Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2547








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2547
10 เทคโนโลยีที่น่าจับตา             
 





เมื่อครั้งที่ฟองสบู่อินเทอร์เน็ตแตก บรรดาผู้รู้ต่างประกาศว่า ไฮเทคและนวัตกรรมได้ตายไปแล้ว และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตก็ได้กลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ แม้จะยังสำคัญ แต่ก็ไม่น่าสนใจ ไม่ต่างอะไรจากไฟฟ้าและรางรถไฟ

แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นกลับทะยานขึ้น จนนักลงทุนบางคนถึงกับเบ้หน้าว่าฟองสบู่กำลังจะกลับมาอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หุ้นขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาลมปากแบบในช่วงทศวรรษ 1990 หากแต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตซึ่งเพิ่งตั้งไข่ในยุคนั้น ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วในวันนี้ บ้านของคนในยุคนี้เริ่มมองดูเหมือนบ้านที่เคยถูกทำนายไว้ในยุคฟองสบู่ดอทคอม เป็นบ้านที่สเตอริโอ ทีวี โทรศัพท์ เครื่องเล่นเกม และ PC สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดาย และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แบบไร้สาย

บริษัทอย่าง Amazon, Apple, eBay และ Yahoo ได้เปลี่ยนวิถีการซื้อสินค้าของผู้บริโภคไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่บริษัทเหล่านี้ต่างร่ำรวยขึ้นโดยถ้วนหน้า ส่วนซอฟต์แวร์ open source อย่าง Linux ก็เริ่มสร้างความวิตกอย่างแท้จริงให้แก่ยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Oracle

และต่อไปนี้คือ 10 เทคโนโลยีที่กำลังจะประกาศศักดาในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า รวมทั้งบริษัทที่มีโอกาสสดใสที่สุดที่จะชนะในเกมไฮเทคนี้

1. ละอองอัจฉริยะ

ตัวตรวจจับขนาดจิ๋วไร้สายที่สามารถติดตามตรวจสอบอาหาร ที่ทำงาน และสวัสดิการของคุณ

ละอองอัจฉริยะ (smart dust) คือเครือข่ายของตัวจับสัญญาณขนาด จิ๋วที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีราคาถูก (ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์) และใช้พลังงานต่ำ (1 ส่วน 1,000 ของโทรศัพท์มือถือ) ซึ่งสามารถจะติดตาม ตรวจจับอุณหภูมิ แสง ความสั่นสะเทือนหรือแม้แต่รังสีหรือสารพิษได้

ละอองอัจฉริยะถือกำเนิดมาจากโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแห่งเบิร์คลีย์ โดยได้รับทุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่า ละอองอัจฉริยะเพราะเป้าหมายสูงสุดคือต้องการที่จะทำให้มันมีขนาดจิ๋วที่สุดเพียง 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ขณะนี้ขนาดเล็กที่สุดที่ทำได้คือเท่ายาเม็ดแอสไพริน

ละอองอัจฉริยะใช้พลังงานจากถ่านขนาด AA และควบคุมโดยซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่ชื่อว่า TinyOS ละอองอัจฉริยะแต่ละตัวสามารถติดต่อถึงกันแบบไร้สายและส่งทอดข้อมูลไปเรื่อยๆ จนถึงเครื่อง PC ที่ควบคุมมันอยู่ อย่างไรก็ตาม ต่อไปมีแผนจะเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากถ่านไฟฉาย มาเป็นแสงหรือการสั่นสะเทือนแทน ซึ่งจะทำให้สามารถตัดรังใส่ถ่านทิ้งไปและลดขนาดมันลงได้ด้วย

ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า ละอองอัจฉริยะจะถูกนำไปใช้ทั้งในวงการการค้า การทหาร การแพทย์ ความมั่นคง และระบบนิเวศวิทยา และคาดว่าภายในปี 2006 จะมีละอองอัจฉริยะประมาณ 150 ล้านตัวถูกส่งไปติดไว้ในทุกสถานที่ ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ไปจนถึงบนเครื่องบิน

ละอองอัจฉริยะที่ติดอยู่กับยางรถยนต์ จะช่วยวัดความกดอากาศ และช่วยป้องกันอุบัติเหตุรวมทั้งช่วยประหยัดน้ำมัน ละอองอัจฉริยะที่ติดไว้บนเส้นทางที่เคยเกิดไฟป่า จะช่วยทำนายว่าพื้นที่ใดที่จะถูกไฟลามเป็นแห่งต่อไป ละอองอัจฉริยะสามารถตรวจจับระเบิด และสามารถจะบอกได้ว่า อาคารมีความปลอดภัยที่จะเข้าไปหรือไม่หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ก็เริ่มทุ่มงบก้อนใหญ่ ในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีตัวจับสัญญาณด้วยเช่นกัน และในขณะที่ทางการสหรัฐฯ ยังคงคิดว่าจะทำเงินจากมันได้อย่างไร แต่บริษัทใหญ่ๆ อย่าง Motorosa, Intel และแม้แต่บริษัทที่ปรึกษาอย่าง Accenture กลับเล็งที่จะใช้ประโยชน์จากมันแล้ว

อย่างไรก็ตาม ละอองอัจฉริยะยังต้องการการปรับปรุงอีกมากในเรื่องความน่าเชื่อถือ มาตรฐานและแหล่งพลังงาน รวมทั้งปัญหาที่ว่าละอองอัจฉริยะอาจถูกใช้ละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนอื่นได้

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Philips ตัวจับสัญญาณไร้สายสามารถนำไปใช้กับสินค้าของบริษัทได้อย่างเหมาะเจาะ อย่างระบบการให้แสงสว่างและสินค้าอุปโภคบริโภคอิเล็กทรอนิกส์
- Ember บริษัทเกิดใหม่ที่ผลิตชิปสำหรับเครือข่ายละอองอัจฉริยะ

2. PC ครอบจักรวาล

PC ที่เป็นมากกว่าคอมพิวเตอร์ไม่ใช่คำคุยโต อีกต่อไป และกำลังจะพลิกโฉม Apple, HP และ Dell

หลังจากมีแต่สัญญาลมปากที่เหมือนกับคำคุยโวมานานหลายปี ในที่สุด ความฝันที่จะทำให้ PC เป็นมากกว่าคอมพิวเตอร์ก็เป็นจริงได้เสียที ผู้บริโภคอาจจะไม่ชอบดูหนังจาก PC แต่พวกเขาชอบฟังเพลงจาก PC และชอบที่จะมีเครื่องบันทึกภาพระบบดิจิตอล (DVR) ซึ่งเป็น PC ชนิดหนึ่ง ติดไว้กับเครื่องทีวี เพื่อให้มันคอยอัดรายการโปรดโดยอัตโนมัติ และขณะนี้พวกเขากำลังซื้อทีวีจอแบนจากบริษัทคอมพิวเตอร์อย่าง Dell หรือ HP

ความฝันที่จะทำให้ PC เป็นมากกว่าคอมพิวเตอร์เป็นจริงได้ เพราะจอแบนและฮาร์ดไดรฟ์มีราคาถูกลง และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายทำได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการติดตั้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในบ้านที่ทำได้ง่ายขึ้น โดยทีวีจอแบนที่เคยมีราคาถึง 10,000 ดอลลาร์เมื่อ 2-3 ปีก่อน ลดลงเหลือต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ ส่วนฮาร์ดไดรฟ์ ซึ่งเป็นหัวใจของเครื่อง DVR และเครื่อง iPod ของ Apple ก็มีราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ต่อกิ๊กกะไบต์ จากที่เคยมีราคาถึง 20 ดอลลาร์ต่อกิ๊กกะไบต์ ในปี 1999

สำหรับผู้ผลิต PC แล้วนี่คือข่าวดี เพราะราคาและส่วนต่างกำไรของ PC มีแต่ลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ส่วนต่างกำไรของสินค้าอุปโภคบริโภคอิเล็กทรอนิกส์กลับมากกว่า PC ถึง 2 เท่า

แต่ผู้ชนะที่แท้จริงในตลาดใหม่นี้คือ Apple ซึ่งปรับปรุงคอมพิวเตอร์ของตนจนใช้งานง่ายและทันสมัยสำหรับผู้บริโภค ที่ต้องการเข้าสู่ยุคดนตรีดิจิตอล วันนี้ Apple สามารถขายเครื่อง iPod ได้เกือบจะเท่ากับเครื่อง Mac แล้ว

ส่วนบริษัทที่น่าจับตาต่อไปคือ Sony ที่แม้จะตกรถไฟ PC ครอบจักรวาล แต่กำลังพยายามทำให้เครื่อง PC กับเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และการเล่นเกมกับความบันเทิงสามารถเล่นด้วยกันได้ทั้งหมด

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Apple บริษัทคอมพิวเตอร์เพียงแห่งเดียวที่รู้วิธีผลิตสินค้าที่ผู้ใช้อยากอวด
- Gracenote เจ้าของฐานข้อมูลบนซีดีขนาดใหญ่ ที่ใครๆ ที่อยากเข้าสู่ธุรกิจเพลงดิจิตอลต้องมาง้อ

3. มังกรไฮเทค

สหรัฐฯ เคยครอบงำโลกเทคโนโลยีในศตวรรษที่แล้ว แต่ในศตวรรษนี้จีนอาจคว้าตำแหน่งนี้

ขณะนี้จีนเป็นผู้ผลิตสินค้าไฮเทครายใหญ่สุดของโลก โดยเหมาผ่องถ่ายงานมาจากสหรัฐฯ เม็กซิโก ไทย สิงคโปร์ และประเทศที่มีค่าแรง ต่ำอื่นๆ ในแต่ละปีจีนผลิตวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์มากเท่ากับสหรัฐฯ และมีแต่จะเพิ่มจำนวนขึ้น ขณะที่ในสหรัฐฯ กลับลดลง รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบเป็นหมื่นๆ ล้านดอลลาร์ให้กับการศึกษาและการวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ ในขณะที่งบด้านนี้ในสหรัฐฯ กลับอยู่ในสภาวะชะงักงัน

จีนกำลังจะผงาดขึ้นเป็นคู่แข่งกับสหรัฐฯ หาใช่ยุโรป ญี่ปุ่นหรือประเทศเอเชียอื่นๆ ไม่ จีนไม่ต้องการเพียงแค่รับจ้างผลิตสินค้าให้คนอื่นอีกต่อไป แต่ต้องการเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของโลกด้วยตนเอง

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้กำหนดมาตรฐานของตนสำหรับ ออฟฟิศซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ไร้สาย อินเทอร์เน็ต เครื่องเล่น DVD และเทคโนโลยีสำคัญอื่นๆ และล่าสุดคือการที่จีนชนะในการยืนกรานให้ Microsoft อนุญาตให้จีนตรวจสอบ source code ของ Windows ได้

สำหรับเทคโนโลยีต่อไปที่จีนเล็งจะขยายอำนาจเข้าไปคือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจีนมีผู้ใช้มากที่สุดในโลก สำหรับโทรศัพท์มือถือรุ่นหน้า รัฐบาลจีนกำลังสนับสนุนระบบที่ตนคิดค้นขึ้นที่เรียกว่า TD-SCDMA ซึ่งทุกบริษัทที่อยากทำธุรกิจกับจีนจะต้องยอมรับมาตรฐานนี้

เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ เคยกำหนดมาตรฐานด้านเทคโนโลยีของทุกสิ่งทุกอย่างในศตวรรษที่ 20 จีนก็กำลังจะทำเช่นเดียวกันในศตวรรษที่ 21

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Siemens ช่วยจีนพัฒนามาตรฐาน TD-SCDMA
- Semiconductor Manufacturing International Corp ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีนซึ่งกำลังวางแผนจะทำ IPO ใน ตลาด Nasdaq

4. ซอฟต์แวร์ open source สยายปีก

ในขณะที่ Linux กำลังต่อสู้กับ Microsoft โครงการ open source อีกประมาณ 86,000 โครงการ ก็กำลังเตรียมจะช็อกตลาดซอฟต์แวร์

Open source คือซอฟต์แวร์ฟรีที่ผู้ใช้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ซึ่งริเริ่มโดย Linux และขณะนี้กำลังกลายเป็นเทคโนโลยี ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ จากบริษัททั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จนกระทั่งถึงรัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก

ปัจจุบันเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ Linux เติบโตถึง 50% ต่อปี โปรแกรม Apache ซึ่งจัดอยู่ในประเภท open source ครองตลาดเว็บเซิร์ฟเวอร์ด้วยสัดส่วน 67% ส่วน MySQL ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่คุณสามารถโหลดซอฟต์แวร์ open source มาใช้งานได้ฟรีที่เติบโตเร็วที่สุด ก็มีผู้เข้าไปดาวน์โหลดมากกว่า 4 ล้านคน

สำหรับพื้นที่ที่ open source จะรุกต่อไปคือ PC และสินค้าอุปโภค บริโภคอิเล็กทรอนิกส์ ขณะนี้โทรศัพท์มือถือที่ใช้ Linux ก็มีแล้ว โดยบริษัท NTT DoCoMo บริษัทโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น Linux ยังเข้าไปอยู่ในเครื่องบันทึกภาพระบบดิจิตอล TiVo แล้ว

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- BEA Systems บริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ที่แสวงประโยชน์จากกระแส open source ได้มากที่สุด
- MySQL บริษัทเล็กๆ เจ้าของฐานข้อมูล open source ที่อุดมสมบูรณ์

5. ไม่มีอะไรจะหยุดยั้ง eBay

เว็บไซต์ประมูลสินค้าที่เพียงแต่ไม่อาจหยุดการเติบโตได้

เว็บไซต์ประมูลสินค้า eBay เป็นเว็บขายสินค้าที่ครองอินเทอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ คาดว่ารายได้ของ eBay จะแตะระดับ 3 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ถึง 1 ปีเต็ม แต่อีก 2 ปีข้างหน้าคาดว่ารายได้ของ eBay จะพุ่งขึ้นสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เก็บจาก สินค้ามูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ที่ซื้อขายผ่านเว็บไซต์แห่งนี้

eBay ไม่ได้ขายแต่ของสะสมหรือรถยนต์ หากแต่วางตำแหน่งตัวเอง เป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก ซึ่งนอกจากจะเป็นที่สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ทั่วโลกแล้ว ยังเป็นศูนย์หักบัญชีสำหรับผู้ผลิตสินค้าและผู้ค้าปลีกทั่วโลกด้วย

eBay กลายเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้วยกลยุทธ์ง่ายๆ 3 ข้อ เริ่มด้วยการทำให้ชาวอเมริกันที่ไม่เคยประมูลซื้อขายสินค้ามาก่อน คุ้นเคยกับวิธีการจ่ายเงินผ่าน PayPal ซึ่งเป็นระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนจะขยับต่อไปที่ผู้ค้าปลีกที่ไม่เคยขายของบน eBay มาก่อน และสุดท้าย eBay ใช้วิธีหาพันธมิตรใหญ่ๆ อย่าง Sears, Sharper Image และ IBM ซึ่งนำสินค้าที่ล้นคลังของตนมาเสนอขายบน eBay

ปัจจุบัน eBay กลายเป็นเว็บที่ทรงอิทธิพลอย่างสูงบนอินเทอร์เน็ต ด้วยมูลค่าตลาด 43,000 ล้านดอลลาร์ และมีเงินสดอยู่ในมือ 1.7 พันล้านดอลลาร์ รวมทั้งการมีหุ้นที่ถูกซื้อขายกันด้วยราคาสูงกว่า 60 เท่าของผลกำไรในปีนี้ของบริษัทที่คาดการณ์โดยวอลสตรีท แม้แต่เว็บดังอย่าง Google ก็ไม่กล้าที่จะต่อกรด้วย Google ได้ทดลองทำเว็บ Froogle.com ซึ่งเป็นเว็บเปรียบเทียบราคาสินค้ามากว่า 1 ปีแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเปิดตัวให้ใหญ่โตนัก ด้วยเกรงบารมีของ eBay

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- eBay เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง และปลีกตัวจากสงครามระหว่าง Yahoo, Google และ Microsoft
- AuctionDrop.com เว็บประมูลเปิดใหม่ที่จับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะใน LA เท่านั้น โดยมีนิวยอร์กเป็นเป้าหมายต่อไป

6. Wi-Fi ทุกที่ ที่ต้องการ

ไม่มีอะไรจะมาขัดขวางคุณในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป

ภายใน 2 ปีข้างหน้า ชาวอเมริกัน จะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi) ได้ทุกที่ที่ต้องการ โดยไม่ต้องรำคาญใจที่ไม่สามารถหา "hotspot" ได้อีกต่อไป เมื่อบริษัท Boingo Wireless มีแผนจะพัฒนาเครือข่าย hotspot ทั่วสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อม ต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้ทุกที่

จำนวนของ Wi-Fi hotspot ในสหรัฐฯ น่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 20,000 แห่งภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ Intel ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปได้ประกาศแล้วว่า จะเริ่มขายชิปที่มีชื่อว่า WiMax ที่สามารถส่งและรับสัญญาณตามมาตรฐาน 802.16 ได้ ภายในปีนี้ โดย WiMax จะสามารถครอบคลุมพื้นที่ hotspot ได้กว้างไกลถึง 30 ไมล์ ในขณะที่ชิป Centrino ซึ่งเป็นชิปสำหรับ Wi-Fi ที่ Intel ขายอยู่ในปัจจุบัน จะครอบคลุมรัศมีได้เพียง 300 ฟุตเท่านั้น

แม้แต่สายการบิน Lufthansa ของเยอรมนีก็ยังวางแผนจะให้บริการ Wi-Fi บนเครื่องบินในเส้นทางบินระยะไกลในเดือนนี้ (เมษายน) โดยผู้โดยสารเพียงแต่จ่าย 30 ดอลลาร์ ก็สามารถจะต่ออินเทอร์เน็ตได้ และ Lufthansa ก็คาดว่าจะสามารถทำรายได้ 1.5 ล้านดอลลาร์ต่อเครื่องบินที่มี Wi-Fi 1 เครื่อง

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Intel ทุ่มงบการตลาด 300 ล้านดอลลาร์กับ Wi-Fi และคาดว่า WiMax ชิป Wi-Fi รุ่นใหม่จะต้องบูม
- Boingo มีแผนจะพัฒนาเครือข่าย Wi-Fi ทั่วสหรัฐ

7. อนาคตคมชัดของทีวีคมชัดสูงของใช้ไฮเทคที่ทั้งถูกและดี

โทรทัศน์ความคมชัดสูงหรือ HDTV คือพระเอกตัวจริงของการเปลี่ยน โทรทัศน์เข้าสู่ยุคดิจิตอล ซึ่งหลายคนเห็นว่าเป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีโทรทัศน์ ครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่มีโทรทัศน์เครื่องแรกในโลก และสำคัญกว่าการเปลี่ยนจากโทรทัศน์ขาวดำมาเป็นสีมากมายนัก

สัญญาณดิจิตอลไม่ถูกรบกวนได้ง่ายๆ ทำให้ HDTV ไม่ได้เป็นแค่ทีวี แต่สามารถเสนอบริการใหม่ๆ อย่างบริการข้อมูลและ interactivity ได้ สัดส่วนของจอภาพที่เปลี่ยนไปจากปัจจุบัน ที่มีอัตราส่วนความกว้างต่อความ สูงเท่ากับ 4:3 มาเป็นจอกว้าง 16:9 ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นเบสทั้ง 4 เบสของสนามเบสบอลได้ หรือสามารถชมภาพยนตร์ฮอลลีวูดได้ เหมือนกับที่นั่งชมอยู่ในโรงภาพยนตร์ ความคมชัดของ HDTV ยังอาจสูงกว่าทีวีระบบอนาล็อกแบบเดิมถึง 10 เท่าซึ่ง ทำให้ภาพที่ได้คมชัดเกือบเท่าภาพยนตร์ ส่วนคุณภาพเสียงก็เทียบเท่ากับ DVD

คาดว่าครัวเรือนที่สมัครเป็นสมาชิกช่อง HDTV ในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เพียง 2 ล้านครัวเรือน จะพุ่งขึ้นเป็น 40 ล้านครัวเรือนภายในปี 2007

มีหลายสิ่งที่ได้ช่วยกันทำให้อนาคตของโทรทัศน์คมชัดสูงคมชัดสมชื่อ คณะกรรมการการสื่อสารแห่งชาติของสหรัฐฯ (FCC) ได้อนุมัติเทคโนโลยี ที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเสียบปลั๊กสายเคเบิลเข้ากับโทรทัศน์ดิจิตอลได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเครื่อง set-top ให้ยุ่งยากอีกต่อไป ซึ่งโทรทัศน์ดิจิตอลที่พร้อมจะเสียบต่อกับเคเบิลได้ทันทีเครื่องแรก กำลังจะเปิดตัวภายในปีนี้ FCC ยังเตรียมจะอนุมัติการคุ้มครองลิขสิทธิ์รายการของช่อง HDTV อีกด้วย

ส่วนราคาของ HDTV ก็กำลังจะถูกลง เมื่อบริษัทหลายสิบแห่งเช่น Gateway, Dell, HP และ Intel ได้ตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การแข่งขันในตลาด กับผู้ผลิตรายใหญ่จากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ทั้งยังคุยว่า พวกเขามี processor ที่สามารถจะทำให้ราคาของเครื่อง HDTV ขนาด 50 นิ้วลดลงเหลือต่ำกว่า 1,800 ดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งลดลงมากกว่า 1 ใน 3 ของราคาเมื่อ 1 ปีที่แล้ว

นอกจากนี้ รายการที่จะเสนอทางช่อง HD ก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Cablevision เพิ่งเปิดตัวบริการรายการ HD โดยเฉพาะเรียกว่า Voom ซึ่งมีช่อง HD 25 ช่อง ส่วนช่อง HD อีกมากมายอย่าง HBO, Showtime และ Discovery ก็เผยแพร่ผ่านเคเบิลและดาวเทียม และยังมีอีกหลายสิบช่องที่จะทยอยเปิดตัวต่อไป ส่วนสถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่แทบทุกแห่งยกเว้น Fox ก็เริ่มส่งรายการยอดนิยมของตนต่อแถวใน HD แล้ว

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Pixelworks ผู้ออกแบบเซมิคอนดั๊กเตอร์ และซอฟต์แวร์พิเศษที่ใช้กับจอแบนและ HDTV โดยเฉพาะ
- Texas Instruments เจ้าของชิปประมวลผลข้อมูลแสงระบบดิจิตอล ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในเครื่อง HDTV ราคาระดับปานกลาง

8. พอกันทีค่าบริการรายเดือน

บอกลาบิลเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนที่ยาวเป็นหางว่าว

ในสหรัฐฯ กำลังเกิดกระแสเบื่อหน่ายค่าบริการหรือค่าสมาชิกที่เรียกเก็บเป็นรายเดือน ซึ่งเรียกว่าอาการ Sub-scription Burnout ชาวอเมริกันเริ่มถามตัวเองว่า บริการต่างๆ ที่ทำให้พวกเขาต้องเสียค่าบริการรายเดือนหรือค่าสมาชิกเป็นประจำนั้น จำเป็นกับชีวิตของพวกเขาแค่ไหน หรือเป็นสิ่งที่สิ้นเปลืองเกินเหตุ

เจ้าของบริการที่เก็บค่าสมาชิกต่างหวังว่า ถ้าทำให้ผู้บริโภคติดใจได้ พวกเขาก็จะหนีไปไหนไม่พ้น แต่วันหนึ่งผู้บริโภคก็จะรู้สึกว่า จะต้องทำอะไรสักอย่างกับใบเรียกเก็บเงินบัตรเครดิตที่ยืดยาวเป็นหางว่าวเสียที ดังนั้นบริษัทที่จะจัดการกับอาการ Subscription Burnout ได้ดีที่สุดจึงเป็นบริษัทอย่าง Verizon ซึ่งเสนอบริการที่หลากหลายทั้งโทรศัพท์ในประเทศ ทางไกล มือถือ อินเทอร์เน็ต และการขายตรง DirectTV แต่คิดรวมเป็นค่าบริการเดียว Verizon กล่าวว่า 48% ของผู้ใช้บริการของบริษัทจำนวน 30 ล้านคนเลือกที่จะให้คิดค่าบริการแบบเหมารวม

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Verizon คิดค่าบริการเหมารวมอัตราเดียวสำหรับบริการที่หลากหลายตั้งแต่โทรศัพท์พื้นฐาน มือถือจนถึงการขายตรง
- Forest Laboratories ยาต้านการซึมเศร้าชื่อ Celexa ของ Forest สามารถช่วยบรรเทาอาการซื้อไม่หยุดได้

9. VOIP โทรศัพท์อินเทอร์เน็ต

มาโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตถูกๆ กันเถอะ

เทคโนโลยี Voice Over Internet Protocol (VOIP) คือเทคโนโลยีที่ทำให้คุณสามารถเข้าไปใน chat room บนอินเทอร์เน็ต แล้วสื่อสารด้วยเสียงได้โดยตรง

ขณะนี้มีคนน้อยกว่า 150,000 คน ที่ใช้เทคโนโลยี VOIP เป็นวิธีหลักในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้จะไม่เป็นเช่นนี้อีกต่อไป เพราะ VOIP กำลังจะทำให้ค่าโทรศัพท์ของคุณถูกลง และภายในปี 2009 40% ของการติดต่อสื่อสารด้วยเสียงของคนอเมริกันจะกระทำผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยเทคโนโลยี VOIP

และสงครามราคาก็ได้ระเบิดขึ้นแล้วในขณะนี้ เมื่อบริษัทโทรศัพท์พื้นฐาน Baby Bells เริ่มตอบโต้บริษัทเคเบิลทั่วประเทศ รวมถึงบริษัทเกิดใหม่อย่าง Vongae ที่เสนอเทคโนโลยี VOIP ในการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตทั้งในประเทศและต่างประเทศแก่ผู้บริโภค ด้วยราคาที่ต่ำกว่าอัตราค่าบริการ 10-15 ดอลลาร์ต่อเดือนของ Baby Bells

Bells เริ่มนำ VOIP มาใช้บ้างเพื่อรักษาลูกค้า นอกจากนี้ Bells ยังหวังว่า VOIP จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ด้วย เพราะภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดจาก VOIP ที่มีต่อ Bells ไม่ใช่การถูกตัดราคา แต่เป็นการที่ VOIP ได้ลดรายได้ค่าธรรมเนียมที่ AT&T และบริษัทอื่นๆ ต้องจ่ายให้แก่ Bells เป็นค่าใช้เครือข่ายของ Bells และค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ Bells โดยมีสัดส่วนถึง 30% ของรายได้ทั้งหมด

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Nortel ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เพิ่งชนะสัญญาในการจัดเตรียม Verizon ให้พร้อม สำหรับ VOIP
- Cablevision ให้บริการ VOIP ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว

10. โฆษณาบูมบนอินเทอร์เน็ต

เจ้าของสินค้าและนักโฆษณาเริ่มเรียนรู้ว่า โฆษณาบนอินเทอร์เน็ตได้ผลจริง

โฆษณาบนอินเทอร์เน็ตเคยเจอกับฝันร้ายเมื่อฟองสบู่อินเทอร์เน็ตแตก ซึ่งทำให้สินค้าที่เคยโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตด้วยเงินหลายพันล้านดอลลาร์ พากันหนีหน้าไปหมด พร้อมกับส่ายหน้าว่า อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่ใช้ไม่ได้ผล

แต่วันนี้เว็บไซต์ดังๆ อย่าง Yahoo มีโฆษณาล้นแล้วล้นอีก พื้นที่โฆษณาในหน้ารถยนต์และภาพยนตร์ของ Yahoo เต็มล้วนแล้วตลอดทั้งปีนี้ และทำให้กำไรของ Yahoo ซึ่งมีรายได้หลักมาจากโฆษณา พุ่งกระฉูดถึง 6 เท่า เว็บที่นักท่องอินเทอร์เน็ตนิยมมากๆ อย่าง MSN และ ESPN.com ก็มีโฆษณาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

นักวิเคราะห์ทำนายว่า การใช้จ่ายทางด้านโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตทั้งปีนี้และปีหน้าจะเพิ่มขึ้น 20% ในขณะที่โฆษณาในสื่ออื่นๆ กลับมีอัตราการเติบโตเพียงเลขหลักเดียว

เหตุใดโฆษณาจึงกลับมาบูมอีกครั้งบนอินเทอร์เน็ต ลองดู search engine ชื่อดังอย่าง Google ที่สามารถทำเงินได้หลายล้าน ด้วยการปะโฆษณาที่เข้าใจง่าย ให้ปรากฏพร้อมกับการค้นหาทุกครั้งของนักท่องเน็ต และการที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (broadband) กำลังจะเข้ายึดครอง 50% ของครัวเรือนอเมริกันในเร็วๆ นี้ เว็บอย่าง ESPN, ABC และ Disney ก็สามารถจะทำให้เจ้าของสินค้าและเอเยนซี่โฆษณา นำโฆษณาที่ฉายทางโทรทัศน์ มาลงซ้ำในเว็บของพวกเขาได้โดยไม่ต้องปรับแก้ทางด้านเทคนิคเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายด้านโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันยังคงมีสัดส่วนอยู่เพียง 3% ของธุรกิจโฆษณามูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น และบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่อย่าง Procter & Gamble (P&G) ซึ่งทุ่มงบโฆษณาทีวีและสื่อสิ่งพิมพ์มากที่สุดในโลก ก็ยังไม่เคยใช้บริการโฆษณาออนไลน์

กระนั้นก็ดี เมื่อเร็วๆ นี้ Ford เพิ่งเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่ F150 ด้วยการซื้อโฆษณาใน Yahoo, AOL, และ MSN ซึ่งทำให้นักท่องเน็ตทุกคนได้เห็นโฆษณา F150 ส่วน McDonald's ก็ประกาศแล้วว่า มีแผนจะซื้อโฆษณาทีวีน้อยลงและซื้อโฆษณาออนไลน์มากขึ้น ในขณะที่ Frito-Lay ก็ประกาศว่า แทนที่จะจะทุ่มงบโฆษณาขนม Doritos ของตนให้กับ Super Bowl ก็เอามาโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตดีกว่า

บ ริ ษั ท ที่ น่ า จั บ ต า
- Yahoo การเป็นเว็บยอดนิยมทั้งในการค้นหาข้อมูลและการลงโฆษณาของสินค้ามียี่ห้อ ทำให้ Yahoo เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Google
- Google ช่วยฟื้นศรัทธาในการลงโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตขึ้นมาใหม่

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us