"สุชาติ" ลั่นธนาคารยูโอบีรัตนสินรายต่อไปที่จะควบรวม ไม่เกินสิ้นปีเห็นผลชัด
ด้านคนในระบุธนาคารยูโอบีรัตนสินเป็นแกนควบรวมกับธนาคารเอเชีย หลังธนาคารแม่เริ่มเจรจา
พร้อมส่งทีมตรวจสอบสินทรัพย์
ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การเดินทางไปโรดโชว์
ณ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐฯ ว่านักลงทุนต่างประเทศให้ความ สนใจสอบถามเรื่องการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารพาณิชย์ตามแผนแม่บทพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(Financial Master Plan) ฉบับใหม่เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้แจ้งให้นักลงทุน ต่างประเทศทราบถึงวัตถุประสงค์ของการควบรวมกิจการ
ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว เพราะการดำเนินการควบกิจการธนาคารพาณิชย์จะทำให้เกิดความแข็งแกร่งในระบบสถาบันการเงิน
ร.อ.สุชาติ กล่าวว่าขณะนี้ธนาคารต่างชาติแสดงความสนใจที่จะเป็นพันธมิตรร่วมกับธนาคารพาณิชย์ของไทย
โดยเฉพาะธนาคารยูโอบีของสิงคโปร์ที่ต้องการเข้ามาควบรวมกิจการกับสถาบันการเงินของไทยเป็นอย่างมาก
แต่จะเป็นธนาคารแห่งใดนั้นจะต้องติดตามกันอีกครั้ง
"จากที่ได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารของธนาคารยูโอบีของสิงคโปร์ เขาให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในธนาคารของไทยมาก
แต่จะเป็นกับธนาคารใดนั้นต้องติดตามกันเอง เพราะขณะนี้เงื่อนไขการลงทุนในสถาบันการเงินก็ได้เปิดให้สามารถลงทุนได้มากถึง 49% สำหรับต่างประเทศในกิจการธนาคารของไทย" ร.อ.สุชาติกล่าว
ส่วนการควบรวมธนาคารพาณิชย์ไทยรายต่อไป หลังจากการควบรวมระหว่างธนาคารทหารไทย
ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที) แล้ว
คาดว่าในปีนี้จะมีข้อตกลงในการร่วมทุนอีก 1 ราย โดยธนาคารที่อยู่ในข่ายเป็นไปได้มากที่สุด
คือ ธนาคารยูโอบี รัตนสิน
"อนาคตน่าจะมีการเจรจาควบรวมกิจการธนาคารพาณิชย์กันมากขึ้น ทั้งในรูปของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศกับธนาคารพาณิชย์ไทย และระหว่างธนาคารพาณิชย์ไทยด้วยกันเอง เพราะการควบรวมเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ขนาดของธนาคารมีความสำคัญมาก ถ้าเป็นแบงก์ใหญ่ ต้นทุนก็จะต่ำทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น และให้บริการได้มากกว่าเดิม"
ร.อ.สุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะได้ประโยชน์จากการลดต้นทุนการดำเนินงานแล้ว
การจับมือกับพันธมิตรขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วโลก หลังการควบรวมธนาคารก็จะได้รับประโยชน์จากจุดในการขยายเครือข่าย เช่น หลังจากการควบรวมธนาคารทหารไทยรวมกับ ดีบีเอส ไทยทนุ จะทำให้มีจำนวนสาขามากขึ้น
ซึ่งคาดว่าจะส่งผลทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ปรับอันดับของธนาคารทหารไทยเพิ่มขึ้น
สำหรับกรณีธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารไทยธนาคารนั้น ร.อ.สุชาติ กล่าวว่าจะมีการหารือกับม.ร.ว.ปรีดิยาธร
เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อีกครั้ง เนื่อง จากธนาคารทั้ง 2 แห่ง
มีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง กล่าวว่าผู้บริหารระดับสูงของธนาคารยูโอบีของสิงคโปร์ได้มีการพูดคุยกับผู้บริหารของเอบีเอ็น
แอมโร อย่างไม่เป็นทางการ ถึงความเป็นไปได้ที่จะนำธนาคารเอเชียควบรวมกับธนาคารยูโอบีรัตนสิน
(ในฐานะแกนนำ) เนื่องจากต้องการเพิ่มขนาดของสินทรัพย์ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันได้
ประกอบกับธนาคารเอบีเอ็น แอมโรในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารเอเชีย (80.77%)
ต้องการปรับยุทธศาสตร์ใหม่เกี่ยวกับธนาคารเอเชีย หลังประเมินแล้วการที่ธนาคารเอเชียมีขนาดเล็กเกินไป
จะทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำธุรกิจได้ โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารยูโอบีสิงคโปร์
เตรียมเข้าไปตรวจสอบสินทรัพย์ของธนาคารเอเชีย (BOA)
"ทั้งผู้บริหารจากยูโอบีของสิงคโปร์และเอบีเอ็น แอมโรมีแนวทางการทำธุรกิจที่ตรงกันและเห็นว่าปล่อยไว้อย่างนี้คงแข่งไม่ได้ แต่หลักการควบรวมหากขนาดสินทรัพย์ยังไม่แกร่งและไม่มีความสามารถพอที่จะเดินหน้าต่อไป
ยังมีทางเลือกคือ การควบรวมกับสถาบันการเงินอื่น หรือทางธนาคารยูโอบีสิงคโปร์จะใส่ทุนเข้ามาเพิ่มเพื่อให้สอดรับกับแผนการขยายธุรกิจการเงินในไทย"
แหล่งข่าวกล่าว