Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 มิถุนายน 2547
"กิตติรัตน์" ปฏิเสธสหกรุ๊ปขู่ถอนยวงก.ล.ต.-ตลาดส่งซิกแก้เกณฑ์เกี่ยวโยง             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

สหพัฒนพิบูล, บมจ.
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สหยูเนี่ยน, บมจ.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
กิตติรัตน์ ณ ระนอง
ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
มนตรี ฐิรโฆไท




เผยเครือสหพัฒน์ขู่ถอนยวงออกจากตลาดหลักทรัพย์ หลังเกณฑ์เกี่ยวโยงทำอึดอัดไม่คล่องตัว ด้าน "กิตติรัตน์" ปฏิเสธไม่เคยได้ยินใครขู่แต่ยอมรับสำรวจพบเกณฑ์ดังกล่าวเป็นอุปสรรคบริษัทจดทะเบียนมากและตลท.กำลังปรับปรุง ขณะที่ "ธีระชัย" เลขาฯ ก.ล.ต.รอหารือกับตลท.หลังได้ข้อมูลครบถ้วน พร้อมแก้ไขเพื่อให้ผู้ที่ทำสุจริตมีความคล่องตัวได้ แต่ต้องไม่ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียประโยชน์และถูกเอาเปรียบ

แหล่งข่าวจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในเครือสหพัฒน์และสหยูเนี่ยน มีแผนที่จะนำบริษัทในเครือทั้งหมดเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมีข้อจำกัดการทำธุรกิจในส่วนของการทำรายการเกี่ยวโยงกัน หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์มีเกณฑ์ใหม่ที่ค่อนข้างเข้มงวดมากขึ้น อย่างเช่น การทำรายการกับบริษัทในเครือที่มีมูลค่าเกินกว่า 20 ล้านบาท ต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ทำให้เกิดความยุ่งยากและต้องใช้เวลานาน

รวมทั้งจะก่อให้เกิดการเสียโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งหากบริษัททั้ง 2 กลุ่มนี้มีการถอนตัวออกไปจะทำให้มูลค่าตามราคาตลาดหรือมาร์เกตแคปลดลงค่อนข้างมาก

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ (ตลท.)

กล่าวว่า ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนต่างๆ เกี่ยวกับเกณฑ์รายการเกี่ยวโยงกัน ซึ่งมีหลายบริษัทที่ได้รับความเดือดร้อน ทำให้ดำเนินธุรกิจไม่สะดวก ดังนั้นจึงได้มีการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงในประเด็นของรายการ เกี่ยวโยงประมาณ 3-4 ประเด็น ที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียนสามารถทำงานได้ง่ายและสะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตามการแก้ไขดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์

รวมทั้งต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ความเห็นชอบด้วย ซึ่งคาดว่าการดำเนินการแก้เกณฑ์ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ค. 2547 นี้

"ผมยังไม่ได้ยินว่ามีใครขู่จะออกจากตลาด แต่ก็มีการสำรวจความเห็นของ บจ.ซึ่งพบว่าเป็นอุปสรรคค่อนข้างมากและควรที่จะมีการปรับปรุง"

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต.เปิดเผยว่า หากเกณฑ์ที่ออกมาเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนก็ควรจะมีการแก้ไขเพื่อให้ผู้ที่ทำสุจริตมีความคล่องตัว แต่ก็ต้องไม่ทำให้นักลงทุนรายย่อยเสียประโยชน์และถูกเอาเปรียบ ซึ่งขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียน จากนั้นจะมีการหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งการแก้เกณฑ์ดังกล่าวจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการของทั้ง 2 องค์กร

ก่อนหน้านี้ สำนักงาน ก.ล.ต.ได้เคยออกประกาศของสำนักงานฯเกี่ยวกับการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินของบริษัทจดทะเบียน (ไซฟ่อน) ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับรายการเกี่ยวโยงกันด้วย หากมีการแก้ไขในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ก็จะต้องแก้ไขในส่วนของประกาศก.ล.ต.ด้วย

นายธีระชัยกล่าวต่อว่า ปัจจุบันสำนักงาน ก.ล.ต.ได้หันมาทำงานในเชิงรุกมากขึ้น มีการปรับปรุงวิธีการทำงานเสริมขึ้นมา โดยจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามและวิเคราะห์งบการเงินของบริษัทจดทะเบียนเป็นประจำ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามี 5 บริษัทที่งบการเงินมีปัญหา ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน แต่เมื่อ ก.ล.ต.มีการทักท้วงไปบางบริษัทก็ยกเลิกรายการดังกล่าว

"ก.ล.ต.พยายามที่จะมองในแง่มุมต่างๆมากขึ้น และดูว่าเกณฑ์ที่ออกมาส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีผลทำให้เกณฑ์ต่างๆ ที่ออกมาไม่เป็น การเหวี่ยงแหจนเกินไป เพราะจะมีอีกหน่วยงานที่คอยดูแลว่าเกณฑ์มีอุปสรรคอะไรหรือไม่เหมือนกับเรามีตาข่าย 2 ชั้น ชั้นแรกเราก็ไม่ต้องถี่นักเพราะยังมีชั้นที่ 2 คอยกรองอีกทีหนึ่ง"

นายมนตรี ฐิรโฆไท นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย กล่าวว่า จากการที่สมาคมฯได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดจำนวน 125 แห่ง พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 15 บริษัทที่ผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติให้แก้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำรายการเกี่ยวโยงกันตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากเห็นว่าจะก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำธุรกิจซึ่งขณะนี้เข้าใจว่าสมาคมบริษัทจดทะเบียนกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับตลาดหลักทรัพย์ถึงปัญหาดังกล่าว

"บางบริษัทที่อยู่ในตลาดมีการดำเนินการเป็นกลุ่ม ซึ่งต้องมีการทำธุรกรรมระหว่างกันค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นไปตามปกติของการดำเนินธุรกิจ จากการไปประชุมผู้ถือหุ้นก็มี 15 บริษัทที่ไม่อนุมัติการแก้ข้อบังคับเกี่ยวกับรายการเกี่ยวโยง ซึ่งบางครั้งก็ต้องเห็นใจหากเป็นข้อจำกัดทางธุรกิจจริงๆ"

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us