Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page


ตีพิมพ์ใน นิตยสารผู้จัดการ
ฉบับ เมษายน 2544








 
นิตยสารผู้จัดการ เมษายน 2544
อลัน กรีนสแปน ผู้เป็นอมตะ!             
โดย รุ่งมณี เมฆโสภณ
 


   
search resources

Alan Greenspan




เขาผู้นี้คือ ผู้ที่นักการเงิน ทั่วโลกจับตามอง

ทุกคำพูด ทุกความเคลื่อนไหวของเขา ล้วนมีความหมาย

ใช่แล้วค่ะ ดิฉันหมายถึงดอกเตอร์ อลัน กรีนสแปน (Dr.Alan Greenspan) ประธาน คณะผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

กรีนสแปนอยู่ในตำแหน่งนี้ สมัยนี้เป็น สมัยที่ 4 โดยแต่ละสมัยจะมีอายุ 4 ปี คราวนี้ หากเขาอยู่จนครบเทอม ก็จะไปหมดวาระเอา ในวันที่ 20 มิถุนายน 2547 นอกจากตำแหน่ง นี้แล้ว เขายังเป็นประธานของ Federal Open Market Committee ซึ่งเป็นองค์กรที่กุมนโย-บายทางด้านการเงินของสหรัฐฯ อีกด้วย

อลัน กรีนสแปน เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนา-คม พ.ศ.2469 เพิ่งจะเต็ม 75 ปีไปเมื่อไม่นาน มานี้เอง กรีนสแปนเกิดที่นิวยอร์ก จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเศรษฐศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่งในปี 2491 ปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ ในปี 2493 และต่อมา ได้ปริญญาเอกสาขาเดียวกันในปี 2520 ปริญญาทั้งสามใบนี้ กรีนสแปนได้จากมหา วิทยาลัยนิวยอร์ก (New York University) แต่เพียงแห่งเดียว ตอนแรกกรีน สแปนไปต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University) แต่มีปัญหาทางการเงิน เลยพักเรียนไปทำงานที่ National Industrial Confe- rence Board แต่ในที่สุด เขาก็จบปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก

ระหว่างปี 2497 ถึง 2517 และระหว่าง ปี 2520 ถึง 2530 กรีนสแปนเป็น Chairman และ President ของ Townsend-Greenspan & Co., Inc. บริษัทที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจในนิวยอร์ก ซึ่งเขาร่วมมือกับวิลเลียม ทาวน์เซนด์ (William Townsend) นักค้าหุ้น สำหรับ ช่วงที่ขาดหายไประหว่างปี 2517 ถึง 2520 นั้น เขาไปเป็นประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ให้กับประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ด (Gerald Ford) และระหว่างปี 2524 ถึง 2526 กรีน สแปนได้เป็นประธานของคณะกรรมาธิการแห่งชาติ (National Commission) ทางด้านปฏิรูปการประกันสังคม (Social Security Reform)

นอกจากจะเป็นที่ปรึกษาด้านต่างๆ ในภาครัฐแล้ว กรีนสแปนยังเคยเป็นกรรมการ ขององค์กรธุรกิจภาคเอกชนที่สำคัญหลายแห่ง รวมทั้ง Aluminium Company of America (Alcoa) ซึ่งประธานของบริษัทนี้เพิ่งจะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush)

ถ้าจะอธิบายรูปร่างหน้าตาและการแต่งกายของกรีนสแปน ก็ต้องบอกว่าเป็นชายร่างผอม ผมบาง แลดูเป็นคนสุภาพ มักสวมรองเท้าแบบไม่ผูกเชือกแต่มีพู่ ส่วนถุง เท้าจะเป็นแบบยาวสีดำ ใส่สูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ต ส่วนใหญ่จะไร้สี แต่ที่แน่ๆ จะต้องมีอักษร AG อยู่ที่อกเสื้อ และบ่อยครั้งที่ชอบเอามือซุกกระเป๋ากางเกง...

อลัน กรีนสแปน เป็นลูกคนเดียวของ เฮอร์เบิร์ต กรีนสแปน (Herbert Greenspan) กับโรส โกลด์สมิท กรีนสแปน (Rose Gold-smith Greenspan) เมื่อเขาอายุได้ 4 ขวบ พ่อและแม่ก็หย่าขาดจากกัน แม่กับตาและยายเป็นผู้ที่เลี้ยงเขามา ถึงแม้แม่จะมีเงินเพียง น้อยนิด แต่แม่ในสายตาของกรีนสแปน คือ ผู้ที่มีจิตวิญญาณเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา หนุ่มน้อยกรีนสแปนเป็นเด็กที่ขี้อาย ตรงกันข้ามกับผู้เป็นแม่ที่ชอบร้องเพลงและเต้นรำ เขาเคยเล่าว่า เมื่อแม่เดินเข้าไปในงาน ปาร์ตี้เธอจะนั่งลงที่เปียโน หลังจากนั้นเธอก็จะกลายเป็นดาราของงาน...

โรส กรีนสแปน เป็นผู้หญิงที่ฉลาดและเข้มแข็ง แม่ลูกคู่นี้ยังคงสนิทสนมกันมาตลอด แม้เมื่อเขาย้ายไปอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.แล้วก็ตาม ลูกชายมักจะโทรศัพท์หาผู้เป็นแม่ทุกวัน และมักจะจับรถไฟกลับไปหาแม่ในตอนวันหยุด--เธอเสียชีวิตไปเมื่อปี 2538

ในวัยเด็ก กรีนสแปนรักเบสบอล ขณะที่แม่สอนให้เขาเล่นเทนนิส และสิ่งหนึ่งที่เขาได้จากแม่ก็คือการดื่มด่ำกับเสียงเพลง สมัยเป็นนักเรียนอยู่ที่ Washington High School ซึ่งกรีนสแปนเป็นรุ่นพี่ของเฮนรี คิสซินเจอร์ (Henry Kissinger) อยู่สองสามรุ่น ตอนนั้นกรีนสแปนเล่นทั้งปี่ปากเป็ด (clarinet) และแซกโซโฟน (saxophone)

กรีนสแปนตั้งเป้าว่าจะเป็นนักดนตรีอาชีพ!

เขาได้เข้าเรียนที่ Juilliard School ในนิวยอร์ก และเล่นดนตรีกับวงเฮนรี เจโรม (Henry Jerome) โดยเล่นทั้งบาริโทนแซกโซโฟนและแคลริเนต ยุคนั้นเป็นยุคที่แจซกำลัง เฟื่อง วงดนตรีวงนี้ตระเวนเล่นไปทั่วประเทศ รวมทั้งเล่นที่ Child ภัตตาคารของพาราเมาต์ ในย่านไทมส์สแควร์ นิวยอร์ก

หลังจากนั้น 1 ปี กรีนสแปนก็เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กจนจบปริญญา ตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และเรียนเรื่อยไปจนจบปริญญาเอกจากที่นั่น

กรีนสแปนแต่งงานกับโจน มิตเชลล์ (Joan Mitchell) จิตรกรในปี 2495 ทั้งคู่อยู่ด้วยกันไม่ถึงปีดี...

เส้นทางสู่ธนาคารแห่งชาติของกรีน สแปน เริ่มขึ้นตอนบ่ายวันหนึ่งของปี 2509 เมื่อ เขาได้พบกับเลนเนิร์ด การ์เมนต์ (Leonard Garment) อดีตผู้จัดการวงดนตรีแจ๊ซที่เขาเคย ร่วมเล่น ตอนนั้นการ์เมนต์เป็นที่ปรึกษาของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) การ์เมนต์แนะนำให้กรีนสแปนรู้จักกับนิกสัน หลังจากนั้น กรีนสแปนก็ได้ไปดูแลทางด้านนโยบายให้กับนิกสัน และในปี 2517 นิกสันก็เตรียมที่จะตั้งกรีนสแปนให้เป็นประธานสภา ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องมาลาออกไปเสียก่อน เพียง 2 สัปดาห์ก่อนที่จะมีการยืน ยันการแต่งตั้งกรีนสแปนในตำแหน่งดังกล่าว และเมื่อประธานาธิบดีฟอร์ดเข้ารับตำแหน่ง นอกจากจะไม่ถอนชื่อกรีนสแปนออกไปจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ทั้งคู่ยังกลายมาเป็น ผู้ที่สนิทชิดเชื้อกันอีกต่างหาก

ขณะที่เป็นประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจอยู่นั้น กรีนสแปนก็เริ่มควงกับ บาร์บารา วอลเตอร์ส (Barbara Walters) ผู้ประกาศ และนักข่าวโทรทัศน์ชื่อดังของสหรัฐฯ วอลเตอร์สเล่าว่าเขาและเธอคบหากันจนเธอแต่งงาน แต่ก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ วอลเตอร์สพูดถึงกรีนสแปนว่า เป็นคน อ่อนหวานและจิตใจดี

สมัยที่จิมมี คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) เป็นประธานาธิบดี กรีนสแปนหันกลับไปทำธุรกิจ แต่พอถึงยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) กรีนสแปนก็ได้ดำรง ตำแหน่งเป็นประธานของคณะกรรมาธิการแห่งชาติ ทางด้านปฏิรูปการประกันสังคม ในที่สุด ประธานาธิบดีเรแกนก็ได้แต่ง ตั้งให้กรีนสแปนเป็นประธานคณะผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติ และเป็นต่อมาในสมัยของประธานาธิบดีจอร์จ บุช (George Bush) ตาม ด้วยสมัยของประธานาธิบดีบิลล์ คลินตัน (Bill Clinton) จนมาถึงสมัยของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) ในปัจจุบัน

จะมีใครอมตะไปกว่านี้!

วกกลับมาที่เรื่องส่วนตัวของกรีน สแปนกันอีกสักหน่อย...

เมื่อเกือบสองทศวรรษก่อน วันหนึ่งขณะที่กรีนสแปนเป็นประธานคณะกรรมา ธิการด้านการประกันสังคม เขาได้รับโทรศัพท์ จากแอนเดรีย มิตเชลล์ (Andrea Mitchell) นักข่าวสาวประจำทำเนียบขาวของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี (NBC) ทั้งคู่คุยกันถูกคอ และ 2 ปีหลังจากนั้น ในเดือนธันวาคม 2527 เขาถึงมีนัดรับประทานอาหารมื้อเย็นกับเธอในนิวยอร์ก ต่อจากนั้นอีก 2 ปี ทั้งคู่ถึงคบกันอย่างจริงจัง... ในเดือนตุลาคม 2530 กรีนสแปนและ มิตเชลล์ออกงานที่ทำเนียบขาวด้วยกันเป็นครั้งแรก และนับแต่นั้น เขาและเธอก็เสมือนเงาของกันและกัน ทั้งคู่คบหาดูใจกันนานถึง 12 ปีก่อนที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์

ความสัมพันธ์ระหว่างนักข่าวสาวกับผู้กุมอำนาจทางการเงินของโลกดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่พอถึงระยะหนึ่งมิตเชลล์ก็พยายามที่ไม่ให้เกิดความปะปนระหว่างงานกับส่วนตัว มิตเชลล์พูดถึงกรีนสแปนว่า เขาคือผู้ที่ให้การสนับสนุนเธออย่างมาก ทั้งในแง่ ของสติปัญญาและอารมณ์ความรู้สึก เขาสนใจในทุกสิ่งที่เธอคิด - เธอทำ ที่สำคัญกรีน สแปนเข้ากับพ่อแม่ของเธอได้เป็นอย่างดี

ยามใดที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน มิตเชลล์ยอมรับว่ารู้สึกเหงา

แม้ทั้งคู่จะดูเหมือนตัวติดกัน แต่กระ นั้นก็มีความต่าง... มิตเชลล์เกิดในครอบครัวที่เคร่งศาสนา ขณะที่กรีนสแปนไม่ใช่คนประเภทนั้น แต่เขาก็เชื่อมั่นในหลักศีลธรรมจรรยา ความ ต่างนอกเหนือจากนั้นก็คือในเรื่องการกินการ อยู่ กรีนสแปนไม่พิถีพิถันในเรื่องอาหารการกิน ซึ่งต่างจากมิตเชลล์ แต่หลังจากที่อยู่กับกรีนสแปน เธอบอกว่าชักจะลืมเรื่องการทำกับ ข้าวกับปลาแบบดีๆ ไปเหมือนกัน--ส่วนหนึ่ง ที่กรีนสแปนไม่สนใจเรื่องอาหารเท่าใดนัก เป็นเพราะเขาระวังในเรื่องของน้ำหนักนั่นเอง!

แต่อลัน กรีนสแปน ก็รู้วิธีที่จะชงกาแฟ ให้อร่อย

Starbucks espresso, decaffeinated. ลองดูนะคะ เผื่อจะอมตะแบบเขาบ้าง!

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us