Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน10 กุมภาพันธ์ 2547
PICNIทุ่ม468ล้านฮุบ"วี-แก๊ส" เล็งผุดบ.ค้าก๊าซLPGที่สิงคโปร์             
 


   
search resources

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ปิคนิคแก๊ส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง, บมจ.
เอสซีที (เวียดนาม) แก๊ส - V-GAS
ปิคนิคแก๊ส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง (สิงคโปร์)
เอส เอส ซี เปโตร ดีเวลลอปเม้นต์
ธีรัชชานนท์ ลาภวิสุทธิสิน
Energy




ปิคนิคฯสยายปีกค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวข้ามชาติ ตั้งบริษัทย่อยที่สิงคโปร์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าไปเทกโอเวอร์บริษัท เอส.เอส.ซี เปโตรฯ ที่เวียดนาม มูลค่า 468 ล้านบาท "ธีรัชชานนท์" คาดไตรมาส 4/2546 มีกำไรเกิน 100 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้ของธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลวและวิศวกรรม ลั่นปีนี้จะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณขายก๊าซฯที่สูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

นายธีรัชชานนท์ ลาภวสุทธิสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปิคนิคแก๊ส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (PICNI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯครั้งที่ 2/2547 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมติ อนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยในนาม Pinic Gas And Engineering (Singapore) Company Limited เพื่อประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียม เหลว(LPG) ตั้งอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่ง PICNI ถือหุ้น 100%

นอกจากนี้ จากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2546 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ให้ซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ บริษัท เอส. เอส. ซี เปโตร ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 100% ของ SCT Vietnam Gas Co.,Ltd. ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเข้าไปลงทุนธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลวในเวียดนาม ภายใต้แบรนด์ V-GAS

โดย PICNI จะเข้าลงทุนใน บริษัท เอส. เอส. ซี. เปโตรดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีทุน จดทะเบียนมูลค่า 40 ล้านบาท คิดเป็นหุ้นสามัญจำนวน 4 ล้านหุ้น โดย มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดย บริษัท เอส.เอส.ซี. เปโตรดีเวลลอปเมนท์ ซึ่ง PICNI จะเข้าถือหุ้นใน บริษัท เอส.เอส.ซี. เปโตรดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นจำนวน 3,999,994 หุ้น คิดเป็น 99.99% ของทุนจดทะเบียน รวม มูลค่าหุ้นทั้งสิ้น 39,999,940 บาท

โดยบริษัทจะจ่ายเงินเพื่อการลงทุนในครั้งนี้เท่ากับ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่า 468 ล้านบาท ต่ำกว่าราคาที่ผู้ขายเสนอที่ 480 ล้านบาท โดยแหล่งเงินจะมาเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะทำให้บริษัทขยายการประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวในประเทศเวียดนาม ผ่านทาง SCT Vietnam Gas Co.,Ltd ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เอส.เอส.ซี. เปโตรดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ ทำให้ตราสินค้า"ปิคนิค" ของบริษัทเป็นที่รู้จักในต่างประเทศ โดยบริษัทฯเตรียมนำถังก๊าซหุงต้มขนาด 4 กิโลกรัมเข้าไปจำหน่ายในเวียดนาม ด้วย คาดว่าจะเป็นที่ยอม รับของผู้ใช้ ในเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯมีนโยบายที่จะเป็นผู้นำถังก๊าซหุงต้มขนาด 4 กิโลกรัมในภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ ที่ ประชุมฯได้มีมติ อนุมัติการแต่งตั้ง นายวิรัช พันธุมะผล เข้าดำรงตำแหน่ง กรรมการและกรรม การตรวจสอบแทน นายวินัย เลาหประสิทธิ์ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ลาออก

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4/2546 บริษัทฯคาดว่าจะมี กำไรสุทธิเกินกว่า 100 ล้าน บาท ขณะที่งวด 9เดือนแรกของปี 2546 มี กำไรสุทธิ 139 ล้านบาท โดยบริษัทคาดการณ์จากรายได้จากการดำเนิน งานในส่วนของธุรกิจก๊าซที่สูงขึ้นเป็น 797 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงของ High season ของตลาด LPG และในส่วนธุรกิจวิศวกรรมก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 264 ล้านบาท เนื่อง จากบริษัทมีการรับรู้รายได้จากงานที่รับเข้ามามากขึ้นในปีนี้ นอกจากนั้นแล้ว บริษัทยังมีกำไร ขั้นต้นจากธุรกิจ LPG ที่สูงขึ้นเนื่องจากการซื้อในปริมาณมากอีกด้วย

นายธีรัชชานนท์ กล่าวว่า ในปีนี้ ถือเป็นปีทองของปิคนิคฯ เนื่องจากมีปริมาณการขายก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 หมื่นตันต่อวันเป็น 2.5 หมื่นตันต่อวัน รวมทั้งมี รายได้จากการเทกโอเวอร์บริษัทในประเทศเวียดนาม ซึ่งมียอดจำหน่าย 7,000 ตันต่อวัน ดังนั้น ในปีนี้ บริษัทฯจะยอดจำหน่ายก๊าซรวมประมาณ 34,000 ตันต่อวัน ประเมินว่าทั้งปีบริษัทฯจะมีรายได้จากธุรกิจก๊าซหุงต้ม 4 พันล้านบาท ยังไม่นับรวมรายได้ที่เกิดจากการงาน วิศวกรรม ที่บริษัทพยายามที่จะขยายธุรกิจออกไป

สำหรับราคาหุ้น PICNI วานนี้ (9 ก.พ.) เปิดตลาดที่ 18.00 บาท ก่อนมีแรงเทขายทำกำไรออกมาจน ปิดภาคเช้าที่ 17.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท เปลี่ยน แปลง 4.14% มูลค่าการ ซื้อขาย 151.71 ล้านบาท หลังจากนั้นตลาดหลักทรัพย์ได้ขึ้นเครื่อง หมาย H เพื่อหยุดพักการซื้อขาย หลักทรัพย์บริษัท ปิคนิคแก๊ส แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็น การชั่วคราวตั้งแต่ การซื้อขายภาคบ่าย ของวันที่ 9 ก.พ. เนื่องจากปรากฏสารสนเทศสำคัญเกี่ยวกับการเปิดเผยผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 4 /2546 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us