หากพิจารณาจากมูลค่าทางการตลาดของน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทย ที่มีมากถึง
10,000 ล้านบาทแล้ว ต้องยอม รับว่านี่คือ อีกเวทีหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายต่างหมายตา ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเฉลี่ยส่วนแบ่งอย่างยากจะปฏิเสธ
ล่าสุด เนสท์เล่ บริษัทชั้นนำด้านอาหาร และเครื่องดื่ม ได้ เปิดตัวน้ำดื่มบรรจุขวด
เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ซึ่งนับเป็นผลิตภัณฑ์ ใหม่ล่าสุดของกลุ่มเนสท์เล่ ประเทศไทย
หลังจาก ที่ได้เปิดตัว และประสบความสำเร็จมาแล้วในปากีสถาน บราซิล เม็กซิโก
และจีน
โทมัส เอส. โคลีย์ ประธานกรรมการ และประธานคณะ ผู้บริหาร กลุ่มเนสท์เล่
ประเทศไทย กล่าวถึงแผนการตลาดใน การจำหน่ายน้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ว่า
จะใช้คอนเซ็ปต์มุ่งเน้น ที่ครอบครัว ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ ที่ใช้ทำตลาดทั่วโลก
โดยจุดเน้นย้ำกับผู้บริโภคคือ ความสะอาดบริสุทธิ์ ปลอดภัย และ การรับประกันคุณภาพจากเนสท์เล่
"น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกายมนุษย์ ดังนั้น การที่เนสท์เล่
วางตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดจึงเป็นเรื่องของกลยุทธ์ ทางการตลาดระดับโลก ที่เนสท์เล่จะต้องทำอยู่แล้ว
ขึ้นอยู่กับจังหวะว่าจะวางตลาดที่ใด และเมื่อไรเท่านั้น " เขากล่าว
ความเชื่อมั่นของเนสท์เล่ ในการเปิดตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทย ครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อ ที่
ว่า แม้น้ำดื่มตราสิงห์ จะเป็นผู้ครอบครองตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดมากถึง 30%
ของมูลค่าการตลาดทั้งหมด และเป็นผู้นำทางการตลาด แต่ในลำดับรองๆ ลงไปแล้วผู้ประกอบการรายอื่นๆ
ก็ไม่สามารถผลักดันยอดการ จำหน่ายในฐานะหมายเลข 2 ของตลาดน้ำดื่มได้อย่างจริงจัง
สำหรับตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย นอกจากจะมีน้ำดื่มตราสิงห์ ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดในแบบบรรจุขวดแก้ว
ได้มากถึง 70% ของมูลค่าการตลาดรวมกว่า 2,000 ล้านบาท และ ครองส่วนแบ่งการตลาดในแบบบรรจุขวด
PET ที่มีขนาดบรรจุ 0.6 ลิตร และ 1.5 ลิตร ได้ในระดับ 23% ของมูลค่ารวม 3,450
ล้านบาทแล้ว ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ต่างพยายามรุกเข้าสู่ตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นน้ำทิพย์ ในเครือของไทยน้ำทิพย์ คริสตัล ในเครือเสริมสุข รวมถึงน้ำดื่มคาร์ลสเบอร์ก
แต่ปรากฏว่า ที่ผ่านมา ยังไม่มีกลุ่มใดสามารถครองส่วนแบ่งได้มากกว่า 5% เลย
ทั้งนี้ ประเทศไทย นับเป็นประเทศ ที่มีตลาดน้ำดื่ม ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย
และมีขนาดตลาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์แบบขวดใส ที่มีการเติบโตมากที่สุดหรือคิดเป็นอัตราเฉลี่ยถึง
45 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรูปแบบวิถีชีวิต ที่เปลี่ยนไป
และสภาพแวดล้อม ที่ย่ำแย่ลงทุกขณะ
โทมัส เอส. โคลีย์ กล่าวไว้ตอนหนึ่งในการแถลงข่าวเปิดตัวน้ำดื่มเนสท์เล่
เพียวไลฟ์ ว่า เนสท์เล่มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ท้าชิง ที่แข็งแกร่งที่สุดกับเจ้าตลาด
ในปัจจุบันให้ได้ภายในเวลา 1 ปี
ภายใต้คำประกาศ ที่แสดงจุดยืน และส่งสัญญาณเตือนน้ำดื่มตราสิงห์ ที่ครอบครองตลาดอยู่นั้น
ในเอกสารแนะนำ น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ที่เผยแพร่ในวันเปิดตัวเมื่อปลายเดือน
สิงหาคมนั้น เนสท์เล่ ได้เน้นการจัดวางสินค้าทั้งในไฮเปอร์ มาร์เก็ต, ซูเปอร์มาร์เก็ต,
ห้างสรรพสินค้า และในร้านสะดวกซื้อ ในลักษณะ ที่ประกบหรือชิดติดกันกับน้ำดื่มตราสิงห์
ซึ่งนับเป็นการท้าชิงการนำในตลาดน้ำดื่มนี้อย่างเต็มที่
"ในปีแรกนี้เนสท์เล่ ตั้งเป้า ที่จะครองส่วนแบ่งการตลาดไว้ ที่
10% พร้อมกับการก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ ที่สองในตลาดน้ำดื่มภายในหนึ่งปี แต่สิ่งที่เราตั้งใจ และต้องการอยู่ ที่การครองอันดับหนึ่งในตลาดน้ำดื่มแทนสิงห์ภายในเวลา
5 ปี"
แม้ว่า เนสท์เล่ จะเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม แต่การตั้งเป้าหมายจะเป็นหมายเลขหนึ่งในตลาดน้ำดื่มด้วยการประกาศฝ่ายเดียวคงไม่ใช่เรื่อง ที่ง่ายนัก
เพราะปัจจัยสำคัญในการแข่งขันนี้อยู่ ที่สิงห์ จะดำเนินมาตรการตอบ โต้ และรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลนี้อย่างไร
ต่อไปต่างหาก