Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 มิถุนายน 2547
ตลท.ย้าย SRI ไปหมวดฟื้นฟูกิจการผิดเกณฑ์ส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ศรีไทย ฟู้ดแอนด์เบฟเวอร์เรจ, บมจ.
Food and Beverage
อนันต์ จันทรานุกูล




ตลท.สั่งย้ายหุ้น SRI ไปอยู่ในหมวดฟื้นฟูกิจการตั้งแต่ 10 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป เหตุส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์ พร้อมให้ชี้แจงว่าบริษัทต้องการฟื้นฟูกิจการหรือเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ ภายในวันที่ 8 กรกฎาคม เพื่อให้บริษัทตัดสินใจ "อนันต์" แจงเหตุที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินไตรมาสแรกปีนี้ เพราะยังไม่ได้รับหนังสือยืนยันยอดจากสถาบันการเงิน 13 แห่ง จากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และไม่สามารถหาวิธีการตรวจสอบอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานที่เพียงพอ

วานนี้ (9 มิ.ย.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ได้สั่งห้ามซื้อขายชั่วคราวหุ้นของบริษัท ศรีไทยฟู้ด แอนด์เบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) (SRI) เนื่องจาก SRI เข้าข่ายต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการให้ผู้ลงทุนได้ทราบ พร้อมกับขึ้นเครื่องหมาย Sp (Suspension) ในวันที่ 9 มิถุนายน 2547

ดังนั้น ตลท. จึงย้ายหลักทรัพย์ SRI ไปอยู่ภายใต้หมวดฟื้นฟูกิจการ (REHABCO) ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2547 โดยยังคงห้ามซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนครบ 30 วันนับจากวันประกาศเข้าข่ายอาจ ถูกเพิกถอน หรือจนถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2547 ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริหาร ของบริษัทมีเวลาที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์ดีที่สุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นของบริษัท

พร้อมกันนี้ SRI ต้องแจ้งต่อตลท.ภายในวันที่ 8 กรกฎาคม 2547 เพื่อเผยแพร่แก่ผู้ลงทุนทั่วไปถึงทางเลือกว่า บริษัทจะทำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอผู้ถือหุ้นหรือจะเพิกถอนโดยสมัครใจ หรือเลือกยื่นคำร้องขอต่อศาลเสนอแผนฟื้นฟูตามพระราชบัญญัติล้มละลาย หรือทางเลือกอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ตลอดจนกำหนดเวลาดำเนินการในทางเลือกดังกล่าว

ในกรณีที่บริษัทประสงค์ที่จะจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการเสนอผู้ถือหุ้น บริษัทจะต้องดำเนินการดังนี้คือ แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินอิสระร่วมจัดทำแผนดำเนินการเพื่อฟื้นฟูกิจการของบริษัท และต้องร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินอิสระจัดประชุมชี้แจงแผนดำเนินการ ต่อนักวิเคราะห์และขออนุมัติแผนดำเนินการต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท

นอกจากนี้ SRI ต้องร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินอิสระรายงานความคืบหน้าของการดำเนินการตาม แผนฯ ให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบทุก 6 เดือน จนกว่าจะพ้นเหตุแห่งการเพิกถอน และในกรณีที่บริษัทจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ตลาดหลักทรัพย์อนุโลมให้ใช้แผนฟื้นฟูกิจการที่เจ้าหนี้และศาลล้มละลาย เห็นชอบแทนแผนฟื้นฟูกิจการที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติ โดยบริษัทยังคงมีหน้าที่รายงานความคืบหน้าตามข้อ 4.3 ข้างต้น

ทั้งนี้ ตลท.จะอนุญาตให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของ SRI ในตลาดหลักทรัพย์ ภายใต้หมวด REHABCO ระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม 2547 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2547 ภายหลังจากมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าบริษัทมีทางเลือกใด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้มีโอกาสซื้อหรือขายหลักทรัพย์ได้อีกระยะหนึ่งก่อนที่จะสั่งห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ

อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์จะขึ้นเครื่องหมาย SP (Suspension)ห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของ SRI ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2547 เป็นต้นไป จนกว่าบริษัทจะสามารถดำเนินการให้เหตุแห่งการเพิกถอนหมดไป การที่ SRI ถูกย้ายหมวดเนื่องจากผลการดำเนิน กิจการของบริษัทเป็นไปตามเกณฑ์ของตลท. เนื่องจากพิจารณาเห็นแล้วว่า มีส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) ต่ำกว่าศูนย์

ทั้งนี้ ในการพิจารณาส่วนของผู้ถือหุ้นดังกล่าว ตลท.จะพิจารณาปรับปรุงบวกกลับด้วยผลขาดทุนจาก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง และ/หรือปรับปรุง หักลบด้วยรายการที่ผู้สอบบัญชีได้ระบุถึงในรายงานผู้สอบบัญชีประเภท แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไข หรือไม่แสดงความเห็น หรือแสดงความเห็นว่างบการเงินไม่ถูกต้อง ในกรณีที่ส่วนของผู้ถือหุ้นหลังปรับปรุงมีค่าต่ำกว่าศูนย์ก็ให้นำมาพิจารณาตามเกณฑ์เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนด้วย

จากการพิจารณางบการเงินไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2547 ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่ SRI นำส่งมายังตลาดหลักทรัพย์ปรากฏว่าส่วนของผู้ถือหุ้นของ SRI มีค่าต่ำกว่าศูนย์ เข้าข่ายต้องจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ และเพื่อให้เป็นไปตามความในข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียน พ.ศ. 2542 ตลท.จึงต้องดำเนินการตามที่กล่าวมา

นายอนันต์ จันทรานุกูล กรรมการผู้จัดการ SRI ชี้แจงเหตุที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินเฉพาะบริษัท และงบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ประจำไตรมาสที่ 1/2547 เนื่องจากการที่ผู้สอบบัญชียังไม่ได้รับหนังสือยืนยันยอดจากสถาบันการเงิน 13 แห่ง จากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้, ลูกหนี้การค้า และเจ้าหนี้การค้า และไม่สามารถหาวิธีการตรวจสอบอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานที่เพียงพอ

การที่งบการเงินเฉพาะบริษัท และงบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย มีหนี้สินหมุนเวียนรวมสูง

กว่าสินทรัพย์หมุนเวียนรวม และมีผลขาดทุนสะสมเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจากการที่บริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ครั้งที่สองกับกลุ่มเจ้าหนี้สถาบันการเงินภายใต้กรอบของคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (คปน.) ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้สอบบัญชีเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อ ทำให้ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัท และงบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย ประจำไตรมาสที่ 1/2547 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2547 ซึ่งบริษัทได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยละเอียดไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินแล้ว

สำหรับเหตุที่ทำให้ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ขาดทุนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดใน สัตว์ปีกอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เหมือนปกติ อย่างไรก็ตาม หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนในหลายด้านเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

อนึ่ง ผลการดำเนินงานของ SRI ไตรมาสแรกปีนี้แจ้งว่า บริษัทมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นโดยขาดทุน 348.99 ล้านบาท ขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุน 11.11 ล้านบาท ส่งผลให้จากที่ขาดทุนต่อหุ้นอยู่ 39 สตางค์เป็นขาดทุนต่อหุ้น11.63 บาท

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us