แม้จะเพิ่งเปิดตัวไม่นาน แต่เร็วๆ นี้ บริษัทเคเบิล แอนด์ ไวร์เลส บริษัทสื่อสารจากอังกฤษ
ที่มีฐานใหญ่ในภูมิภาคเอเชียอยู่ในฮ่องกง ก็ต้องเปลี่ยนชื่ออีกแล้ว
กระแสของการรวมกิจการได้กลายเป็นประเด็นสำคัญของธุรกิจ ถึงแม้ว่าไทยเองจะยังไม่มีกรณีการรวมกิจการใหญ่ๆ
เกิดขึ้นก็ตาม แต่การรวมกิจการของบริษัทข้ามชาติ ที่เข้ามาลงทุนในไทย และกำลังขยายผลไปถึงบริษัทสาขาต่างๆ
ดังเช่น กรณีของเคเบิล แอนด์ ไวร์เลส เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) บริษัทไอเอสพีรายล่าสุดของการสื่อสารแห่งประเทศไทย
(กสท.)
ยังไม่ทัน ที่บริษัทแห่งนี้จะเปิดตัวธุรกิจไอเอสพี ที่เน้นการทำธุรกิจดาต้า
เซ็นเตอร์ ได้ทันข้ามเดือนดีก็ต้องเปลี่ยน ชื่อบริษัทเป็น แปซิฟิกเซ็นจูรี่
ไซเบอร์เวิร์คส์ เป็นผลมาจากการที่บริษัทแปซิฟิก เซ็นจูรี่ ไซเบอร์เวิร์คส์
ของ ริชาร์ด ลี ลูกชายของลีกาชิง เจ้าพ่อโทรคมนาคมของฮ่องกงได้เข้าซื้อกิจการเคเบิล
แอนด์ไวร์เลสไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
และยังไม่ทัน ที่บริษัทแห่งนี้จะเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์บริษัทจากลูกโลกสีฟ้ามาใช้แถบสีเขียว
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบริษัทแปซิฟิก เซ็นจูรี่ ไซเบอร์เวิร์คส์ รวมถึงนามบัตรของผู้บริหาร
และทีมงาน และตราสัญลักษณ์ต่างๆ จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ เรียกว่า หมึกยังไม่ทันแห้งดี
การรวมกิจการระหว่างแปซิฟิก เซ็นจูรี่ ไซเบอร์เวิร์คส์ และบริษัทเทลสตาร์
แห่งออสเตรเลีย ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ก็ส่งผลให้บริษัทเคเบิล
แอนด์ ไวร์ เลส ก็ต้องเตรียมเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท และโลโกใหม่กันอีกครั้ง
ที่สำคัญ การรวมตัวในครั้งนี้ ส่งผลให้ธุรกิจของเคเบิลแอนด์ไวร์เลส อาจจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำธุรกิจ
ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับภูมิภาค ที่เป็นยุทธศาสตร์เริ่มต้นของธุรกิจนี้เท่านั้น
แต่ต้องรวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ ตามยุทธศาสตร์ใหม่ของการรวมกิจการ
และนี่ก็คือ อิทธิพลของการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์