Johnnie Walker เป็นแบรนด์หนึ่งที่มีกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำในตลาดพรีเมียม
กับแคมเปญ "KEEP WALKING" ที่คุ้นหูติดปากและมีการพัฒนาแนวคิดมาตั้งแต่ปี
2542
KEEP WALKING Fund-A Program for Thai Achievers ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คือหนึ่งโครงการที่สนับสนุนแคมเปญนี้ โดยการมอบทุนการศึกษา Mini-MBA ฟรีให้กับคนรุ่น
ใหม่ไปแล้วกว่าร้อยคน และ KEEP WALKING Fund-Bartender Program ร่วมกับวิทยาลัยดุสิตธานี
เพื่ออบรมการเป็นบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ ตลอดจน Johnnie Walker Classic
ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมา Brett Charlton รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด
บริษัทริชมอนเด้ (บางกอก) จำกัด บอกว่าเป็นส่วนที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ
Johnnie Walker และที่สำคัญแคมเปญ KEEP WALKING ยังเป็นหัวหอกหลักที่ทำให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มสูงขึ้นด้วย
แต่กระนั้นก็เป็นสัดส่วนที่เพิ่มไม่มากนัก เพราะความจริงภาพรวมของตลาดพรีเมียมยังไม่หวือหวา
เป็นการโตแบบ Growing Flat Sales และหากจะว่าไปแล้วตลาดนิ่งมาตั้งแต่ปี 2541
เมื่อมีการรุกเข้าทำตลาดและการเติบโตของวิสกี้ในเซกเมนต์ที่ต่ำกว่า
ซึ่งเซกเมนต์ Standard คือเซกเมนต์ที่กล่าวถึง
"ปัญหาอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจะทำให้ตลาดพรีเมียมมีสีสันขึ้นกว่าเดิม กลยุทธ์ของริชมอนเด้
(บางกอก) ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคดื่มวิสกี้มากขึ้น แต่มาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคของคู่แข่ง
โดยหันมาดื่มวิสกี้ที่มีคุณภาพมากขึ้น" Brett Charlton กล่าว
ล่าสุดภาพยนตร์โฆษณาชุด "Give Back" ภายใต้แคมเปญ KEEP WALKING 2004 กับแนวคิดใหม่
"อีกก้าวของความสำเร็จอยู่ที่การให้ ไม่ใช่ครอบครอง" พร้อมกับการมอบรางวัล
KEEP WALKING Awards เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้ทำกิจกรรม ตอบแทนสังคม จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ของ
Johnnie Walker Black Label ที่แตกต่างไปจากสกอตช์วิสกี้อื่นอย่างสิ้นเชิง
โดยใช้งบสนับสนุนกว่า 60 ล้านบาท
"แบ่งเป็นสัดส่วน 50:50 ระหว่าง Above The Line กับ Below The Line ซึ่งให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน"
Brett Charlton บอก
KEEP WALKING 2004 กับสัญลักษณ์คนเดิน" Striding Man" นอกจากจะมุ่งหวังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคแล้ว
ต้องรอดูว่า จะช่วยพา Johnnie Walker เดินสู่ฝั่งฝันได้สำเร็จหรือไม่