ผู้บริหารบจ.ฉวยจังหวะตลาดหุ้นไทยขาลง ลุยเก็บหุ้นตัวเองเข้าพอร์ต สัปดาห์เดียวกวาดหุ้นมูลค่ารวมกว่า
131 ล้านบาท เผย DAIDO-AMATA-MIDA ครองแชมป์ซื้อหุ้นมากที่สุด ยอมรับทนไม่ไหวเห็นหุ้นร่วงตามตลาดฯ
ทั้งที่อนาคตยังเติบโตดี ในขณะที่ดัชนีเริ่มดีดกลับ ปิดบวกอีกกว่า 18 จุด นักวิเคราะห์ประเมิน
หุ้นยังไปต่อได้ หลังต่างชาติกลับลำซื้อ ขุนคลังย้ำไม่เลื่อนมาตรการเน็ตเซตเทิลเมนต์
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า
ช่วงวันที่ 26 ม.ค.-2 ก.พ. ซึ่งถือเป็นสัปดาห์ที่ดัชนีตลาดหลัก ทรัพย์ลดลงค่อนข้างแรง
ปรากฏว่าผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 19 บริษัท ต่างทยอยเก็บหุ้นบริษัทตัวเองเข้าพอร์ตจำนวนมาก
มียอด ซื้อ 131.34 ล้านบาท มากกว่ายอดขายหุ้นซึ่งรวม 64.28 ล้านบาท
ผู้บริหารบจ.ที่ซื้อหุ้นบริษัทตัวเองมากที่สุด คือ บริษัทไดโดมอน กรุ๊ป (DAIDO)ซื้อ
4.02 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 24.74 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ผู้บริหารบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน
(AMATA) เก็บหุ้นเข้าพอร์ต 3.20 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 45.05 ล้านบาท
อันดับ 3 ผู้บริหารบริษัท ราชธานี ลิสซิ่ง (THANI) ซื้อ 1.45 ล้านหุ้น มูลค่ารวม
2.08 ล้านบาท อันดับ 4 ผู้บริหารบริษัท รอยัลการ์เด้นรีซอร์ท (RGR) ซื้อหุ้นเข้าพอร์ต
1 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 14.86 ล้านบาท และอันดับ 5 ผู้บริหารบริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล
คอนเน็คชั่น (TICON) เก็บหุ้นบริษัทตัวเอง 360,000 หุ้น มูลค่ารวม 2.91 ล้านบาท
นายกมล เอี้ยวศิวิกูล ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไมด้า แอสเซ็ท
จำกัด (มหาชน) (MIDA) กล่าวว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ซื้อหุ้น MIDA เข้าพอร์ตประมาณ
2 ล้านหุ้น ซึ่งอยู่ระหว่างส่งรายงานซื้อหุ้นดังกล่าว ให้สำนักงานก.ล.ต.
สาเหตุที่ซื้อหุ้นบริษัทตัวเอง เนื่องจากเห็นว่า ราคาหุ้นลดลงค่อนข้างมาก ตามภาวะตลาดฯ
รวม ขณะที่พื้นฐานบริษัทปี 2547 คาดจะกำไรดีขึ้นกว่า 100% จากปีที่แล้ว ราคาหุ้นขณะนี้
ถือว่าน่าซื้อ และซื้อในชื่อตัวเอง โดยรายงาน ก.ล.ต.อย่างถูกต้อง
"ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องผิด เพราะไม่ได้ใช้อินไซด์ซื้อหุ้นแต่เป็นเพราะ ภาวะตลาดฯ
ทำให้หุ้นลงมามาก ในขณะที่ผลการดำเนินงานยังคงเติบ โตได้ดี" นายกมลกล่าว
ด้านนายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA)
กล่าวว่าสาเหตุที่ผู้บริหาร AMATA เก็บหุ้น บริษัทตัวเองเข้าพอร์ตจำนวนมาก เนื่องจากเห็นว่าราคาหุ้นลดลงจนต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน
ขณะที่บริษัทยังมีอนาคตดี ไม่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก เพราะในแง่การ ลงทุนภาคอุตสาหกรรม
ยังคงมีต่อเนื่อง สัปดาห์หน้า จะเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะหลายราย
ส่งผลปีนี้ตั้งเป้าผลดำเนินงาน ทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ น่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30%
จากปี 2546
"หุ้น AMATA ตกลงมามากตามภาวะตลาดฯ เมื่อเรามองเห็นว่าบริษัทยังมีอนาคตดีจึง
เข้ามาซื้อหุ้นของตัวเองเพราะไม่ต้องการให้ช็อกกับภาวะมากเกินไป ซึ่งเป็นปกติของนักลงทุนบ้าน
เราที่ขี้ตกใจ ดังนั้น ถ้าไม่ซื้อหุ้นตัวเอง ก็ไม่รู้จะไปซื้อหุ้นใคร" นายวิบูลย์กล่าว
ด้านภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (4 ก.พ.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
จากวันก่อนหน้า โดยปิดตลาดที่ระดับ 718.06 จุด เพิ่มขึ้น 18.31 จุด คิดเป็น 2.62
% จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 38,106.06 ล้านบาท โดยดัชนีปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 718.06
จุด เพิ่มขึ้น 18.31 จุด และปรับตัวลดลงไปต่ำสุดที่ 693.94 จุด ลดลง 5.81 จุด
นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1,556.51 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 243.63 ล้านบาท
และนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 1,312.88 ล้านบาท กลุ่มที่มีการซื้อขายมากคือกลุ่มไฟแนนซ์
ธนาคาร และสื่อสาร
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด
หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่าความผันผวนของตลาด หลักทรัพย์ในขณะนี้เกิดขึ้นเนื่องจากความวิตกของนักลงทุนรายย่อยซึ่งมีประมาณ
70% ต่อภาวะการระบาดไข้หวัดนก ซึ่งเป็นธรรมดาเมื่อมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น นักลงทุน
จะตื่นตระหนกและทำให้เกิดความผันผวนขึ้น แต่เชื่อว่าในที่สุดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้
เนื่อง จากพื้นฐานเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยยังคงแข็งแกร่งอยู่มาก
ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่จะมีการทบทวน
การเลื่อนมาตรการควบคุมการซื้อขายแบบหักลบภายในวันเดียวหรือ Net Settlement ออกไปจากเดิมวันที่
1 เม.ย.นี้หรือไม่ เนื่องจากภาวะตลาดผันผวนอย่างหนักจากการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไข้หวัดนกระบาดว่า
เวลานี้ถือได้ว่าภาวะตลาดหุ้นเป็นปกติดีแล้ว ไม่มีความผันผวน ดัชนีหุ้นก็ขึ้น-ลงตามปกติ
เป็นธรรมชาติของภาวะตลาดหุ้นที่โรคไข้หวัดนกทำให้ เกิดความไม่มั่นใจของนักลงทุน
การทบทวนเลื่อนมาตรการต่างๆ ไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้นักลงทุนเกิดความ
สับสนได้ แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การพิจารณาของก.ล.ต.
ด้านนายแสงธรรม จรณชัยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยไทย บล.เอบีเอ็นแอมโร เอเชีย จำกัด
(มหาชน) และนายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผู้จัด การฝ่ายห้องค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์
ไอบี จำกัด มองตรงกันว่าดัชนีหุ้นวานนี้ฟื้นตัวหลังจากตลาดร่วงลงลึกในช่วงที่ผ่านมา
นักลงทุน มีความเชื่อมั่นในการลงทุนมากขึ้นและกลับเข้าซื้อ หุ้นราคาถูก ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดไข้หวัดนกยังไม่น่าไว้วางใจนัก
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยมองว่าดัชนีมีแนวโน้มจะปรับตัวทิศทางขาขึ้น หากนักลงทุนต่าง
ประเทศยังเดินหน้าซื้อต่อเนื่องตลาดก็ยังมีแนวโน้มบวกต่อ แต่อาจจะเผชิญแรงเทขายถ้าขึ้นแรง
ดัชนีอาจขึ้นทดสอบ 730-740 จุดได้