"ประชัย" เรียกร้องให้คลังถอนตัวจากผู้บริหารแผนฯ TPI หากไม่สามารถเป็นกลางได้
เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้เคลียร์กับเจ้าหนี้เอง ยืนยันไม่ปิดกั้น หาพันธมิตรร่วมทุน
เพียง แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูฯฉบับผู้บริหารลูกหนี้ เสนอซื้อราคาหุ้นละ
20 บาท และให้ลูกหนี้เป็นผู้บริหารธุรกิจต่อไป ด้าน "ปกรณ์" นัดหารือสรุปแผนฯ ครั้งสุดท้ายวันนี้ก่อนเสนอคลังเห็นชอบ
ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้ามาถือหุ้นในบริษัท
อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (TPI) โดยปตท.แสดงความสนใจที่จะเข้ามาถือหุ้นประ-มาณ
20-30% ซึ่งจะมีการเจรจารายละเอียดในเร็วๆนี้
นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย
จำกัด (มหาชน)(TPI) กล่าวว่า ยอมรับได้หากดึงพันธมิตรเข้ามาถือหุ้น TPI 30% แต่ต้องมีการเจรจาเรื่องเงื่อนไขและราคาหุ้น
หากปตท.จะเข้ามาซื้อหุ้น TPI ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแผนฟื้นฟูกิจการฉบับที่ลูกหนี้เสนอไปก่อนหน้านี้
โดยจะต้องซื้อหุ้นที่ราคา 20 บาทต่อหุ้น และเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ซื้อหุ้นคืนได้
รวมทั้งอำนาจการบริหาร TPI ยังอยู่ภายใต้การดูแลของผู้บริหารลูกหนี้
"การให้พันธมิตรเข้ามาร่วมทุน เราไม่ได้ปิดกั้น บางอย่างเราคุยกันได้จนกว่าจะมีเงื่อนไขที่พอใจ
เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีอะไรคุยกันได้ ที่ผ่านมา TPI มียอดขายเดือนละกว่าหมื่นล้านบาท
ซึ่งเราเป็นนักธุรกิจคุยได้ เพียงแต่ต้องเปิดโอกาสให้มีการพูด คุย ไม่ใช่ไม่คุยแล้วบีบลูกเดียว
ความจริงผมเป็นคนปอดในการสู้คน แต่อย่าบังคับให้ผมสู้ ผมไม่ต้องการเป็นศัตรูกับรัฐ
เพียงต้องการรักษาสิทธิของประชาชนและธรรมาภิบาล"
อย่างไรก็ตาม หากกระทรวงการคลังเห็นชอบตามแผนของตัวแทนคลัง ตนยืนยันจะคัดค้านต่อศาลล้มละลายตามสิทธิที่มีอยู่
เพราะถือว่ากระทรวงการคลังปล้นประชาชนผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งเป็นการขัดต่อจริยธรรม
มโนธรรม และเจตนารมณ์ของกฎหมายฟื้นฟู เชื่อว่ากระทรวงการคลังคงถูกกดดันจากเจ้าหนี้
แต่เมื่อกระทรวงการคลังไม่สามารถดำรงความเป็นกลางได้ ก็อยากให้ถอนตัวจากการเป็นผู้บริหารแผนฯ
TPI เพื่อให้ลูกหนี้ต่อสู้กับเจ้าหนี้เอง
"ปตท.อาศัยอภิสิทธิ์อะไรมาซื้อหุ้น TPI 30% หากรัฐยอมคนจะหมดความเชื่อถือ
เพราะเท่ากับรัฐปล้นประชาชน (TPI) ไปให้กับอีกคน (ปตท.) โดยร่วมกับเจ้าหนี้มาปล้น
ทำให้คนไม่เชื่อถือกฎหมายไทย ถ้าทำก็ถือว่าเป็นกฎหมายป่าเถื่อน ผมเชื่อว่ารัฐจะไม่ทำ"
นายประชัยย้ำว่า ทางผู้บริหารลูกหนี้เสนอให้ใช้แผนฟื้นฟูกิจการที่ลูกหนี้จัดทำ
เพราะถือเป็นแผนที่ดีและยุติธรรมที่สุด เพราะเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด
ขณะที่ลูกหนี้ก็จะได้บริษัทคืน หากใช้แผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไขของผู้บริหารแผนที่มาจากตัวแทนกระทรวงการคลังนั้น
เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้คืนแล้วยังได้บริษัทไปด้วย
ส่วนข้อเสนอให้มีการลดทุนจดทะเบียน TPI จาก 10 บาทเหลือ 1 บาทต่อหุ้น ถือว่าผู้บริหารแผนฯ
มีเจตนาซ่อนเร้น เพื่อให้ปตท.หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)เข้ามาถือหุ้น
โดยไม่ต้องรับภาระการขาดทุนสะสมของ TPI ที่มีอยู่ถึง 8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ TPI
ไม่ได้รับประโยชน์แต่จะเสียหายมากกว่า เพราะกำไรที่ได้จากการดำเนินงานจะต้องเสียภาษีนิติบุคคลทันที
โดยไม่มีตัวเลขหากล้างขาดทุนสะสมหมดหักจ่าย ทำให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ช้าลง
อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี เพียงแต่ขอเวลาหายใจบ้าง
แผนการปรับโครงสร้างหนี้ที่ผู้บริหารลูกหนี้เสนอ คือ เสนอให้ลดหนี้จาก 2,640
ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหนี้ที่หาย ไปจำนวน 2,140 ล้านดอลลาร์พร้อมดอกเบี้ย
750 ล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2541-2543 รวมเป็นหนี้ 2,892 ล้านดอลลาร์นั้น ได้เสนอให้มีการแปลงหนี้เป็นทุน
ในราคาหุ้นละ 20 บาท หรือเท่ากับ 5,845 ล้านหุ้น โดยมีสัดส่วนประมาณ 75% พร้อมทั้งกำหนดเวลา
หนี้ที่เหลือคืนภายใน 4 ปี และกำหนดให้ลูกหนี้ซื้อหุ้นคืนในราคาหุ้นละ 20 บาทบวกดอกเบี้ย
ผู้บริหารแผนฯ TPI นัดหารือครั้งสุดท้าย
นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา หนึ่งในคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ TP กล่าวว่า ในวันนี้(22
มิ.ย.) ทางคณะผู้บริหารจะประชุมสรุปแผนปรับโครงสร้างหนี้ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเสนอเพื่อขอความเห็นชอบกับกระทรวงการคลังอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้
หากกระทรวงการคลังเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปก็จะส่งแผนฟื้นฟูฯให้คณะกรรมการเจ้าหนี้โหวตรับแผน
หลังจากนั้นจะเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อส่งแผนฟื้นฟูฉบับแก้ไขให้เจ้าหนี้ทั้งหมด
เพื่อพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน
3 เดือน
"คาดว่าเจ้าหนี้จะใช้เวลาดูรายละเอียดทั้งหมด ประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นทางเจ้าหนี้
140 ราย จะร่วมกันโหวตก่อนจะส่งต่อแผนฟื้นฟูฉบับดังกล่าว ให้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาต่อไป
โดยกระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมาในเบื้องต้นคาดว่าจะเสร็จสิ้น ภายใน 3 เดือนหลังจากนี้"
นายปกรณ์กล่าว
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไขของผู้บริหารแผนฯ ที่เป็นตัวแทนจากกระทรวงการคลังนั้น
จะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนเหลือหุ้นละ 1 บาท จากปัจจุบันหุ้นละ 10 บาท หลังจากนั้นจะเพิ่มทุนใหม่เพื่อรองรับการแปลงหนี้เป็นทุน
ทำให้ เจ้าหนี้จะถือหุ้นใหญ่ 90% และอีก 10% เป็นผู้ถือหุ้นเดิม
นอกจากนี้ จะหาพันธมิตรร่วมทุน เพื่อซื้อหุ้นคืนจากเจ้าหนี้ ซึ่งบริษัทจะนำส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่เกิดจากการลดราคาพาร์
และการแปลงหนี้เป็นทุนให้กับเจ้าหนี้ มาล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ราว 8.6 พันล้าน
บาท ทำให้TPIสามารถจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้เร็วขึ้น
การคัดค้านแผนฟื้นฟูกิจการฯทีพีไอของผู้บริหารลูกหนี้ครั้งนี้ ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความวิตก
เกี่ยวกับความชัดเจนและแผนฟื้นฟูฯอาจล่าช้าออกไป ทำให้ราคาหุ้น TPI วานนี้( 21
มิ.ย.) ปิดตลาดที่ 9.45 บาท ลดลง 5 สตางค์ เปลี่ยนแปลง 0.53% มูลค่าการซื้อขายรวม
503.40 ล้านบาท