"ไมด้า ลิสซิ่ง" ตัดสินใจเลื่อนแผนขายหุ้นจากเดิมกำหนดในเดือน มิ.ย.
ออกไปก่อนเพื่อรอจังหวะที่ดีกว่านี้ ชี้บริษัทไม่ได้ร้อนเงิน อย่างไรก็ตาม จะยื่นไฟลิ่งก่อนวันที่
5 ก.ย. 2547 เพื่อรับสิทธิ-ประโยชน์ทางภาษี
แหล่งข่าวจากบริษัทไมด้า ลิสซิ่ง จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง
ได้เลื่อนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะเสนอขายหุ้นและเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในเดือน
มิ.ย. เนื่องจากปัจจุบันภาวะตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวนและอยู่ในภาวะซบเซา ในขณะที่กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(ก.ล.ต.) ได้ผ่อนผันในเรื่องสิทธประโยชน์ทางภาษีให้กับบริษัทที่ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล
(ไฟลิ่ง) ก่อน วันที่ 5 ก.ย. 2547 จากเดิมที่จะต้องเข้าจดทะเบียนก่อนวันที่ 5 ก.ย.
2547 ส่งผลให้บริษัทมีเวลาที่จะเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะขายหุ้นได้
อย่างไรก็ตาม ไมด้า ลิสซิ่ง จะทำ การยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อน วันที่
5 ก.ย. เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะมีเวลาอีก 6 เดือนในการเลือกช่วงเวลาที่จะขายหุ้น
เพราะใน ปัจจุบันไมด้า ลิสซิ่งไม่ได้มีปัญหาในเรื่องการเงิน เพียงแต่มองว่าหากอนาคตจะขยายธุรกิจออกไปก็มีความ
จำเป็นที่จะต้องระดมทุนในตลาด หลักทรัพย์ รวมทั้งต้องการได้สิทธิ-ประโยชน์ทางภาษี
"ตอนนี้ภาวะยังไม่ค่อยดี และเราก็ไม่ได้ร้อนเงิน เพียงแต่คิดว่าต่อไปถ้าต้องขยายธุรกิจ
ต้องใช้เงินมากก็จำเป็นที่จะต้องเข้าตลาด ประกอบกับได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย
แต่ตอนนี้ก็มีการผ่อนผันให้ยื่นไฟลิ่งก่อนวันที่ 5 ก.ย. ก็ได้ ทำให้เรามีเวลาอีก
6 เดือนที่จะเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม"
ก่อนหน้านี้ นายธีรวัฒน์ เกียรติสมภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง
จำกัด กล่าวถึงการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัก- ทรัพย์ว่าปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียน
ชำระแล้ว 300 ล้านบาท และในเบื้องต้นจะขายหุ้น PP ให้กับบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท จำกัด
(มหาชน) มูลค่า 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะกระจายหุ้น 100-150 ล้านหุ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเป็น
500-550 ล้านบาท โดยระยะเวลาในการกระจายคาดว่าจะเป็นช่วงเดือน พ.ค. หรืออย่างช้าเดือน
มิ.ย. ซึ่งเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปขยายธุรกิจ และนำไปชำระหนี้ธนาคารกสิกรไทย
สำหรับยอดหนี้ที่จะชำระให้กับธนาคารจะกำหนดได้ภายหลังการขายหุ้น IPO ให้กับประชาชน
บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อทั้งรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสอง
ทั้งประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์ในเชิงพาณิชย์ แก่ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
รวมทั้งให้เช่าซื้อรถแท็กซี่มิเตอร์
ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2547 ในสิ้นปีนี้จะขยายสาขาเป็น 15 สาขา จากปัจจุบันที่มี
8 สาขา โดยครอบคลุมพื้นที่การให้บริการทั่วประเทศ ทั้งนี้ บริษัทมีบัญชีลูกหนี้เช่าซื้อกว่า
6,000 ราย มูลค่าเช่า ซื้อประมาณ 1,000 ล้านบาท และในปี 2546 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรจากผลการ
ดำเนินงาน 20 ล้านบาท มีกำไรสะสม 10 ล้านบาท คาดว่าในสิ้นปี 2547 บริษัท จะมีกำไรเพิ่มเป็น
115 ล้านบาท เนื่อง จากบริษัทมีการขยายสาขาเพิ่ม 7 สาขา ขยายการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นอีกประมาณ
1,800 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้จำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มเป็นประมาณ 10,000 ราย
ทั้งนี้ บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง โดยนายกมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรม-การ ได้ลงนามสัญญาแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเป็นผู้จัดการการจำหน่ายหลักทรัพย์
กับ บริษัทหลักทรัพย์อินเทลวิชั่น จำกัด พร้อมลงนามในสัญญาการสนับสนุนระหว่างพันธมิตรกับธนาคาร
กสิกรไทย