Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน18 มีนาคม 2547
MSรอแนวโน้มตลาดฯเอื้อเลื่อนขายหุ้นเพิ่มทุนให้PP             
 


   
www resources

โฮมเพจ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
มิลเลนเนียม สตีล, บมจ.
สันติ ชาญกลราวี
Metal and Steel




มิลเลนเนียม สตีล ฟุ้งการเดินทางโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุน สถาบันต่างชาติประสบความสำเร็จ รอจังหวะตลาดหุ้นหยุดผันผวน จึงจะทำบุ๊ก บิลด์เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กองทุนฯทั้งในและต่างประเทศ ยันราคาเสนอขายต้องไม่ต่ำกว่า 2.30 บาท ซึ่งเงินที่ได้จะนำมาชำระคืนหนี้ 1.1 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นจะทำการรีไฟแนนซ์หนี้ที่เหลือ เพื่อลดภาระดอกเบี้ย มั่นใจปีนี้มียอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% เนื่องจากปริมาณและราคาเหล็กเส้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

นายสันติ ชาญกลราวี กรรม การผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลเลนเนียม สตีล จำกัด (มหาชน) (MS) เปิดเผยความคืบหน้าในการขายหุ้นสามัญเพิ่ม ทุนที่เหลืออยู่จำนวน 1,822 ล้านหุ้นให้ กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ว่า บริษัทฯได้เดินทางไป นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท และเแนวโน้มเศรษฐกิจไทยต่อนักลงทุนสถาบันในต่างประเทศที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ลอนดอน นิวยอร์ก และบอสตันในช่วงปลายกุมภาพันธ์-กลาง มีนาคมที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนให้ความสนใจและเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัท

ซึ่งหลังจากการโรดโชว์ครั้งนี้ บริษัทฯจะรอดูจังหวะตลาดหุ้นมีเสถียรภาพ จึงจะให้นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ แสดงความต้อง การซื้อหุ้น(บุ๊ก บิลด์) เพื่อกำหนดราคา เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว เดิมบริษัทฯจะขายหุ้นเพิ่มทุนให้ PP ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ แต่เนื่องจากตลาดไม่เอื้ออำนวย จึงต้องเลื่อนไปเป็นไตรมาส 2 อย่างช้า

อย่างไรก็ตาม เงินที่ได้จากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่เหลือไม่ต่ำ กว่า 4.6 พันล้านบาท โดยบริษัทฯจะนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้ทั้งหมดจำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท หลังจากนั้นบริษัทฯจะดำเนินการรีไฟแนนซ์หนี้ที่เหลือ ซึ่งขณะนี้เจ้าหนี้แบงก์รายใหญ่ก็เห็นด้วยในหลักการแล้ว

"เดิมเราเคยคิดจะขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ PP ในช่วงไตรมาส 1/2547 แต่ภาวะตลาดไม่เอื้อจึงต้องเลื่อนออกไป สำหรับราคาเสนอขายหุ้น สามัญเพิ่มทุน จะไม่ต่ำกว่าราคาหุ้นที่ได้จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ที่ระดับราคา 2.30 บาท/หุ้น เพราะไม่ต้อง การให้ผู้ถือหุ้นเสียความรู้สึก โดยหวังว่าได้เงินไม่ต่ำกว่า 4.5 พันล้านบาท ในช่วงที่บริษัทไปโรดโชว์นั้น ราคาหุ้นMS อยู่ในระดับที่แย่ที่สุด ก็ยังคงอยู่ที่ 2.40 บาท/หุ้น ซึ่งกองทุนต่างชาติก็ให้ความสนใจมาก"

นายสันติ กล่าวต่อไปว่า หากแนวโน้มตลาดหุ้นไม่ดีขึ้น บริษัทฯอาจ ทำการรีไฟแนนซ์หนี้เดิมก่อนก็ได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้สินรวมทั้งสิ้น 1.1 หมื่น ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยจ่าย MLR หรือบริษัทฯมีภาระดอกเบี้ยจ่าย ปีละ 600 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯคาดว่า การรีไฟแนนซ์ จะทำให้ดอกเบี้ยลดลง อยู่ที่อัตรา MLR-1 รวมทั้งระยะเวลาการกู้ยืมเงินจะสั้นลงเหลือเพียง 7-8 ปี จากปัจจุบันอายุหนี้เงินกู้ระยะยาว 11 ปี

ก่อนหน้านี้ บริษัทฯได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 2 พันล้านหุ้น จัดสรรให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง 1.46 พันล้านบาท และที่เหลือจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม โดยผู้ถือหุ้นเดิมใช้สิทธิซื้อ หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 32% คิดเป็น จำนวน 178 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 2.30 บาท คงเหลือหุ้นที่จะขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง 1,822 ล้านหุ้น ทั้งนี้บริษัทจะเน้นขายหุ้นให้กองทุนทั้งในและต่างประเทศ แต่จะไม่ขายให้พันธมิตรทางธุรกิจ

ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1.5 หมื่นล้าน

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/ 2547 บริษัทฯจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เทียบกับไตรมาส 1/ 2546 ที่มีกำไรสุทธิ 39.4 ล้านบาท เนื่องจาก ปัจจุบันกำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 8 หมื่นตันต่อเดือน เมื่อเทียบ กับไตรมาส 1/2546 ที่มีกำลังการผลิต อยู่ที่ 6 หมื่นตันต่อเดือน และราคาขาย เหล็กเส้นเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากตันละ 1.6 หมื่นบาทในช่วงสิ้นปีที่แล้วเป็น 2 หมื่นบาทต่อตัน

ส่วนผลประกอบการทั้งปี คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1.5 หมื่นล้าน บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปริมาณและราคาเหล็กเส้นจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง ทำให้บริษัทฯพลิกกลับมามีกำไร โดยเชื่อว่าจะล้างขาดทุนสะสมจำนวน 100 ล้านบาทหมดเกลี้ยงภายในปีนี้เช่นกัน

ประเด็นการกลับเข้ามาซื้อขายหุ้นหมวดวัสดุก่อสร้างนั้น คงต้องหารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯก่อน คาดว่าจะกลับเข้ามาซื้อขายในหมวดปกติอย่างช้าภายในไตรมาส 3 ปี 2547

ปัจจุบัน MS เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นรายใหญ่ของประเทศ โดยมีส่วนแบ่งตลาด 25% โดยปีนี้บริษัทฯตั้งเป้าผลิตเหล็กเส้น 900,000-1,000,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีกำลังการผลิต 800,000 ตัน ขณะที่ราคาวัตถุดิบ (เศษเหล็ก) ในต่าง ประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 350 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาบินเลต อยู่ที่ 450-460 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาขายของบริษัทอยู่ที่ 20,000 บาทต่อตัน

"ราคาเหล็กที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็น ไปตามตลาดโลก หากรัฐบาลมีการควบคุมราคาขาย เชื่อว่าจะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กชะลอการนำเข้าวัตถุดิบเพราะไม่มั่นใจว่าจะคุ้มการลงทุนหรือไม่ เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการเหล็กส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ NPL ทำ ให้มีวงเงินหมุนเวียนจำกัด ยิ่งจะเกิดปัญหามากขึ้น และหากรัฐจะเปิดเสรีนำ เข้าเหล็กเส้น ก็เชื่อว่าเหล็กเส้นนำเข้าที่ ราคาถูกกว่าเหล็กเส้นในประเทศคงมีไม่มาก เพราะขณะนี้เหล็กเส้นของไทย ขายต่ำกว่าบางประเทศแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ จีนหรือฮ่องกงก็ตาม" นายสันติกล่าว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us