อภิชาติ จูตระกูล และ เศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้เริ่มต้นก่อร่างสร้างฐานะจากฐานขั้นศูนย์
แต่นับได้ว่าทั้ง 2 คนอาจได้เริ่มต้นจากหลัก 10 ด้วยซ้ำไป เพราะหากไล่เรียงสาแหรกของ
2 คนนี้จะพบว่ามาจากตระกูลธุรกิจที่เก่าแก่และปักหลักตอกเสาเข็มแน่นหนาในเมืองไทยมานานหลายปี
นอกจากนั้นยังเป็นตระกูลที่มีคอนเนกชั่นทางสายเลือดกับตระกูลดังๆ ในเมืองไทยอีกหลายตระกูล
ตระกูลล่ำซำ ตระกูลนี้มีประวัติในการทำธุรกิจที่น่าสนใจ ตามคำเปิดเผยของคุณหญิงชัชนี
จาติกวณิชทายาทคนหนึ่ง ในหนังสือ "ดั่งสายลมที่พัดผ่าน" ได้เล่ารายละเอียดไว้ว่าคุณชวดอึ้งเมี่ยวเหงี่ยนของท่าน
ซึ่งเป็นชาวจีนแคะได้เดินทางเข้ามาสู่สยามตั้งแต่สมัยต้นรัชกาลที่ 5 เริ่มทำธุรกิจทางด้านป่าไม้
และทำสัมปทานป่าไม้อยู่แถวจังหวัดแพร่ และนครสวรรค์
ในเวลาต่อมาทายาทคนหนึ่งคืออึ้งยุกหลง ได้สืบทอดธุรกิจและได้ขยายงานออกไปทำธุรกิจทางด้านโรงสีข้าว
น้ำตาล และมาเริ่มธุรกิจทางด้านประกันภัย และธนาคาร เมื่อช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี
2475 ธุรกิจประกัน ภัยใช้ชื่อว่า "กวางอันหลงประกันภัย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น
"ล่ำซำประกันภัย" ซึ่งก็คือ ภัทรประกันภัย ในปัจจุบัน
ส่วนธนาคาร "ก้วงโกหลง" นั้นต่อมาได้ปิดตัวลง เพราะผลกระทบจากนโยบายของคณะราษฎร
อึ๊งยุกหลงมีลูกชายคนหนึ่งชื่อ โชติ แต่งงานกับน้อม อึ๊งภากรณ์ พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของ
ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มีลูกชายหญิงทั้งหมด 8 คนคือ บัญชา, ชูจิตร, ชัชนี, ชนาทิพย์,
บรรจบ, บรรยงค์, ยุตติ และยุพิน
โชติเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารกสิกรไทย เมื่อปลายปี 2488 ด้วยเงินทุนจดทะเบียน
5 ล้านบาท ปัจจุบัน บัณฑูร ลูกชายของบัญชา เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่
ชนาทิพย์ ลูกสาวคนหนึ่งของโชติ ได้แต่งงานกับ โชติ จูตระกูล มีลูกชาย 2
คนคือ อภิรักษ์ และอภิชาติ จูตระกูล ซึ่งอภิชาติก็คือ ประธานอำนวยการของบริษัท
แสนสิริปัจจุบัน
จูตระกูล มีความสัมพันธ์กับทางกลุ่มล่ำซำ ตั้งแต่สมัย ยูมิน จูตระกูล เป็นหนึ่งในผู้เข้าถือหุ้นตามคำเชิญชวนของ
โชติ ล่ำซำ เพื่อก่อตั้งธนาคารเมื่อปี 2488 ชู ลูกชายคนหนึ่งของยูมินได้แต่งงานกับมีเลียน
น้องสาว ของมีเซียม ยิบอินซอย ชูกับมีเลียน มีลูก 5 คนคือ โชติ, ชูเชิด,
ชดช้อย, แช่มชื่น และ ชัช
กลุ่มยิบอินซอยทำธุรกิจการเงินมาตั้งแต่ปี 2513 มาในปี 2530 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเอกธนกิจ
และถูกรัฐบาล ของ ชวน หลีกภัย สั่งปิดเมื่อปี 2540
จักกะพาก ชูเชิด ลูกสาวคนหนึ่งของ ชู จูตระกูล แต่งงานกับ ดร.ประภาส จักกะพาก
มีลูกชายคือ ปิ่น ส่วนชดช้อยแต่งงานกับอำนวย ทวีสิน มีลูกชายคือ เศรษฐา ทวีสิน
กรรมการผู้จัดการบริษัทแสนสิริคนปัจจุบัน
ดังนั้น ปิ่น, อภิชาติ และ เศรษฐา จึงเป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันมาก โดยเฉพาะอภิชาติ
ซึ่งเคยร่วมงานกับ ปิ่นที่เอกธนกิจนั้นยังชื่นชมปิ่นและเห็นใจชีวิตของปิ่นในปัจจุบันอยู่มาก
เขาย้ำกับ "ผู้จัดการรายเดือน" ว่า ปิ่นโชคไม่ดีจริงๆ
กลุ่มนี้ ยังได้ไปเกี่ยวดองกับตระกูล วีระเมธีกุลของกลุ่มเอ็มไทยกรุ๊ป
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารทหาร ไทย และผู้มีแลนด์แบงก์มหาศาลรายหนึ่งของเมืองไทยอีกด้วย
เพราะ นาถฤดี ลูกสาวของบรรยงค์ไปแต่งงานกับ วีระชัย ลูกชายของ สุชัย วีระเมธีกุล
ด้วย ปัจจุบันวีระชัย คือผู้รับผิดชอบโครงการออฟฟิศออลซีซั่นส์ บนถนนวิทยุ
ส่วน เศรษฐา ทวีสิน นั้นก็ไปแต่งงานกับ แพทย์หญิงพักตร์พิไล ซึ่งเป็นพี่ภรรยาของ
ทศพงศ์ จารุทวี แห่งกลุ่มแนเชอรัลพาร์ค-นักพัฒนาที่ดินรายใหญ่อีกรายหนึ่ง
เศรษฐากับทศพงศ์ก็เลยกลายเป็นคู่เขยกันในปัจจุบัน
นอกจากนั้น ก็ยังเกี่ยวข้องกับตระกูล ทวีสิน บุรณะศิริ หวั่งหลี ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำ ให้การทำธุรกิจของอภิชาติกับเศรษฐาในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นง่ายขึ้น
แต่วันนี้ ท่ามกลางมรสุมทางธุรกิจที่กระหน่ำซัด ไปทั่ว การอุปถัมภ์ค้ำชูย่อมมีข้อจำกัด
แม้ในหมู่ญาติ พี่น้องก็เถอะ นอกจากนี้อำนาจบารมีของผู้อุปถัมภ์ก็มีข้อจำกัดด้วยเช่นกัน
ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้และอนาคต ต่อๆ ไปนั้นย่อมขึ้นอยู่กับฝีมือความรู้ความสามารถของ
เศรษฐาและอภิชาติจริงๆ เสียแล้ว