Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน21 พฤษภาคม 2547
กบข.โกยกำไรหุ้นทอท.42ล.             
 


   
www resources

โฮมเพจ ซีเอส ล็อกซอินโฟ

   
search resources

ซีเอส ล็อกซอินโฟ, บมจ.- CSL
ท่าอากาศยานไทย, บมจ.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
อารียา พรอพเพอร์ตี้, บมจ.
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ - กบข
เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง, บมจ.
วิสิฐ ตันติสุนทร
Funds




พอร์ตหุ้นจองกบข.ปีนี้ให้กำไร 42 ล้านบาท อารียา, ซีเอสล็อกอินโฟ, เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง เจอภาวะตลาดผันผวนดัชนีทรุดตัวลงราคารูดต่ำจองหมด โชคดีได้หุ้นจองทอท. จำนวน 7 ล้านหุ้นทำกำไรตัวเดียวที่เหลือขาดทุนรวด ด้าน "วิสิฐ" กบข.เผยผลตอบแทนสุทธิสะสมย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 8.6% ส่วนตัวเลขผลตอบแทนการลงทุนสะสม 12 เดือนอยู่ที่ 9.15% โดยสูงกว่า อัตราผลตอบแทนจากเงินฝากธนาคารพาณิชย์ใหญ่ 5 ธนาคาร ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.25% เท่านั้น

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งถึงผลการเสนอขายหุ้นจองที่กระจายหุ้นช่วงปี 2547 ที่ผ่านมาปรากฏว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ได้รับการจัดสรรหุ้นจอง 4 บริษัทปรากฏว่ามีกำไรจากการลงทุนจำนวน 42.539 ล้านบาท ซึ่งกำไรที่ได้มาจากหุ้น การท่าอากาศยานซึ่งเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ และมีกำไร 66.50 ล้านบาท ขณะที่อีก 3 บริษัทได้แก่หุ้นบริษัทเอ็นซี เฮ้าส์ซิ่ง,บริษัทอารียา พรอพเพอร์ตี้ และบริษัทซีเอส ล็อกซอินโฟ ราคาล่าสุด ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2547 ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่าจอง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดหุ้นโดยรวมที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กบข.ได้รับการจัดสรรหุ้นการท่าอากาศยานไทย (ทอท.) (AOT) ซึ่งได้รับการจัดสรรจำนวน 7 ล้านหุ้นหรือ 1.70% คิดเป็นมูลค่า เงินลงทุน 294 ล้านบาทเป็นอันดับที่ 5 ในราคาจองหุ้นละ 42 บาทซึ่งเทียบกับราคาปิดล่าสุด ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2547 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 51.50 บาท มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 360.5 ล้านบาท มีกำไร 66.5 ล้านบาท

สำหรับนักลงทุนสถาบันหรือนิติบุคคลที่ได้รับการจัดสรรหุ้น ทอท.มากสุด ได้แก่ Merrill Lynch Pierce Fenner&Smith lnc. ได้รับการจัดสรรจำนวน 60 ล้านหุ้น หรือ 14.54% มูลค่าเงินลงทุน 2,520 ล้านบาท

นอกจากนี้ กบข.ยังได้รับการจัดสรรหุ้นบริษัทเอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง (NCH) ได้รับการจัดสรรจำนวน 1 ล้านหุ้น หรือ 2.50% มูลค่าเงินลงทุน 20 ล้านบาทเป็นอันดับที่สอง ในราคาจองที่หุ้นละ 20 บาทเทียบกับราคาล่าสุดอยู่ที่ 8.85 บาท มูลค่าเงินลงทุนลดลงเหลือ 8.85 ล้านบาท ขาดทุน 11.15 ล้านบาท

นักลงทุนสถาบันที่ได้รับการจัดสรรหุ้นบริษัทเอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่งมากที่สุด ได้แก่ BEAR STEARNS INTERNATIONAL LIMITED PRORIETART ACCOUNT จำนวน 7.74 ล้านหุ้น หรือ 19.35% มูลค่าเงินลงทุนจำนวน 154.80 ล้านบาท

หุ้นบริษัทซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) ได้รับ การจัดสรรจำนวน 913,700 หุ้นหรือ 0.73% มูลค่าเงินลงทุน 8.223 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 4 จากราคาจองหุ้นละ 9 บาทเทียบกับราคาล่าสุดอยู่ที่ 8.90 บาท มูลค่าเงินลงทุนเหลือ 8.132 ล้านบาทขาดทุน 0.091 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันที่ได้รับการจัดสรรหุ้นบริษัทซีเอส ล็อกซอินโฟมากสุดได้แก่ DBS VICKERS SECURITIES (SINGAPORE) PTE LTD จำนวน 20.192 ล้านหุ้นหรือ 16.15% มูลค่าเงินลงทุน 181.735 ล้านบาท

หุ้นบริษัทอารียา พรอพเพอร์ตี้ ซึ่งกบข. ได้รับการจัดสรรจำนวน 3 ล้านหุ้นหรือ 3.82% มูลค่าเงินลงทุน 27 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 2 จากราคา จองที่กำหนดไว้หุ้นละ 9 บาทเทียบกับราคาล่าสุด อยู่ที่ระดับ 4.76 บาทมูลค่าเงินลงทุนลดลงเหลือ 14.28 ล้านบาท ขาดทุนจำนวน 12.72 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันที่ได้รับการจัดสรรมากสุดได้แก่ กองทุนเปิดไอเอ็นจี ไทยอิควิตี้ฟันด์ ได้รับการจัดสรรจำนวน 3.62 ล้านบาท หรือ 4.61% มูลค่าเงินลงทุน 32.581 ล้านบาท

สำหรับหุ้นใหม่ที่เข้ามาซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์นับตั้งแต่ต้นปี 2547 จนถึงปัจจุบันประกอบด้วยบริษัทควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดักส์ (Q-CON), บริษัทสหโคเจน (ชลบุรี), บริษัทแกรนด์แอสเสท, บริษัทตะวันออกพาณิชย์ลิสซิ่ง, บริษัทปิโก(ประเทศไทย), บริษัทบิสซิเนสออนไลน์, บริษัทเอสแพ็คแอนด์พริ้นท์, บริษัทท่อากาศยานไทย,บริษัทอารียาพรอพเพอร์ตี้, บริษัทเอ็นซีเฮ้าส์ซิ่ง, บริษัทซีเอส ล็อกซ อินโฟ และบริษัทนวนคร

วานนี้ (20 พ.ค.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้ประกาศตัวเลขผลตอบแทนการลงทุนสะสม 12 เดือน (เมษายน 2546 - มีนาคม 2547) เท่ากับร้อยละ 9.15 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนจากเงินฝากธนาคารพาณิชย์ ขนาดใหญ่ 5 ธนาคาร เฉลี่ยร้อยละ 1.25 และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.80 นับได้ว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ยังมีผลประกอบการที่ดีมากในช่วงเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา

นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ไตรมาสที่ 1/2547 กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการมีสินทรัพย์สุทธิจำนวนทั้งสิ้น 241,620.27 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนสุทธิสะสมย้อนหลัง 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2542-2546) เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 8.6 ซึ่งในการติดตามผลประกอบการของกองทุนเงินออมระยะยาวอย่างเช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ นอกจากจะติดตามผลประกอบการย้อนหลัง 12 เดือนแล้ว ควรติดตามผลประกอบการย้อนหลังไปไม่น้อยกว่า 5 ปีด้วย เพื่อให้สะท้อนภาพผลตอบแทนในระยะยาวของ กองทุนเงินออมเพื่อการเกษียณอายุ

สำหรับสัดส่วนการลงทุนในปัจจุบันกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการยังคงยึดมั่นความมั่นคง และปลอดภัยของเงินต้นเป็นหลัก โดยมีการกระจายสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 35 ตราสารหนี้ร้อยละ 25 และเงินฝากธนาคารร้อยละ 21 ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนในตราสารทุนร้อยละ 13 อสังหาริมทรัพย์และการลงทุนทางเลือกอื่นๆ ร้อยละ 6 จากสินทรัพย์ รวมทั้งสิ้นจำนวน 2.4 แสนล้านบาท

ในจำนวนนี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการยังได้จัดสรรเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท ไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ โดยลงทุนรูปของหน่วยลงทุนบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนของไทยที่มีพันธมิตรต่างประเทศ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการลงทุนต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก และเป็นโอกาสขยายการลงทุนไปสู่การลงทุนใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูงขึ้น

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในครึ่งปีหลังนั้น ปัจจัยภายนอกประเทศหลายประการ เช่น การปรับตัวสูงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก การขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่จะมีผลกระทบต่อตลาดทุนทั่วโลกและประเทศไทย กองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่สามารถเพิ่มผลตอบแทนให้แก่สมาชิกภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด

โดยคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ คณะอนุกรรมการ และการวิเคราะห์ติดตามโดยผู้บริหาร และพนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ที่ยังคงยึดหลักธรรมาภิบาลหรือแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้กองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการประสบความสำเร็จ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับกองทุนเงินออมระยะยาวของประเทศต่อไป

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us