Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน9 มิถุนายน 2547
ราศรีเร่งฟื้นอาณาจักร "แชลเลนจ์ กรุ๊ป"             
 


   
www resources

โฮมเพจ แชลเลนจ์ กรุ๊ป

   
search resources

แชลเล้นจ์ กรุ๊ป
ราศรี บัวเลิศ
รัฐวดี บัวเลิศ
เจษฏ์สุดา บัวเลิศ
Real Estate
ยิ่งรวยธานี




ราศรี บัวเลิศ เปิดเกมรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังโครงการสเตท ทาวเวอร์ผ่านพ้นได้ดี ย้ำการลงทุนทุกโครงการต้องชัดเจนธุรกิจเป็นไปได้ และต้องวิเคราะห์ตลาดให้ถูกต้อง ด้านลูกสาวคนเก่ง "รัฐวดี" เตรียมแบ่งขายห้องพักกว่า 100 ยูนิตให้ลูกค้า เล็งฟื้นโครงการย่าน รัชดาฯ ส่วนโครงการที่เชียงใหม่ผุดคอนโดฯ-โรงแรม คาดไม่เกินไตรมาส 3 ได้เห็นแบบพิมพ์เขียว

การปรากฏตัวอีกครั้งของ นางราศรี บัวเลิศ ประธานกลุ่ม แชลเลนจ์ กรุ๊ป นับได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ หลังจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนางราศรี ได้มีการปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเอง โดยมีการถ่ายโอนการบริหารงานให้กับลูกสาว นางสาวรัฐวดี บัวเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แชลเลนจ์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งมีภาระใหญ่ ในการทำโครงการ สเตท ทาวเวอร์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท และนางสาวเจษฎสุดา บัวเลิศ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยิ่งรวยธานี จำกัด ซึ่งมีฐานะเป็นหลานของนางราศรี

นางราศรี บัวเลิศ เปิดเผยถึง ทิศทางของกลุ่ม แชลเลนจ์ฯ ว่าเรา ยังคงยึดมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้เราได้รับบทบาทจากการลอย ตัวของค่าเงินบาทในปี 2540 ทำให้จากนี้ไปการที่จะทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ให้สมบูรณ์ต้องมองธุรกิจให้ดีและมองเป้าหมายของการพัฒนาโครงการแต่ละแห่งให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าโครงการนี้สภาพตลาดเป็นอย่างไร คู่แข่งในตลาดคือใคร

"ที่ผ่านมาโครงการสเตท ทาวเวอร์เป็นโครงการที่เราห่วงมากที่สุด เป็นโครงการที่ใหญ่มาก จะเห็นได้ว่าแม้วิกฤตโครงการนี้ต้องมีการลงทุนต่อไป เราต้องทำแม้จะรู้ว่าสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเรารู้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นแน่ ส่วนวันนี้โครงการไปด้วยดี เราโล่งอกมากขึ้น ซึ่งในยุควิกฤตการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสปัญหาดังกล่าว จะช่วยให้เห็นถึงปัญหาและได้รับรู้ว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร ขณะที่ตัวเองก็เข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เราพูดกันตลอด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งทำให้แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยดี" นางราศรีกล่าว

นางราศรี กล่าวถึงการปรับโครงสร้างหนี้ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนไปอย่างมาก ซึ่งในส่วนของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ในโครงการสเตท ทาวเวอร์ มูลหนี้ 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันธนาคารยังได้สนับสนุนสินเชื่อ 2,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครง การส่วนที่เหลือแล้ว

สำหรับสเตท ทาวเวอร์ ประกอบด้วยที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ โรงแรม และพื้นที่พลาซา ปัจจุบันในส่วนของโครงสร้างก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นขั้นตอนการตกแต่งเท่านั้น ด้านแผนการดำเนินงานของโครงการนี้ บริษัทกำหนดปิดโครงการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานก่อสร้าง งานตกแต่ง หรืองานขาย ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า หรือไม่เกินปลายปี 2547 โดยในส่วนของพลาซา บริเวณชั้น 1-4 จำนวนมากกว่า 100 ร้านค้าเปิดให้บริการแล้ว จะเป็นศูนย์รวมสินค้าที่มีดีไซน์เฉพาะ เช่น ศูนย์รวมอัญมณี เครื่องประดับ ผ้าไหม เฟอร์นิเจอร์ แหล่งรวมศิลปะ และบริการ

นางราศรีกล่าวว่า การมีทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ จะมีมุมมองและความคิดที่ต่างกับคนรุ่นเก่า อย่างเช่นเดิมการทำโครงการสเตท ทาวเวอร์ จะไม่คิดที่จะลงทุนทำโดมบนอาคาร เพื่อทำเป็นแหล่งบันเทิง แต่มุมมองของผู้บริหารรุ่นใหม่ มองว่าการลงทุนทำโดมจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ และเพิ่มเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้าได้ผ่อนคลาย

นางสาวรัฐวดี บัวเลิศ กรรมการบริหาร บริษัทแชลเลนจ์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงแผนพัฒนาโครงการสเตท ทาวเวอร์จาก ภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้บริษัทมีแผนใหม่ที่จะแบ่งห้อง พักบางส่วนประมาณ 100 ยูนิต ขายให้กับลูกค้า ซึ่งเดิมจะไว้สำหรับ เป็นส่วนของโรงแรม โดยจำนวนยูนิตที่จะขายออกไปจะอยู่ที่ชั้น 16-20 ขนาดของห้องพัก 68 ตารางเมตร ราคาตารางเมตรละ 60,000 บาท

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาที่ดินบริเวณพื้นที่รัชดาฯ จำนวน 5 ไร่เป็นโครงการใน รูปแบบคอมเพล็กซ์ ซึ่งในโครงการดังกล่าวจะมีการแยกโครงการย่อย ออกเป็น 4 โครงการ โดยอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบและสำรวจตลาดว่า ความต้องการในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างไร กำลังซื้อมีแค่ไหน เราต้องวิเคราะห์ให้ดี ส่วนจะเป็นโครงการแนวราบหรือแนวสูง ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมาได้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินที่ รอการพัฒนาอีกหลายที่ ไม่ว่าที่ถนนสายไหม ซอยวัชรพล จำนวน 125 ไร่ ,ที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 12 ไร่ และที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 30 ไร่

เจษฎสุดา บัวเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ่งรวยธานี จำกัด บริษัทในเครือแชลเลนจ์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงแผนพัฒนาโครงการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า จะแบ่งการพัฒนาออกเป็นโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 110 ยูนิต และโครงการโรงแรมจำนวน 100 ห้องพัก คาดว่าแบบพิมพ์เขียวจะแล้วเสร็จไม่เกินไตรมาส 3 ของปีนี้

ทั้งนี้ตามแผนเดิม บริษัทวางแผนที่จะทำโครงการ 3 รูปแบบ คือ ทำเป็นโครงการบ้านเดี่ยวราคาแพง ประมาณ 30 ล้านบาท หรือทำโครงการคอนโดมิเนียมและโรงแรม และทำโครงการคอนโดมิเนียมระดับ พรีเมียม แต่จากการสำรวจตลาดแล้ว พบว่าความต้องการคอนโดมิเนียม และโรงแรมยังมีอยู่มาก

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us