Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ มิถุนายน 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ มิถุนายน 2547
นักท่องเที่ยวหน้าใหม่ของโลก             
 

   
related stories

หนุ่มสาวชาวกรุงเห่อขับรถเที่ยวชนบท




นักท่องเที่ยวเศรษฐีใหม่กำลังหลั่งไหลออกจากจีนและอินเดียเข้าสู่เอเชีย และกำลังจะบุกไปทั่วโลกในอีกไม่นาน

นักท่องเที่ยวหน้าใหม่กำลังหลั่งไหลออกจากจีนและอินเดีย 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ของเอเชีย ด้วยจำนวนมหาศาลที่ไม่มีใครจะเมินหน้าหนีได้

เพียงนักท่องเที่ยวจากจีนชาติเดียว ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 17 ล้านคนแล้ว ภายในเวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ในขณะที่กว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะมีจำนวนมากถึงขนาดนี้ ต้องใช้เวลาถึง 30 ปีเลยทีเดียว

และแม้จะรวมเอานักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักหน้าเก่าอย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง และสิงคโปร์เข้าไปด้วย ก็ยังไม่อาจจะเทียบกับนักท่องเที่ยวหน้าใหม่ทั้ง 2 กลุ่มได้

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเอเชียถึงกับต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวหน้าใหม่รายใหญ่ ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่นักท่องเที่ยวหน้าเดิมๆ เพราะพวกเขาไม่มีอะไรเหมือนนักท่องเที่ยว อื่นๆ ที่เอเชียเคยต้อนรับมา พวกเขาใช้เงินน้อยกว่า ชอบพักช่วงสั้นๆ และชอบมากับทัวร์

การหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยวชาวจีน ทำให้ฮ่องกงต้องเปลี่ยนมาสร้างโรงแรมระดับ 3 ดาวแทนระดับ 5 ดาวที่หรูหราเกินไป ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายร้อยแห่ง ซึ่งเคยตั้งเป้าดึงดูดแต่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกระเป๋าหนักด้วยของแพงๆ ต้องเปลี่ยนมาตุนสินค้าราคาถูกกว่าอย่างกล้องดิจิตอล

สิงคโปร์ตัดสินใจออกวีซ่าแบบ multiple entry เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากแดนภารตะ นอกจากนี้ยังคาดว่า สายการบินราคา ประหยัดคงจะเจริญรุ่งเรืองดีในภูมิภาคนี้ เพราะการชอบของถูกของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 กลุ่มนี้นั่นเอง

นักท่องเที่ยวหน้าใหม่ทั้ง 2 กลุ่ม ยังทำให้วิธีการแบ่งประเภททัวร์เป็นในประเทศและต่างประเทศแบบเดิม กลายเป็นแนวคิดที่ใช้ไม่ได้

แนวคิดใหม่ที่มาแทนที่คือ "total tourism" ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างพรมแดนแทบจะไม่มีความหมาย นักท่องเที่ยวในประเทศของวันนี้ สามารถเปลี่ยนไปเป็นนักท่องเที่ยว ต่างประเทศของวันพรุ่งนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ปีที่แล้ว ชนชั้นกลางอินเดียออกเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากถึง 300 ล้านคน และใช้จ่ายเงินเกือบ 9.2 พัน ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 6.2 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2002

การที่ชาวอินเดียจำนวนมหาศาลเกิดรักการท่องเที่ยวขึ้นมาพร้อมๆ กันอย่างนี้ เกิดจากหลายเหตุผลผสมกัน ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้น และการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่ทำให้ค่าเครื่องบินถูกลง และทำให้มีการสร้างถนนมากขึ้น

ชาวอินเดียยังเดินทางออกนอกประเทศเป็นว่าเล่นในปีที่แล้ว โดยมีจำนวนมากถึง 4.5 ล้านคน ซึ่งทำให้เงินตราต่างประเทศต้องรั่วไหลออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก เพราะอินเดียไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้าประเทศได้มากเท่า

ส่วนจีน ซึ่งเริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจก่อนหน้าอินเดีย 10 ปี และได้เห็นการเติบโตของชนชั้นกลางมาก่อนอินเดีย ในปี 2003 ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเกือบ 800 ล้านเที่ยวและเดินทางไปเที่ยวที่ฮ่องกงและมาเก๊าอีกมากกว่า 14 ล้านเที่ยว และอีก 800,000 เที่ยว ไปยังจุดหมายในต่างประเทศยอดนิยมของชาวจีน นั่นคือประเทศไทยของเรานี่เอง

รัฐบาลทั่วเอเชียตะวันออกจึงรีบงัดพรมแดงออกมาปูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากจีนกันอย่างยกใหญ่

อย่างเช่นเกาหลีใต้ ซึ่งพยายามมา 10 ปีที่จะชักจูงชาวจีนให้มาเที่ยว สามารถ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีน จาก 212,000 คน ในปี 1999 มาเป็น 550,000 คน ในปี 2003 หรือเป็นที่สองรองจากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเท่านั้น

โดยมีสินค้าท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ที่ชาวจีนนิยมมากที่สุด 3 อย่างคือ ชายหาด ที่เกาะ Jeju แหล่งชอปปิ้งของถูกในกรุงโซล และการนั่งรถไปเที่ยวสถานที่ที่เคยเป็นฉากในละครน้ำเน่ายอดฮิตของเกาหลีที่ไปฉายในจีน

แม้ว่าตอนนี้ นักท่องเที่ยวจากแดนมังกรและแดนภารตะ จะยังคงนิยมเที่ยวใกล้บ้าน แต่อีกไม่นานพวกเขาจะบุกไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวจากอินเดียเริ่มปรากฏตัวให้เห็นในนิวซีแลนด์มากขึ้น 3 เท่าจากเมื่อ 5 ปีก่อน ส่วนนักท่องเที่ยว ชาวจีนก็ไปเยือนออสเตรเลียมากขึ้น 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

แม้กระทั่งที่ญี่ปุ่นซึ่งค่าครองชีพสุดโหด ก็ยังมีชาวจีนเกือบ 20,000 คน ดั้นด้นไปเที่ยวที่นี่เมื่อปีที่แล้ว จนชาวญี่ปุ่นเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กับกลุ่มอื่นๆ กล่าวคือ

นักท่องเที่ยวจากแดนมังกรไม่สนใจเมืองโบราณอย่างเกียวโต และนาระ เพราะประวัติศาสตร์ของจีนเอง ยาวนานกว่าญี่ปุ่นมากนัก พวกเขาไม่สนใจย่านกินซ่า แหล่งชอปปิ้งของแพง แต่กลับเจาะจงที่จะไปยังร้านขายเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ใน Akihabara และชอบที่จะเดินเที่ยวชมโชว์รูมรถยนต์ Toyota ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร และกิจกรรมสุดโปรดอีกอย่างของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ญี่ปุ่นก็คือ การโดยสารรถไฟหัวกระสุนอันโด่งดัง ซึ่งเป็นประสบการณ์การเดินทางที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต

แปลและเรียบเรียงจาก
Newsweek, April 19/ April 26, 2004
โดย เสาวนีย์ พิสิฐานุสรณ์

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us