เป็นความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าอาหารจำพวกเอากลับไปทานที่บ้านหรือระหว่างทาง
ที่เรียกกันว่า Take away นั้นเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเหล่าคนอังกฤษ
พอๆ กับ หรืออาจจะมากกว่าที่ข้าวแกงมีความสำคัญกับชีวิตของคนไทยเรา คนอังกฤษเสียเงินให้อาหารประเภทนี้ไปมากมายมหาศาลเนื่องจากคาดกันว่า
ทานกันไป 314 ล้านมื้อต่อปี
คนอังกฤษทุกวันนี้ขี้เกียจทำอาหารกันมากขึ้น ส่วนมากคิดว่า ถ้าทำไม่อร่อยก็อย่าทำให้ยุ่งยากดีกว่า
เมื่อคิดเช่นนั้นก็มีอยู่ 3 ทาง
1) ทานอาหารข้างนอก วิธีนี้ค่อนข้างจะใช้เวลา แถมเสีย Service charge อีก
ทานข้างนอกกันที เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา คนทั่วไป (ที่ไม่รวยกับไม่ฟุ้งเฟ้อ)
จึงเลือกเป็นโอกาสพิเศษเท่านั้น
2) ซื้ออาหารสำเร็จรูปมาทานจากซูเปอร์มาร์เก็ต วิธีนี้เป็นวิธีที่เดี๋ยวนี้เป็นที่นิยมมาก
Sainsbury เอย Tesco เอย Marks & Spencer เอย สร้าง product range ออกมามากมายหลายแบบ
ทั้งแบบที่ทานแล้วดีกับสุขภาพ รวมถึงแบบที่เรียกกันว่า รสชาติที่แตกต่าง
("taste the difference") แต่อย่างไรก็ตาม ในสายตาของคนทั้งหลาย อาหารไมโครเวฟกับอาหารกระป๋องไหนเลยจะสู้ของที่ทำจากผู้เชี่ยวชาญได้
วิธีที่ 3 จึงเป็นที่นิยมที่สุด
3) Take away กับ home deliveries ร้านพวกนี้มีทุกหย่อมหญ้าแถมอาหารพวกนี้ก็หลากหลาย
มีทั้งร้าน Fish & chips, อินเดีย, จีน, ไทย, เม็กซิกัน ฯลฯ ราคาก็พอๆ
กับซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตแถมดูอร่อยกว่าอีก (เพราะคนคิดว่าพ่อครัวต้องทำอร่อยกว่า)
ไปซื้อ Take away มาก็ง่าย ที่ง่ายกว่านั้นคือ ถ้าอยู่ใกล้ ก็โทรไปให้เขาส่งได้
(deliveries) ซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Marks & Spencer ยังต้องเตรียมสู้
โดยเปิด Simply Food shops ที่ขายอาหาร Take away โดยเฉพาะในขณะที่อื่นๆ
เริ่มเพิ่มความหลากหลายของอาหารร้อนประเภท ซื้อไปแล้วทานได้เลย
ประเภทของอาหาร Take away (คนอเมริกันจะเรียกว่า อาหาร take out) เป็นอะไรที่กว้างมากยากที่จะเจาะจง
แต่ถ้าจะพูดถึงประเภทของอาหาร Take away ที่มีความสำคัญแล้ว ก็จะขาด Chip
shop ไปไม่ได้ Chip shop เป็นอะไรที่ฝังอยู่ในสายเลือดของคนเกาะนี้ ร้าน
chip shop ขาย Fish & Chips และอาหารทอดทุกๆ ชนิดที่เราสามารถจะมโนภาพได้
บางชนิดถึงขนาดเกิดจินตนาการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รวมไปถึง แท่งช็อกโกแลต (Mars
bar) ทอด เนื้อจระเข้ทอดบางร้านในสกอตแลนด์นะครับ) พิซซ่าทอด (ครับอ่านไม่ผิด) แฮมเบอร์เกอร์ทอด (ครับอ่านไม่ผิดอีกเหมือนกัน) และอีกหลายๆ อย่างที่ท่านผู้อ่านคิดว่าปกติมั่งไม่ปกติมั่ง
ที่ฟังดูแปลกๆ จะขายดีกับพวกที่เมากลับบ้านช่วงเที่ยงคืน-ตีสามครับ เรียกว่า
ยำเครื่องในแกะทอด (Deep fry haggis) นี่ขายหมดเกลี้ยงเลย
ร้าน Chip shop เปิดทำการกันมาตั้งแต่โบราณ คาดกันว่าตั้งแต่ ค.ศ.1863
Fish & Chips นั้น เรียกกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของอาหารอังกฤษเลยทีเดียว
พอๆ กับ Roast beef แต่ในความจริงนั้น Fish & chips ไม่ใช่อาหารที่มีพื้นฐานมาจากอังกฤษเลย
"Chip" นั้นมาจากฝรั่งเศส หรือที่เขาเรียกกันว่า chipped pommes do terre
a la mode ในขณะที่ปลาทอด "Fish" นั้นไม่มาจากยิวก็มาจากโปรตุเกสที่ให้กำเนิดวิธีชุบแป้งทอด
(เทมปุระ ก็ของโปรตุเกสนะครับ ไม่ใช่ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น
เอาเป็นว่าไม่ได้มาจากอังกฤษก็แล้วกัน ที่แน่ๆ ค.ศ.1939 Charles Dickens
ก็ได้เขียนเกี่ยวกับ "fried fish warehouse" แล้วใน Oliver Twist
Fish กับ Chip นั้น ขายแยกร้านกัน โดย Chip นั้นเริ่มขายกันที่แถบโรงงานทางเหนือของอังกฤษ
ในขณะที่ Fish นั้น เริ่มขายกันที่ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน พอทานกันไปทานกันมา
ก็มีคนหัวใสทราบว่า ทานด้วยกันแล้วอร่อย จึงมีการเปิดร้าน Fish & Chips
ขึ้นมา โดยร้านแรกเปิดที่ Mossely, ใน Lancashire เปิดไปเปิดมา จนปัจจุบันมีร้าน
Fish & Chips ใน อังกฤษถึง 8,500 ร้าน! มากกว่าสาขาของ McDonald ในอังกฤษถึง
8 เท่า! รวมถึงขาย Fish & Chips ไปได้ถึง 300 ล้านจาน จากการวิจัยในปี
1999!
จริงๆ แล้วควรจะทาน Fish & Chips กับอะไรดี คนอังกฤษจะชอบทานกับเกลือและน้ำส้มสายชูฝรั่ง
(Vinegar) หรือไม่ก็กับซอสมะเขือเทศครับ แต่คนสกอตจะชอบทานกับ Brown sauce
ในขณะที่วัฒนธรรมทานกับมายองเนสนั้น คนเบลเยียมเป็นคนเอาไปเผยแพร่นะครับ
คนที่นี่ไม่ชอบทานกับมายองเนสครับ
ปลา Cod และปลา Haddock จะเป็นปลาที่คนชอบมากที่สุด ในขณะที่ปลาอื่นๆ เช่น
Whitting จะป๊อปในหมู่ชาวไอร์แลนด์เหนือกับสกอตแลนด์ แล้ว Skate กับ Huss
จะชอบทานในหมู่คนทางใต้ของอังกฤษ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Fish & Chips นิยมมากคือ
การที่เปิดร้านดึกถึงตีหนึ่งตีสอง กับการที่ใครๆ ก็รู้จักแล้ววางใจ และเชื่อว่าเป็นอาหารประจำชาติกับการที่มีเมนูของใหม่ๆ
มาทอดให้ความแตกต่างเสมอ แต่สิ่งที่คนไม่คำนึงถึงก็คือ โอกาสเป็นโรคหัวใจนั้นจะสูงขึ้น
สำหรับคนทานของทอดบ่อยนะครับ รักษาตัวด้วย (รวมถึงผมเองด้วย เป็นแฟน Fish
& Chips ครับ) ทุกท่าน