"เยื่อกระดาษสยาม" เตรียมยื่นทำเทนเดอร์ฯ TCP 49.94% โดยเสนอซื้อหุ้นละ 13.50 บาท และวอร์แรนต์หน่วยละ 3.50 บาท ใช้เงินประมาณ 1.73 พันล้านบาท ด้านโบรกเกอร์ประเมินแผนเทกโอเวอร์ครั้งนี้อาจไม่สำเร็จ เนื่องจากราคาเสนอ ซื้อต่ำกว่าราคาตลาดและบุ๊กแวลู รวมทั้งไม่มีความตั้งใจจริงในการซื้อกิจการ
ดังกล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัทเยื่อกระดาษ สยาม จำกัด (มหาชน) (SPP) ในเครือ ปูนซิเมนต์ไทยแจ้งว่า
บริษัทฯ ได้ยื่นแบบประกาศเจตนาในการเข้าถือหลัก ทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ บริษัทไทยเคนเปเปอร์
จำกัด (มหาชน)( TCP) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.47 โดยจะเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ โดยแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน
126,316,952 หุ้น คิดเป็น 49.94 %ของทุนจดทะเบียน ราคาเสนอซื้อหุ้นสามัญหุ้นละ
13.50 บาท จะใช้เงิน 1,705,278,852 บาท และซื้อวอร์แรนต์ ราคา 3.50 บาทต่อหน่วย
จำนวน 7,336,647 หน่วย คิดเป็น 100% ของหลักทรัพย์ที่จำหน่ายทั้งหมดในรุ่นนั้น
จะใช้เงิน 25,678,264.50 บาท
เยื่อกระดาษสยามได้เตรียมเงิน จำนวน 1,730,957,116.50 ล้านบาท เพื่อทำคำเสนอซื้อหุ้น
TCP โดยแหล่ง เงินที่ใช้ในการทำเทกโอเวอร์นี้มาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทเอง
ปัจจุบันเยื่อกระดาษสยามถือหุ้น TCP ก่อนที่จะทำคำเสนอซื้อจำนวน 126,343,400
หุ้น คิดเป็น 50.005% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด จากเดิมถืออยู่ 40% เมื่อเดือนเมษายน
2546 โดยบริษัทฯได้มีการทยอยซื้อหุ้นTCPจากตลาดหลักทรัพย์ในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน
ทำให้สามารถซื้อหุ้น TCP ในกระดานได้ในราคาที่ค่อนข้างต่ำเฉลี่ยหุ้นละ 13.50 บาท
ซึ่งการยื่นทำเทนเดอร์ฯครั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของก.ล.ต. เพราะถือครองหุ้นเกิน
50% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
กอปรกับราคาเสนอซื้อหุ้น TCP ต่ำกว่าราคากระดาน จึงอาจจะยากที่นักลงทุนรายย่อยจะขาย
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯไม่กระทบหากการยื่นเทน-เดอร์ฯ ไม่ประสบความสำเร็จ
ปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างติดต่อผู้จัดเตรียมคำเสนอซื้อ และคาดว่าจะสามารถยื่นคำเสนอซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่
21 พฤษภาคม 2547
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ของTCP มีกำไรสุทธิ 29.51 ล้านบาท ดีขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ
3.73 แสนบาท โดยบริษัทฯ มีรายได้รวม 815.432 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน
936.842 ล้านบาท ลดลง 121.410 ล้านบาท หรือลดลง 13% มีสาเหตุใหญ่จากปริมาณและราคาขายลดลง
ขณะเดียวกันก็มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายลดลงเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ตั้งแต่ไตรมาสที่
1/2546
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟาร์อีสท์กล่าวถึงกรณีที่เยื่อกระดาษสยามเสนอซื้อกิจการTCPว่า
ประเมินการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะไม่สำเร็จ เนื่องจากราคาที่เสนอซื้อที่ระดับ
13.50 บาท/หุ้น ต่ำกว่าราคาในกระดาน และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีซึ่งอยู่ที่ระดับ
18.73 บาท/หุ้น อย่างไรก็ตามหากแผนการเทกโอเวอร์ ไม่สำเร็จก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อเยื่อกระดาษสยาม
เพราะไม่มีเจตนาที่จะทำเทนเดอร์ฯก็ได้ แต่ที่ทำเพราะเป็นไปตามกฎระเบียบของก.ล.ต.เท่านั้น
เนื่อง จากบริษัทเข้าถือหุ้นเกิน 50% จะต้องทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์
"ขณะนี้ราคา TCP ในกระดานยังอยู่สูงกว่าราคาที่เสนอซื้อของเยื่อกระดาษสยาม
ซึ่งการเข้าซื้อกิจการคงเป็นไปในทิศทางลำบาก ผู้ถือหุ้นรายเดิมอาจไม่ยอมขาย ถือเป็นราคาเสนอซื้อที่ยังต่ำไป
และราคาที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 18 บาทตาม Book Value ของ TCP คงต้องจับตาดูต่อไปว่าเยื่อกระดาษ
สยามจะเพิ่มราคาเสนอซื้ออีกหรือไม่"
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TCP เปิดตลาด ที่ 15.00 บาท ได้มีแรงเทขายออกมาจนปิดตลาดที่
13.90 บาท เพิ่มขึ้น 30 สตางค์ เปลี่ยนแปลง 2.21% มูลค่าการซื้อขายรวม 67.99 ล้านบาท