นอีก มากมาย อาทิ "City in the Garden", "City of the Big Shoulders", "Gem of the Prairie", "Hog Butcher of the World", "Packing Town", "I Will City", "Second City" และ "Windy City" เป็นต้น

จากการที่แม่น้ำชิคาโกเป็นเสมือนเส้นเลือดหลักที่ผู้คนในอดีตต่างใช้เป็นเส้นทางในการเดิน เรือสำรวจและค้าขาย ความเป็นมาของนครแห่งนี้มีมากมายหลากหลายอันเกี่ยวกับการค้นพบ หรือ สร้างนครชิคาโกเป็นครั้งแรก เรื่องแรกมีความว่า ในปี ค.ศ.1673 บาทหลวง Jacques Marquette มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส และ Louis Jolliet นักสำรวจและสร้างแผนที่ชาวแคนาดาเป็นชาวยุโรปกลุ่ม แรกที่เข้ามาสำรวจดินแดนที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของนครชิคาโก

อีกเรื่องเป็นเรื่องของคนที่เข้ามาสร้างหลักปักฐาน ณ ดินแดนแห่งนี้เป็นคนแรกมีนามว่า Jean Baptiste Pointe du Sable เป็นบุคคลแรกที่เข้ามาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย และริเริ่มทำการค้าโดยสร้าง ตลาดสด หรือ "Trading Post" เป็นคนแรก คนที่เข้ามาใช้บริการตลาดสดของเขามีตั้งแต่พ่อค้าทั่วไป นักค้าขนสัตว์ และชาวอินเดียนแดง หรือที่อเมริกันเรียกว่า "Native American" นี่คือ จุดเริ่มต้นของ การเจริญเติบโตของนครชิคาโก

ดินแดนแห่งนี้ได้มีการพัฒนามากขึ้น ในปี ค.ศ.1803 ทางรัฐบาลอเมริกันได้สร้างค่ายทหารขึ้น เป็นแห่งแรก โดยมีชื่อว่า "Fort Dearborn" จากนั้นเพียง 9 ปี ค่ายนี้ได้ถูกทำลายในระหว่างสงคราม ภายหลังสงครามสงบได้มีการสร้างขึ้นใหม่

ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ โดยยึดเอาคลอง Erie คลอง Illinois และคลอง Michigan เป็นเส้นทางหลัก นอกจากนั้น มีการสร้างทางรถไฟมากขึ้น ทำให้ผู้คนเดินทางไปมาสะดวกขึ้น คน มากขึ้น ร้านค้า โรงงานต่างๆ ก็มากขึ้นตาม กิจการค้าขายเจริญงอกงาม เมืองขยายมาก ขึ้นเป็นเท่าตัว...

ต่อมาในปี ค.ศ.1871 เกิดเหตุการณ์เศร้าสลด ไฟไหม้ผลาญนครชิคาโกทั้งเมือง เนื่อง จากการที่เมืองขยายเร็วเกินไป ทำให้ระบบสาธารณูปโภค สถานดับเพลิงซึ่งมีอยู่เพียงแห่ง เดียว รองรับไม่ไหว...ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไฟพิโรธได้เริ่มจากโรงนาของนาง Catherine และนาย Patrick OžLeary ในคืนวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ.1871 เล่ากันว่า "วัว" เป็น ต้นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ จากวันนั้น เวลาล่วงเลยเกือบ 200 ปี ยังไม่มีใครหรือหลักฐานชิ้นใด ที่บ่งบอกแน่ชัดถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนั้น เหลือไว้แต่เพียงรอยจารึกที่เล่าขานกันต่อมา

เพลิงได้ลุกโหมนานถึง 30 ชั่วโมง ชิคาโกอยู่ในเขตอากาศแห้ง ประกอบกับลมเหนือ จากทะเลสาบมิชิแกนหนุน เมืองเล็กๆ ที่กำลังเจริญบ้านเรือนร้านค้าที่ส่วนใหญ่ยังสร้างด้วย ไม้ วอดวายเป็นจุณเพียงชั่วข้ามคืนข้ามวัน เช้าตรู่ของวันที่ 10 เดือนเดียวปีเดียวกัน เพลิง สงบลงด้วยแรงธรรมชาติของฝนยามเช้า โศกนาฏกรรมในครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนกว่า 300 ชีวิต และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 300,000 คน น่าประหลาดใจ แต่ไม่น่าแปลกใจที่หอน้ำ หรือ "The Water Tower" แห่งแรกของชาวอเมริกันที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1869 กลับไม่เสียหายวอดวาย ไปกับเพลิง...ปัจจุบันกลับกลายเป็นสถานที่สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มาเยือนนครแห่งนี้

เหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชิคาโก แต่กระนั้น นครชิคาโกยังไม่ตาย กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ คราวนี้อาคารบ้านเมืองเป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กอย่างแข็งแกร่ง...คนมากขึ้น...ธุรกิจมากตาม ปัจจุบัน นครชิคาโกมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 8 ล้านคน (น้องๆ กรุงเทพฯ) ที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกมุมโลก หลากเชื้อชาติหลากศาสนา นอกจากนั้นยังขยายตัวไปยังเมืองข้างเคียงอีกด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้ ล้วนเป็นที่น่าเล่าสู่กันฟัง นครชิคาโกเป็นต้นกำเนิด ของตึกสูงระฟ้า หรือที่เรียกว่า "Skyscraper" เป็นแห่งแรก โดยตึกนั้นมีชื่อว่า "The Home Insurance Building" และเชื่อหรือไม่! ตึกระฟ้าตึกแรกนี้สูงเพียงแค่ 9 ชั้นเท่านั้น ยังไม่พอ ต่อมาในปี ค.ศ.1973 นครชิคาโกกลายเป็นตำนานของตึกที่สูงที่สุดในโลก "Sears Tower" ที่มีความ สูงถึง 2,450 ฟิต 110 ชั้น ถึงแม้ว่าในปี 1996 "Petronas Tower" ตึกแฝดในมาเลเซียพยายามจะ ทำลายสถิติด้วยการสร้างเสาอากาศให้สูงกว่าเซียร์ ทาวเวอร์ แต่เซียร์ฯ ก็ไม่ยอมสละตำแหน่งอันดับหนึ่ง ในปี ค.ศ.1997 สำนักงานอาคารสูงและอาคารที่พักอาศัยแห่งนครชิคาโกได้ประกาศ มาตรฐานใหม่ในการวัดค่าความสูงของตึก อันได้แก่ พิจารณาตามความสูงสุดของอาคารและสถาปัตยกรรม พิจารณาตามจำนวนสูงของชั้น พิจารณาตามความสูงจนถึงจุดสูงสุดของหลังคา และพิจารณาความสูงที่สูงถึงเสาอากาศ ซึ่งเซียร์ฯ กินขาดใน 3 ข้อแรก แพ้ตึก Petronas ของมาเลเซียที่เสาอากาศ แต่ก็ยังคงครองแชมป์สูงที่สุดและนับถึงวันนี้ก็ยาวนานถึง 28 ปีแล้ว

เรื่องราวแห่งนครชิคาโกยังไม่หมด นี่เป็นเพียงแค่น้ำย่อยของการเริ่มต้นการข้ามแปซิฟิก มาเยือนนครแห่งนี้...ฤดูร้อนสำหรับชิคาโกเป็นช่วงเวลาที่น่าเที่ยวมากที่สุด ถึงแม้แดดจะจัด แต่ ได้สายลมเย็นสบายจากทะเลสาบมิชิแกนที่พัดผ่านตลอดวัน ช่วยให้เดินสำรวจเมืองนี้เป็นไปอย่างสบายๆ ต่างจากช่วงฤดูหนาวที่เมืองสวยจับใจด้วยไฟคริสต์มาส แต่ปากสั่นขาสั่นเพราะหนาวจับจิต...(เดือนที่น่าเที่ยวมากที่สุดคือ ช่วงกลางเดือนเมษายนจนถึงตุลาคม)...เจอกันฉบับหน้าค่ะ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us