Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 มิถุนายน 2547
"อีซูซุ" ออกหุ้นกู้ระดมทุน 3.5 พันล้าน             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารไทยพาณิชย์
โฮมเพจ ธนาคารกรุงเทพ

   
search resources

ธนาคารไทยพาณิชย์, บมจ.
ธนาคารกรุงเทพ, บมจ.
ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย), บจก.
ตรีเพชรอีซูซุเซลส์, บจก. - TPIS
มิตซูบิชิ
ทิสโก้, บลจ.
ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น - JBIC
Auto Manufacturers




เจ้าตลาดปิกอัพไทย "อีซูซุ" ระดมทุนครั้งแรกครั้งใหญ่ในไทย ด้วยการออกหุ้นกู้อายุ 4 ปี มูลค่า 3 พันล้านบาท โดยการรับรองจาก JBIC และ ฟิทช์เรตติ้งจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูงสุด AAA จนบรรดาผู้ลงทุนสถาบันแห่จองล้นหลาม ต้องนำหุ้นกู้สำรองมารับความต้องการส่วนเกิน ทำให้ยอดออกหุ้นกู้รวมสูงถึง 3.5 พันล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการย้ายฐานการผลิต ทั้งหมดมาไทย รวมถึงรับศึกตลาดปิกอัพที่แข่งเดือดชนกับยักษ์ใหญ่ "โตโยต้า" ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

รายงานข่าวจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้มีการจัดหาเงินทุน โดยการออกหุ้นกู้อายุ 4 ปี มูลค่า 3 พันล้านบาท โดยเปิดให้ผู้ลงทุนสถาบันแสดงความต้องการลงทุนเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2547 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนสูงกว่าปริมาณที่จะจัดออก จึงต้องมีการใช้หุ้นกู้ส่วนที่สำรอง เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินเพิ่มอีก

"ผลจากการออกหุ้นกู้รวมทั้งหมด ทำให้บริษัทมีการจัดออกหุ้นกู้รวมเป็นมูลค่า 3.5 พันล้านบาท เพื่อนำเงินทุนจากการจัดออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อนำไปขยายงานด้านการขาย และการผลิตของรถยนต์อีซูซุ"

โดยหุ้นกู้ที่จัดออกในครั้งนี้เป็น "หุ้นกู้มีประกันชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ครั้งที่ 1/2547 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2551" มีอัตราดอกเบี้ยเท่า กับร้อยละ 3.35 ต่อปี โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยแบบไม่มีเงื่อนไข และไม่สามารถยกเลิกได้จากบริษัทแม่ คือ บริษัท มิตซูบิชิคอร์ปอเรชั่น (Mitsubishi Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทการค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และถือหุ้นบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ทั้งทางตรงและทางอ้อมถึง 90%

นอกจากนั้นหุ้นกู้ของบริษัทฯ ยังได้รับการค้ำประกันเงินต้นอีกทอดหนึ่ง จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JBIC : Japan Bank for International Cooperation) ซึ่งมีบทบาทในการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นและถือหุ้น 100% โดยรัฐบาลญี่ปุ่น นับเป็นครั้งแรกของ JBIC ที่ค้ำประกันหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนในสกุลเงินเอเชีย

ทั้งนี้บริษัท ฟิทช์เรตติ้ง จำกัด (Fitch Rating) ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือให้หุ้นกู้ในระดับสูงสุดที่ AAA การจัดอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดดังกล่าว ตลอดจนรูปแบบของหุ้นกู้ที่มีความน่าสนใจ รวมถึงผลประกอบการที่ดีเด่นของบริษัท ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันในประเทศไทย

ส่วนการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้แต่งตั้งให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้

สำหรับการออกหุ้นกู้ระดมทุนครั้งนี้ของอีซูซุ มีรายงานข่าวว่าเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังเติบโต ประกอบกับอีซูซุได้ปิดฐานการผลิตเกือบทั่วโลก แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็เตรียมจะยุติไลน์ผลิตรถเอสยูวีแห่งสุดท้ายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยจะย้ายฐานการผลิตทั้งหมดมาที่ประเทศไทย เช่นเดียวกับปิกอัพที่อีซูซุใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเป็นแห่งเดียว นับตั้งแต่เปิดตัวปิกอัพรุ่นดีแมคซ์เป็นต้นมา จนปัจจุบันอีซูซุในไทยกลายเป็นฐานการผลิตสุด ท้ายของอีซูซุก็ว่าได้

การระดมทุนครั้งนี้ของอีซูซุ จึงน่าจะเพื่อรองรับในการขยายการผลิต ทั้งรถปิกอัพที่จะใช้ไทยเป็นฐานส่งออกกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และเตรียมรองรับการใช้ไทยเป็นฐานผลิตรถเอสยูวีรุ่นใหม่ ที่อีซูซุจะใช้พื้นตัวถังเดียวกับ อีซูซุ ดีแมคซ์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวได้ปลายปีหน้า หรือต้นปี 2549 เพื่อทำตลาดในไทยและส่งออกทั่วโลก นอกจากนี้เพื่อรับการแข่งขันตลาดรถยนต์ในไทย ที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคู่แข่ง สำคัญ "โตโยต้า" ที่เตรียมจะเปิดตัวรถปิกอัพโมเดลใหม่ ภายใต้โครงการ IMV ที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อทำตลาดในประเทศ และส่งออกทั่วโลก โดยมีมูลค่าโครงการกว่า 3.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวทำตลาดแทนรุ่นปัจจุบัน ไฮลักษ์ ไทเกอร์ ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ในชื่อใหม่ว่า "ครูโซ"

จากความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง ทำให้อีซูซุจำเป็นต้องรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ให้ได้ จึงเตรียมเปิดตัวปิกอัพดีแมคซ์เครื่องยนต์ใหม่มาสู้กับคู่แข่งในระยะเวลาเดียวกัน ทั้งหมดจึงเป็นอีกเหตุ ผลที่ทำให้อีซูซุจำเป็นต้องออกหุ้นกู้ระดมทุนกว่า 3.5 พันล้านบาทในครั้งนี้

อนึ่ง บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ อะไหล่ และอุปกรณ์ภายใต้เครื่องหมายการค้าอีซูซุในประเทศไทย นอกจากจะมีผลประกอบการอันโดดเด่นเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ติดต่อกันถึง 21 ปีซ้อนแล้ว ยังได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่วงการรถยนต์เมืองไทย เมื่อนำรถปิกอัพ "อีซูซุ ดีแมคซ์" ออกจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ปี 2545 ที่ผ่านมา โดยสามารถทำยอด จองได้มากกว่า 10,000 คัน ภายใน 10 วันแรกของการออกสู่ตลาด และมียอดจำหน่ายสูงกว่า 122,000 คัน ในปี 2546 ที่ผ่านมา นับเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us