Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน30 มกราคม 2547
SSIชะลอขึ้นราคาเหล็กฟุ้งปีนี้รายได้3.4หมื่นล.             
 


   
search resources

เคจีไอ (ประเทศไทย), บล.
สหวิริยาสตีลอินดัสทรี, บมจ.
วิน วิริยประไพกิจ
Metal and Steel




สหวิริยาสตีลฯตั้งเป้าผลิตเหล็กแผ่นฯปีนี้แตะ 2.26 ล้านตัน รองรับดีมานด์ในประเทศที่โตขึ้นกว่า 10% หนุนยอดขายพุ่งขึ้นเป็น 34,591 ล้านบาท ขยายตัว 16% ซึ่งปีนี้ล้างขาดทุนสะสม เกลี้ยง ลั่นภายใน 2-3 เดือนนี้จะไม่มีการยื่นขอขึ้นราคาเหล็กแผ่นฯ จากกรมการค้าภายใน เพราะอยู่ระหว่างการศึกษาราคาวัตถุดิบที่ปรับขึ้นระยะยาวหรือชั่วคราว

นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสหวิริยา สตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (SSI) เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปี 2547 ว่า บริษัทฯตั้งเป้าหมายยอดขายเหล็กแผ่นรีดร้อนจากปีก่อน 1.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเป็น 2.26 ล้านตันในปีนี้ คิดเป็นมูลค่ารวม 34,591 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้ว 15-16% เพื่อรองรับความต้อง การใช้เหล็กแผ่นในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนไม่ต่ำกว่า 10% คิดเป็นปริมาณการใช้รวม 7.5 ล้านตันต่อปี

รวมทั้งโครงการล้างและเคลือบผิวน้ำมันจะผลิตเชิงพาณิชย์ใน ปีนี้ ช่วยเพิ่มมูลค่าเหล็กแผ่นรีดร้อนขึ้นมา และในปี 2548 บริษัทฯจะมีรายได้จากส่วนขยายกำลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนจากเดิม 2.4 ล้านตัน เป็น 4.0 ล้านตัน โดยโครงการส่วนขยายจะรองรับดีมานด์เหล็กแผ่นฯในประเทศได้ประมาณ 3 ปีข้างหน้า

นายวิน กล่าวถึงการส่งออกในปีนี้ว่า บริษัทฯจะรักษาระดับการ ส่งออกอยู่ที่ 8% ของรายได้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยตลาดส่งออกหลักยังคงเป็นจีน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความต้องการใช้เหล็กใน ปีที่แล้วสูงถึง 250 ล้านตัน และปีนี้คงจะขยายตัวเพิ่มอีก ส่วนค่าเงินบาทปีนี้น่าจะทรงตัวอยู่ใน อัตรา 38-39 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากปีที่แล้ว บริษัทฯได้รับผลกระทบต่อรายได้ในรูปเงินบาทลดลง แต่ปริมาณการขายไม่ได้ลดลง

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายผลิตเหล็กแผ่นฯเพื่อ สนองความต้องการใช้ในประเทศเป็นหลัก โดยเน้นขายเหล็กให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดเย็น ยานยนต์และชิ้นส่วน เชื่อว่าจะไม่เกิด ปัญหาการขาดแคลนเหล็กแผ่นฯในประเทศดังที่ผู้ประกอบการหลายรายวิตกกังวล

ส่วนการปรับขึ้นราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนนั้น ขณะนี้บริษัทฯยังขายตามเพดานราคาที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ที่ 15.71 บาทต่อกิโลกรัม โดยไม่ได้ยื่นเสนอขอปรับราคาขึ้น ดังนั้นภายใน 2-3 เดือนข้างหน้าคงจะยังไม่มี การปรับขึ้นราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนแต่อย่างใด แม้ว่าราคาวัตถุดิบจะปรับขึ้นก็ตาม เพราะขณะนี้ อยู่ระหว่างศึกษาเรื่องต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นความผันผวนชั่วคราวหรือระยะยาว หากพบว่าเป็นการปรับขึ้นในระยะยาวก็คงต้องมีการพิจารณาปรับขึ้นราคาเหล็กแผ่นฯอีกครั้ง

ด้านราคาเหล็กในตลาดโลกที่ผันผวนนั้น เป็นผลจากค่าขนส่งที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 5 เท่า เนื่องจากเศรษฐกิจในจีนเติบโตสูงมาก ทำให้มีความต้องการสินค้าเหล็ก สินแร่เหล็ก ถ่านหิน และอื่นๆ จำนวนมาก รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ สหรัฐฯ ญี่ปุ่นก็ฟื้นตัวดีขึ้นเช่นกัน

"รู้สึกเห็นใจผู้รับเหมาก่อสร้างที่ไม่ได้มีการ Fixed ราคาเหล็กล่วงหน้า เมื่อเกิดปัญหาราคาเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ประสบปัญหาต้นทุนสูงขึ้น ปัญหานี้เกิดขึ้นเนื่องจากไทยเป็นผู้นำเข้าเหล็กส่วนใหญ่ โดยมีดีมานด์ถึงปีละ 12 ล้านตัน แต่มีการผลิตเหล็กกล้าต้นน้ำเพียง 2 ล้านตัน ขณะที่ประเทศอื่น จะมีการผลิตเหล็กขั้นต้นมาก กว่านี้ ทำให้ปัจจุบันไทยต้องนำเข้าเหล็กต้นน้ำ และกลางน้ำ จึงทำให้ประสบปัญหาการผันผวนของราคาเหล็ก ซึ่งทางออกที่ดี คือไทยควรมีการ ผลิตเหล็กต้นน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังศึกษาในการผลิตเหล็กต้นน้ำ แต่ยังไม่มีข้อสรุปขณะนี้" นายวิน กล่าว

ปีนี้ล้างขาดทุนสะสมเกลี้ยง

ผลการดำเนินงานงวดปี 2546 บริษัทฯมีราย ได้รวมทั้งสิ้น 29,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% โดย มีรายได้จากการขายเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนจำนวน 28,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% บริษัทฯมีกำไรขั้นต้นจากการขาย 4,795 ล้านบาท คิดเป็น สัดส่วน 16% ของยอดขาย และมีกำไรสุทธิ 4,702 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 36.95%

ปีนี้ บริษัทฯคาดว่าจะล้างขาดทุนสะสมได้หมด โดยนำผลกำไรจากการดำเนินงานล้างขาด ทุนฯ ส่วนการจ่ายเงินปันผลทันทีจากผลดำเนินงานงวดปี 2547 คงขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ปัจจุบันบริษัทฯขาดทุนสะสม ณ สิ้นปี 2546 อยู่ที่ 1,146 ล้านบาท โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้น 1.5 หมื่น ล้านบาท หนี้สินรวม 1.29 ล้านบาท คิดเป็นอัตรา หนี้สินต่อทุน 0.9 เท่า

คุมราคาวัตถุดิบพุ่งฉุดกำไรฯลด

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่าสหวิริยาสตีลฯมีกำไรสุทธิปี 46 เพิ่มขึ้น 37% เป็น 4.7 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการ พิเศษ บริษัทฯจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 3.4 พันล้าน บาท ใกล้เคียงกับปีก่อน

อุตสาหกรรมเหล็กมีแนวโน้มดี ความต้อง การเหล็กแผ่นรีดร้อนภายในประเทศน่าจะมีอัตราการเติบโต 8% เป็น 5.6 ล้านตัน จากกำลังการผลิตในประเทศที่มีจำกัดเรายังต้องนำเข้าเหล็กอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของความต้องการรวม

เราคาดว่าปี 2547 ยอดขายจะลดลง 4% เนื่องจากการหยุดโรงงานเป็นเวลา 45 วันเพื่อติดตั้งเครื่องจักรสำหรับการขยายกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการดำเนินงานน่าจะ เติบโต 15% เนื่องจากสมมติฐานราคาขายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังมีความกังวลในเรื่องการรักษาระดับกำไรขั้นต้นของ บริษัทฯ เพราะผู้ผลิต ในไทยอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากราคาเหล็ก ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากถูกควบคุมโดย รัฐบาล และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อาจ ส่งผลเชิงลบต่อกำไรขั้นต้น

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us