ราศรี บัวเลิศ เปิดเกมรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังโครงการสเตท ทาวเวอร์ผ่านพ้นได้ดี
ย้ำการลงทุนทุกโครงการต้องชัดเจนธุรกิจเป็นไปได้ และต้องวิเคราะห์ตลาดให้ถูกต้อง
ด้านลูกสาวคนเก่ง "รัฐวดี" เตรียมแบ่งขายห้องพักกว่า 100 ยูนิตให้ลูกค้า
เล็งฟื้นโครงการย่าน รัชดาฯ ส่วนโครงการที่เชียงใหม่ผุดคอนโดฯ-โรงแรม คาดไม่เกินไตรมาส
3 ได้เห็นแบบพิมพ์เขียว
การปรากฏตัวอีกครั้งของ นางราศรี บัวเลิศ ประธานกลุ่ม แชลเลนจ์ กรุ๊ป นับได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ
หลังจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนางราศรี ได้มีการปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเอง โดยมีการถ่ายโอนการบริหารงานให้กับลูกสาว
นางสาวรัฐวดี บัวเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แชลเลนจ์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งมีภาระใหญ่
ในการทำโครงการ สเตท ทาวเวอร์ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาท และนางสาวเจษฎสุดา
บัวเลิศ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยิ่งรวยธานี จำกัด ซึ่งมีฐานะเป็นหลานของนางราศรี
นางราศรี บัวเลิศ เปิดเผยถึง ทิศทางของกลุ่ม แชลเลนจ์ฯ ว่าเรา ยังคงยึดมั่นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
แต่ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้เราได้รับบทบาทจากการลอย ตัวของค่าเงินบาทในปี
2540 ทำให้จากนี้ไปการที่จะทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ให้สมบูรณ์ต้องมองธุรกิจให้ดีและมองเป้าหมายของการพัฒนาโครงการแต่ละแห่งให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง
ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าโครงการนี้สภาพตลาดเป็นอย่างไร คู่แข่งในตลาดคือใคร
"ที่ผ่านมาโครงการสเตท ทาวเวอร์เป็นโครงการที่เราห่วงมากที่สุด เป็นโครงการที่ใหญ่มาก
จะเห็นได้ว่าแม้วิกฤตโครงการนี้ต้องมีการลงทุนต่อไป เราต้องทำแม้จะรู้ว่าสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้
แต่ถ้าไม่ทำอะไรเรารู้ว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นแน่ ส่วนวันนี้โครงการไปด้วยดี เราโล่งอกมากขึ้น
ซึ่งในยุควิกฤตการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสปัญหาดังกล่าว จะช่วยให้เห็นถึงปัญหาและได้รับรู้ว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไร
ขณะที่ตัวเองก็เข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เราพูดกันตลอด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ซึ่งทำให้แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ด้วยดี" นางราศรีกล่าว
นางราศรี กล่าวถึงการปรับโครงสร้างหนี้ว่า ขณะนี้มีความชัดเจนไปอย่างมาก ซึ่งในส่วนของธนาคารกรุงไทย
ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ในโครงการสเตท ทาวเวอร์ มูลหนี้ 8,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันธนาคารยังได้สนับสนุนสินเชื่อ
2,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครง การส่วนที่เหลือแล้ว
สำหรับสเตท ทาวเวอร์ ประกอบด้วยที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์
โรงแรม และพื้นที่พลาซา ปัจจุบันในส่วนของโครงสร้างก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นขั้นตอนการตกแต่งเท่านั้น ด้านแผนการดำเนินงานของโครงการนี้ บริษัทกำหนดปิดโครงการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานก่อสร้าง
งานตกแต่ง หรืองานขาย ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า หรือไม่เกินปลายปี 2547 โดยในส่วนของพลาซา
บริเวณชั้น 1-4 จำนวนมากกว่า 100 ร้านค้าเปิดให้บริการแล้ว จะเป็นศูนย์รวมสินค้าที่มีดีไซน์เฉพาะ เช่น ศูนย์รวมอัญมณี เครื่องประดับ ผ้าไหม เฟอร์นิเจอร์ แหล่งรวมศิลปะ
และบริการ
นางราศรีกล่าวว่า การมีทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ จะมีมุมมองและความคิดที่ต่างกับคนรุ่นเก่า
อย่างเช่นเดิมการทำโครงการสเตท ทาวเวอร์ จะไม่คิดที่จะลงทุนทำโดมบนอาคาร เพื่อทำเป็นแหล่งบันเทิง
แต่มุมมองของผู้บริหารรุ่นใหม่ มองว่าการลงทุนทำโดมจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการ
และเพิ่มเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้าได้ผ่อนคลาย
นางสาวรัฐวดี บัวเลิศ กรรมการบริหาร บริษัทแชลเลนจ์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงแผนพัฒนาโครงการสเตท
ทาวเวอร์จาก ภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้บริษัทมีแผนใหม่ที่จะแบ่งห้อง
พักบางส่วนประมาณ 100 ยูนิต ขายให้กับลูกค้า ซึ่งเดิมจะไว้สำหรับ เป็นส่วนของโรงแรม
โดยจำนวนยูนิตที่จะขายออกไปจะอยู่ที่ชั้น 16-20 ขนาดของห้องพัก 68 ตารางเมตร ราคาตารางเมตรละ
60,000 บาท
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาที่ดินบริเวณพื้นที่รัชดาฯ จำนวน 5 ไร่เป็นโครงการใน
รูปแบบคอมเพล็กซ์ ซึ่งในโครงการดังกล่าวจะมีการแยกโครงการย่อย ออกเป็น 4 โครงการ
โดยอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบและสำรวจตลาดว่า ความต้องการในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอย่างไร
กำลังซื้อมีแค่ไหน เราต้องวิเคราะห์ให้ดี ส่วนจะเป็นโครงการแนวราบหรือแนวสูง ต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลที่วิเคราะห์ออกมาได้
นอกจากนี้ บริษัทยังมีที่ดินที่ รอการพัฒนาอีกหลายที่ ไม่ว่าที่ถนนสายไหม ซอยวัชรพล
จำนวน 125 ไร่ ,ที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 12 ไร่ และที่จังหวัดภูเก็ตจำนวน 30 ไร่
เจษฎสุดา บัวเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยิ่งรวยธานี จำกัด บริษัทในเครือแชลเลนจ์
พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงแผนพัฒนาโครงการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า จะแบ่งการพัฒนาออกเป็นโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 110 ยูนิต และโครงการโรงแรมจำนวน 100 ห้องพัก คาดว่าแบบพิมพ์เขียวจะแล้วเสร็จไม่เกินไตรมาส
3 ของปีนี้
ทั้งนี้ตามแผนเดิม บริษัทวางแผนที่จะทำโครงการ 3 รูปแบบ คือ ทำเป็นโครงการบ้านเดี่ยวราคาแพง
ประมาณ 30 ล้านบาท หรือทำโครงการคอนโดมิเนียมและโรงแรม และทำโครงการคอนโดมิเนียมระดับ
พรีเมียม แต่จากการสำรวจตลาดแล้ว พบว่าความต้องการคอนโดมิเนียม และโรงแรมยังมีอยู่มาก