"อินเตอร์เน็ต เป็นจิ๊กซอว์ที่ผมต้องไป" คำกล่าวสั้นๆ ของบุญคลี ที่กลายเป็นที่มาของโครงการทุนนวัตกรรมไทย
หรือ Innovation Venture Capital โครงการนี้จึงถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งแรก
ที่เกิดขึ้นหลังภายใต้โครงสร้างใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์
อินเตอร์เน็ต กลายเป็นเป้าหมาย ของทุกคนในยุคแสวงหาโอกาสใหม่ทางธุรกิจ
กระแสการตอบรับของตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาที่มีต่อหุ้นอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ชินคอร์ปจะต้องหันมามองเครือข่ายนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง
บุญคลีเองก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งปีไปกับการค้นหาขุมทองที่ซ่อนอยู่ในเว็บไซต์
เหล่านี้
บุญคลีพบว่าธุรกิจบนอินเตอร์
เน็ตแบ่งออกเป็น 3 ส่วน โมเดลแรก คือ network provider หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตโมเดลที่สอง
Media content และโมเดลที่สามจะเป็นข้อมูลที่ให้ดูฟรีบางส่วนและขายข้อมูลบางส่วน
ตรงนี้จะเหมือนกับบริการออน ไลน์
"คุณบุญคลีเป็นคนเริ่มไอเดีย และเราก็มานั่งคิดกันหาพาร์ทไหนดีใน 3
พาร์ทนี้ อันไหนรวยกว่ากัน ทุกคนลงความเห็นว่า content รวยที่สุด" จุไร-รัตน์
อุณหกะ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการบริหารการลงทุน บริษัทชินคอร์ปอเรชั่น
จำกัด ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของกองทุนนี้
จุไรรัตน์เป็นหนึ่งในผู้บริหารยุคบุกเบิก ที่เข้ามาทำงานกับชินคอร์ปตั้งแต่สำนักงานเล็กๆ
แถวราชวัตร จึงเป็นคนหนึ่งที่มองเห็นทั้งภาพความสำเร็จ และล้มเหลวของชินคอร์ปตลอดหลายปีมานี้
เธอเริ่มงานเป็นผู้จัดการในแผนก บัญชีและการเงินที่ชินวัตรเมื่ออายุเพียงแค่
22 ปี ทำได้ 2 ปีก็โยกไปดูแลเก็บเงินกับหน่วยงานราชการ จากนั้นไม่นานเมื่อชินคอร์ปได้สัมปทานโทรศัพท์มือถือ
และวิทยุติดตามตัว จุไรรัตน์ก็ย้ายมาดูด้านนโยบายและวางแผน ดูแลเกี่ยวกับโครงสร้าง
และการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
และเธอเป็นผู้หนึ่งที่เชื่อทฤษฎีการจัดการสมัยใหม่ ความรู้ส่วนใหญ่มาจากตำรา
และพบปะกับนักวิเคราะห์ และแบงก์ต่างชาติเป็นประจำ ซึ่งโครงการทุนนวัตกรรมใหม่
ที่ประยุกต์มาจากแนวคิดทฤษฎีของการไปสู่การจัด การองค์กรแบบ network organization
ที่ว่าด้วยเรื่องของการแบ่งองค์ กรตามลักษณะของโครงการ
ทีมงานของแอดเวนเจอร์คลับ หรือ นวัตกรรมใหม่ จะมีไม่เกิน 20 คนพนักงานส่วนใหญ่จะเป็นพาร์ทไทม์
ออฟฟิศของที่นี่ก็ถูกแยกออกจากอาคาร ใหญ่โตของชินคอร์ป แต่เช่าอาคารเล็กๆ
แถวแจ้งวัฒนะ ซึ่งจุไรรัตน์จะแบ่งเวลามาบริหารงานที่นี่อาทิตย์ละวัน เพราะเธอยังต้องดูแลสายบริหารการลงทุน
จะว่าไปแล้วประสบการณ์ด้านการเงิน และมุมมองในเรื่องการลงทุนก็ลงตัวดีกับโครงการนี้
ที่จะต้องใช้หลักความรู้ทางการเงิน และโครงการมาตัด สินใจการคัดเลือกเป็นหลัก
นอกเหนือจากเรื่องของเทคโนโลยี
การมีรากฐานมาจากธุรกิจโทรคมนาคม ชินคอร์ปจึงมีความพร้อมในเรื่องของ
network ทั้งโครงข่ายโทร-ศัพท์มือถือ และดาต้าเน็ต รวมถึงธุรกิจไอเอสพีอยู่ในมือ
เท่ากับว่าสิ่งที่ชินคอร์ปยังขาดอยู่ก็คือสองส่วนหลัง ก็คือ content และ
media ที่จะเป็นส่วนที่มาเสริมให้จิ๊กซอว์ของธุรกิจนี้เป็นภาพที่สมบูรณ์ขึ้น
การลงทุนในอินเตอร์เน็ต จึงไม่ผิดหลักทฤษฎีว่าด้วยการลงทุนบนรากฐานเดิม
เนื่องจากชินคอร์ปมีเครือข่าย และทำธุรกิจให้บริการอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว
และการลงทุนบนเว็บ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้เงินจำนวนมากเหมือนกับโครงการสื่อสาร
เพราะชินคอร์ปเตรียมเงินทุนไว้สำหรับงานนี้ 200 ล้านบาท
"ถ้าเราตั้งเป็นบริษัทและจ้างผู้บริหารทำก็ไม่ต่างจากพวกเราเท่าไหร่
ซึ่งไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมายของเราในอนาคต แล้ว แต่เด็กเหล่านี้จะเป็นลูกค้าในอนาคต
เขาจะรู้ว่าตัวเขาต้องการอะไร เขาจะทำมาร์เก็ตติ้ง หรือคอนเซ็ปต์ ตรงกับกลุ่มเป้าหมายเดียวกับเขา"
เพราะนั่นคือ ข้อมูลทางการตลาดในอนาคต ที่ชินคอร์ปจะอ่านได้จากเด็กๆ
เหล่านี้ ที่จะเป็นลูกค้าในอนาคต
ชินคอร์ปจึงต้องอาศัยศักยภาพ ที่ตัวเองมีอยู่ทั้งในเรื่องเงินทุน และเครือ
ข่ายจัดทำเป็นลักษณะของกองทุน ven-ture capital ให้ทุนสนับสนุนแก่ผู้มีไอเดีย
แต่ขาดเงินทุน มาร่วมสร้าง content จะกลั่นมาจากมันสมองของเด็กๆ เหล่านี้
จุไรรัตน์บอกว่า แนวคิดเหล่านี้ได้มาจากซอฟต์แบงก์ของญี่ปุ่น และโครงการ
MIT 50 ของสถาบัน MIT ซึ่งเป็นโครงการให้ทุนแก่เด็กนักศึกษาไปทำโครงการ ในขณะที่ซอฟต์แบงก์เป็น
การซื้อหุ้นในกิจการอินเตอร์เน็ต ที่มีอนาคตแต่ขาดเงินทุน และเมื่อบริษัทเหล่านี้เติบโตบริษัทจะมีรายได้จากส่วนต่างราคาหุ้น
ซึ่งทุกวันนี้ซอฟต์แบงก์ทำเงินได้กับการเข้าไปถือหุ้นอย่าง yahoo. com
สำหรับโครงการทุนนวัตกรรมไทย จะเป็นโครงการลูกผสม ในการควานหา "สมองใหม่"
มีเป้าหมายอยู่ที่การลงทุนให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบ การที่มีความรู้ ความสามารถ
แต่ไม่มีเงินทุน และไม่มีความรู้ทางธุรกิจมาสมัครเป็นสมาชิก
หากรายใดที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าโครงการ บริษัทจะให้เงินทุนในการจัดตั้งบริษัท
ตั้งแต่ 2 แสนถึง 2 ล้าน บาท ซึ่งชินคอร์ปจะถือหุ้น 40% ส่วนอีก 60% จะเป็นเจ้าของโครงการ
ด้านเงินลงทุนจะดูตามขนาด และความจำเป็นของโครงการ ซึ่งชินคอร์ปได้ทุนจดทะเบียน
200 ล้านบาท
โครงการนี้ไม่ได้จำกัดจะต้องเป็นเว็บไซต์เท่านั้น ยังเปิดกว้างให้กับซอฟต์แวร์
และฮาร์ดแวร์ ที่แปลกใหม่เข้าร่วมโครงการได้ด้วย
ส่วนการคัดเลือกจุไรรัตน์บอกว่า จะดูลักษณะคอนเซ็ปต์โครงการ ความคิดสร้างสรรค์เป็นหลัก
และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ลักษณะของการเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก
ถึงกับมีโปรเฟสเซอร์ทางด้านจิตวิทยามาช่วยควานหาเถ้าแก่ใหม่เหล่านี้ด้วย
"เราจะใช้จิตวิทยาเยอะมากดูว่าอดทนพอมั้ย และความรับผิดชอบมาก เพราะลูกน้องจะมีความรับผิดชอบน้อยกว่าเจ้าของ"
เว็บไซต์ที่ได้รับคัดเลือกมีประ-มาณ 6-7 ราย เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 16
-22 ปี มีซอฟต์แวร์ 3-4 ราย เป็นฮาร์ดแวร์ 2-3 ราย ซึ่งเป้าหมายของโครงการคือ
จะต้องแจ้งเกิดภายใน 3 ปี
"ถ้าเราได้สัก 1 ใน 10 เราก็พอ ใจแล้ว" นี่คือเป้าหมายที่จุไรรัตน์ตั้งไว้
ถึงแม้ว่าใครหลายคนจะมองว่า โครงการนวัตกรรมใหม่นี้ เพื่อชินคอร์ปจะไม่ต้องตกขบวนรถไฟก็ตาม
เพราะธุรกิจบนอินเตอร์เน็ตก็ยังเป็นแค่แสงปลายอุโมงค์ที่ยังไม่เห็นภาพทั้งในแง่ของรายได้จากโฆษณา
และอี-คอมเมิร์ซ ชัดเจนนักก็ตาม
แต่จะเป็นยุทธศาสตร์ของการสร้างฐาน "ข้อมูล" ที่จะรองรับกับบริการ
และลูกค้าที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต
ชินคอร์ป ก็ได้นำเครือข่ายที่มีอยู่มาสร้างเป็นเครือข่ายอินทราเน็ตภายในประเทศที่ดูได้เฉพาะข้อมูลภาษาไทย
ไว้ให้กับผู้ที่สมัครมาใช้ได้ฟรีทดสอบได้ฟรี หรืออีกนัยหนึ่งก็เป็นการสร้างประชาคมบนเว็บ
ที่ชินคอร์ปจะใช้สร้าง content และเป็นข้อมูลลูกค้าในอนาคตด้วย
"เราจะอ่านข้อมูลจากเด็กเหล่านั้นได้ และเด็กที่เราเลือกแต่ละคนจะเติบโตเร็วกว่าที่คิด
เด็กเหล่านี้จะมีบิล เกตต์ เป็นตัวอย่าง บิล เกตต์ประสบ ความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
เขาก็อยากประสบความสำเร็จบ้าง พูดง่ายๆ ก็คือ เรากำลังงมหาบิล เกตต์ ไทยแลนด์
จุไรรัตน์บอก
ที่ลึกไปกว่านั้นก็คือ บุญคลีมองไปถึงการที่ชินคอร์ปจะเข้าสู่ธุรกิจสื่อใหม่บนอินเตอร์เน็ต
จะเป็นธุรกิจที่ไม่มีสัมปทาน ไม่ต้องเสียค่าต๋งเหมือนในอดีต เพราะบนอินเตอร์ไม่ต้องมีคลื่นความถี่
ซึ่งบรรดาบิล เกตต์ ไทยแลนด์ จะเป็น ผู้สร้าง content ที่จะมาวิ่งบนเครือข่าย
อินเตอร์เน็ต
ส่วนฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ จะสามารถอาศัยเครือข่ายของชินคอร์ปที่อยู่ในหลายประเทศ
จะช่วยในแง่ของ การนำสินค้าที่คิดค้นมาได้ขายลิขสิทธิ์ต้นแบบออกไป
และนี่ก็จะเป็นจิ๊กซอว์ที่จะต่อภาพอนาคตของชินคอร์ป ที่บุญคลีไม่ยอมพลาด