Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน11 กุมภาพันธ์ 2547
ธปท.ยันปีนี้ไม่ควบแบงก์รัฐคลังโต้สัดส่วนแลกหุ้น3:1             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย
โฮมเพจ ธนาคารทหารไทย
โฮมเพจ ธนาคารนครหลวงไทย
โฮมเพจ ธนาคารไทยธนาคาร
โฮมเพจ ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ

   
search resources

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน
ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารทหารไทย
ธนาคารนครหลวงไทย, บมจ.
ธนาคารไทยธนาคาร, บมจ.
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย - IFCT
กระทรวงการคลัง
ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด
ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.
สมหมาย ภาษี
Banking




"หม่อมอุ๋ย" ยัน ปีนี้ไม่มีนโยบายควบรวมแบงก์รัฐ ระบุทุกแห่งเข้มแข็งสามารถดำเนินธุรกิจด้วยตัวเองได้ พร้อมเห็นด้วย ที่ "สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด" ยุบสาขาธนาคาร สแตนดาร์ด เข้ารวมกับสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นครธน ด้าน "สมหมาย ภาษี" ปฏิเสธข่าวสัดส่วนแลกหุ้นทหารไทยกับดีบีเอส 3 ต่อ 1 ยันยังไม่สรุปต้องหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย คาดสิ้นเดือน นี้รู้ผล หลังควบรวมคลังถือหุ้นใหญ่กว่า 30% อันดับ 2 เป็นแบงก์ดีบีเอส

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า นโยบายการ ดูแลธนาคารของรัฐที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินถือหุ้นใหญ่นั้น จะไม่มีนโยบายที่จะควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นๆ ในปีนี้ เนื่องจากธนาคารของรัฐสามารถดำเนินการ ต่อไปได้ด้วยตนเองและมีฐานะที่ดี และสอดคล้อง กับแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (มาสเตอร์แพลน) ที่ต้องการให้สถาบันการเงินมีเพียงสถานะเดียว

สำหรับธนาคารไทยธนาคารนั้น ไม่มีความ จำเป็นที่จะต้องควบรวมกิจการกับธนาคารใด หลังจากได้ยกเลิกการเจรจาควบรวมกับบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที) แล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากไทยธนาคารมีฐานะที่เข้มแข็งเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ

ส่วนธนาคารนครหลวงไทยนั้น ตนเห็นว่ามีความสามารถในการดำเนินการได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีความเข้มแข็งพอที่จะปล่อยให้ดำเนินการ ต่อไปได้โดยไม่ต้องควบรวมกิจการกับใคร ซึ่งใน ปีนี้จะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของธนาคารรัฐ

ผู้ว่าการธปท.กล่าวต่อถึงธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นครธน ว่า ทราบมาว่าธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด มีนโยบายลงทุนในไทยต่อเนื่องด้วยการยุบธนาคารสแตนดาร์ด ซึ่งเป็น สาขา และโอนทรัพย์สินทั้งหมดจำนวน 52,000 ล้านบาท เข้ามายังธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นครธน และคงสถานะการถือหุ้นใหญ่ในธนาคาร สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน เป็นสถานะเดียว ซึ่งสาขาของธนาคารสแตนดาร์ดที่ยุบไปจะแปรสภาพเป็นสำนักภายใต้ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์นครธน

เนื่องจากตามเกณฑ์ที่ได้ทำไว้กับกองทุนฟื้นฟูฯในช่วงที่เข้าซื้อหุ้นนั้น จะสามารถถือหุ้นใหญ่เกินกว่า 49-100% ได้เป็นเวลา 10 ปี และค่อยๆ ทยอยลดสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่จนกระทั่งมีสัดส่วน 49% โดยการลดสัดส่วนนั้นจะลดลงได้ต่อเมื่อมีการเพิ่มทุนครั้งใหม่ เพราะธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ไม่มีสิทธิ์เพิ่มทุนครั้งใหม่ ทำให้ระยะเวลาที่ธนาคารจะถือหุ้นใหญ่มีเวลามากกว่า 10 ปี

"การที่ธนาคารต่างชาติเปลี่ยนสถานะเป็นธนาคารไทยเป็นเรื่องดี ส่วนธนาคารต่างชาติแห่ง อื่นที่ถือหุ้นใหญ่ธนาคารไทย อย่างเช่นธนาคารเอบีเอ็น แอมโร และธนาคารยูโอบี สิงคโปร์ที่ถือหุ้นธนาคารยูโอบีรัตนสินนั้น คาดว่าจะได้รับคำตอบในเร็วๆนี้" ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว

แหล่งข่าวจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธนกล่าวว่า ธนาคารยังไม่มีนโยบายที่จะยุบหรือปิดสาขา เนื่องจากสาขาที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 41 สาขา ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และอยู่ในต่างจังหวัดเพียง 8 สาขา ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีมีกำไรทุกๆสาขา นอกจากนี้การ ที่สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้ลงทุนในธนาคารพาณิชย์ไทย ต้องการที่จะมีเครือข่ายสาขาที่ให้บริการลูกค้าคนไทยใช้เชื่อมโยงกับสาขาของธนาคารแม่ในต่างประเทศ

การดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์นั้นสาขาถือว่าเป็นจุดแข็งของการดำเนินธุรกิจ ภายใต้การ แข่งขันในขณะนี้ธนาคารแห่งใดที่มีสาขามากจะเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าและบริการให้กับลูกค้าได้ทั่วถึง ธนาคารเองได้ใช้สาขาในการ ขายผลิตภัณฑ์ตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ส่วนใหญ่ จะเป็นสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อบุคคล เชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการมากที่สุด

"การยุบสาขาสาขาของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด นั้น เป็นเรื่องของนโยบายที่ต้องการจะเสริมความ แข็งแกร่งสามารถแข่งขันกับตลาดได้ ส่วนการเชื่อมโยงกับธนาคารแม่ในต่างประเทศก็สามารถทำได้อยู่แล้ว เชื่อว่าจะช่วยเสริมให้แบงก์ดีขึ้นแน่นอน" แหล่งข่าวกล่าว

ด้านนายสมหมาย ภาษี รองปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวสัดส่วนแลกหุ้นระหว่างธนาคารทหารไทย และธนาคารดีบีเอสไทยทนุว่า ตัวเลขของการแลกหุ้นนั้นยังไม่เสร็จเรียบร้อย โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการหารือรายละเอียดอยู่ ซึ่งประเด็นที่มีสัดส่วนออกมา 3 ต่อ 1 นั้น ไม่เป็นความจริง การที่จะได้ข้อสรุปของสัดส่วนแลกหุ้นต้องมีการหารือกันทั้ง 3 ฝ่าย คือ ธนาคารทหารไทย ดีบีเอสไทยทนุ และไอเอฟซีที

สำหรับความคืบหน้าของการควบรวมกิจการก้าวหน้าไปมาก โดยเชื่อว่าภายในสิ้นเดือน กุมภาพันธ์นี้จะมีตัวเลขรายละเอียดออกมาของทั้ง 3 ฝ่าย หลังจากนั้นกระทรวงการคลังจะมีการประกาศการเซ็นสัญญาเบื้องต้น(เอ็มโอยู)ภายในต้นเดือนมีนาคม

หลังจาการควบรวมแล้วนั้น กระทรวงการคลังยังคงมีสัดส่วนในการถือหุ้นใหญ่อยู่ คาดว่าจะมีสัดส่วนมากกว่า 30% เนื่องจากกระทรวงการ คลังได้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารทหารไทย และไอเอฟซีที ส่วนอันดับที่ 2 น่าจะเป็นของธนาคารดีบีเอส นอกนั้นจะลดสัดส่วนตามลำดับ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us