แนเชอรัลพาร์ค (N-PARK) วางยุทธศาสตร์การลงทุนในและต่างประเทศ เน้นตำแหน่งธุรกิจชัดเจนในความเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ครบวงจร เดินเกมซื้อกิจการมา พัฒนาต่อ และขยายการลงทุนในกลุ่มพันธมิตร เสริมจุดแข็งธุรกิจโดยรวมให้เข้มแข็ง
ล่าสุดเจรจาหาพันธมิตรต่างประเทศ จีน สหรัฐฯ อังกฤษ เป้าหมายหาสินค้าและพันธมิตรใหม่เสริมโครงสร้างรายได้
เพิ่มเทคโนโลยี ศักยภาพทางการแข่งขัน และช่วยกระจายความเสี่ยงด้าน การลงทุน
นายเสริมสิน สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัลพาร์ค จำกัด (มหาชน) เปิดเผย
ถึงทิศทางการลงทุนในปี 2547 ว่า บริษัทยังเน้นในจุดยืนที่ได้ประกาศไว้ ในการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร
ในกรอบของอสังหาริมทรัพย์ประเภทนิคมอุตสาหกรรม ที่ดินเปล่า บ้าน คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์
โรงแรม โรงพยาบาล สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงละคร สนามกอล์ฟ โกดังสินค้า การให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละกลุ่มสินทรัพย์จะพิจารณาจากโอกาสทางธุรกิจ
และแนวโน้มของแต่ละตลาดเป็นหลัก
แนวทางการลงทุนจะเน้นการซื้อสินทรัพย์จากเจ้าของกิจการเพื่อมาพัฒนาและทำตลาด
ขณะที่อีกส่วนจะเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทที่มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม
โดยแต่ละโครงการลงทุนจะต้องสร้าง ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 15%
ในปี 2546 แนเชอรัลพาร์ค ได้ขยายการลงทุนไปกลุ่มพันธมิตรหลากหลาก โดยเข้าถือหุ้น
24% ในบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการเพื่อขาย
ลงทุน 63% บริษัท แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ บริษัททำโครงการ เพื่อเช่า ขยายการลงทุนเป็นสัดส่วน
63% ในบริษัท สยามซินเท็ค ธุรกิจกลุ่มก่อสร้าง และอีก 25% ในบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ
บริหารโครงการรถไฟฟ้า ใต้ดิน
จากขอบข่ายธุรกิจที่ขยายการลงทุนไปในแต่ละโครงการที่จัดซื้อเพื่อพัฒนาตั้งแต่ปี
2546 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาออกแบบและวางแผนงานก่อสร้าง จะเริ่มลงมือพัฒนาโครงการ
ให้แล้วเสร็จ และเริ่มสร้างรายได้ในปี 2547
นายเสริมสิน กล่าวว่า การลงทุนทั้งหมดในปี 2546 เป็นการพัฒนาธุรกิจได้ในระดับ
50% จากที่ตั้งเป้าไว้ ต่อจากนี้จะต้องมองหาการลงทุนใหม่ๆ ในต่างประเทศเข้ามาเสริม
โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ที่สร้างรายได้จากการเช่าและสินทรัพย์ที่สามารถรับประโยชน์
จากแนวนโยบายของภาครัฐ อาทิ ด้านอาหาร การท่องเที่ยว และธุรกิจแฟชั่น ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องน่าจะเป็นประเภทคลังสินค้า
ร้านขายสินค้าของไทย เป็นต้น
"การลงทุนในประเทศเริ่มที่จะเป็นรูปธรรม ชัดเจนในปีนี้ การเตรียมความพร้อมทางธุรกิจอีกด้าน
คือ การขยายกรอบการลงทุนในต่างประเทศ เพราะเชื่อว่าความต้องการในต่างประเทศยังมี
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อาทิ นิวยอร์ก โตเกียว ประเทศจีน และเมืองใหญ่ใน หลายประเทศชั้นนำ
ในเบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาพันธมิตรเข้ามาลงทุน ซึ่งรูปแบบจะเป็นทั้งการเข้าไปเป็นพันธมิตรร่วมทุนในต่างประเทศ
ขณะที่มีความเป็นไปได้ในการดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนในไทย" นายเสริมสินกล่าว
รูปแบบการลงทุนเป็นไปได้ในหลายแนวทาง ซึ่งประโยชน์จะเกิดกับบริษัทในด้านเทคโนโลยีงานก่อสร้าง
ความรู้ด้านการบริหารจัดการ และเงินทุนที่จะใช้ในการขยายธุรกิจ นอกเหนือจากแหล่งเงินทุนจากเพดานเงินกู้ที่ทำไว้ในปีที่ผ่านมา
ยังมียอดเงินที่สามารถดึงมา ใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจได้อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท
โดยคาดว่า จะได้เห็นโครงการความร่วมมือ กับพันธมิตรในต่างประเทศที่ชัดเจนภายในปี
2547 เมื่อรวมกับโครงการที่พัฒนา อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการเช่า
60% และสัดส่วนการขายอีก 40% ขณะที่คาดว่าจะมีรายได้อีกส่วน จากธุรกิจการให้บริการที่จะเสริมเข้ามาในอนาคต
จากการพัฒนาบริการต่างๆ ทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ฯลฯ ภายในโครงการที่จะพัฒนาแล้วเสร็จในปีนี้
ธุรกิจบริการรูปแบบต่างๆ ที่จะเสริมเข้ามา ในแต่ละโครงการ นอกจากจะช่วยเสริมรายได้ในอนาคตแล้ว
ยังเป็นอีกแนวทางของการขยายธุรกิจของกลุ่ม รูปแบบการพัฒนาอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ระหว่างการพัฒนาขึ้นเอง
หรือการซื้อแฟรนไชส์มาพัฒนาต่อ
ใช้บริษัทในเครือกว้านซื้อที่ดิน
นอกจากนี้บริษัทฯได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯวานนี้ (24 ก.พ.) ว่า เมื่อวันที่
23 ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัท โมเดิร์น โปรเจ็ค จำกัด (ชื่อเดิม บริษัทโมเดิร์น) บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ประมาณ
100% ของทุนจดทะเบียน ให้บริษัทโมเดิร์นเข้าซื้อที่ดินตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้
ระหว่างบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) กับบริษัท เอส.วี.พี. มอเตอร์ แอนด์ สตีล
จำกัด โดยบริษัทโมเดิร์นจะเข้าซื้อที่ดินรวม 292 แปลง ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ระหว่าง
บสท. กับบริษัทเอสวีพี ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ตำบลบางน้ำผึ้ง, บางกระสอบ และบางนา อำเภอพระประแดง
และพระโขนง จังหวัดสมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เนื้อที่รวม 268 ไร่ 27.9 ตารางวา
ในราคารวมทั้งสิ้น 468 ล้านบาท