นับเป็นงานแถลงข่าวลาออกของผู้บริหารระดับ CEO ที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่นของทั้งฝ่ายมืออาชีพ
และเจ้าของบริษัท ผิดไปจากข่าวการลาออกของ CEO ทั่วๆ ไป
หลังจากตกเป็นประเด็นร้อน เกี่ยวกับการลุกจากเก้าอี้ CEO ทีเอ ออเร้นจ์
เพื่อลงสู่สนามการเมือง ลงเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
อภิรักษ์ โกษะโยธิน ก็ตัดสินใจควงคู่ศุภชัย เจียรวนนท์ CEO จัดแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันที่
13 มกราคม หลังจากที่ยื่นใบลาออกต่อคณะกรรมการบริหารของบริษัททีเอ ออเร้นจ์
อย่างเป็นทางการในช่วงเช้า มีผลสิ้นเดือนมกราคมนี้
งานแถลงข่าวมีขึ้นบนชั้น 21 อาคารเทเลคอมทาวเวอร์ ริมถนนรัชดาภิเษก กองทัพผู้สื่อข่าว
ช่างภาพทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ทั้งสายสื่อสารและการเมืองมากันแน่นขนัดเต็มห้องประชุม
ช่างภาพตั้งกล้องรอชักภาพตั้งแต่หน้าลิฟต์
อภิรักษ์ขึ้นเวทีแถลงข่าวในชุดสูทสีดำ เชิ้ตขาว เนกไทสีชมพู เคียงคู่กับศุภชัย
ที่มาในชุดสูทสีเทา สวมเชิ้ตและผูกเนกไทสีกรมท่า ทั้งคู่มีท่าทีที่สดชื่น
โดยใช้เวลาสั้นๆ ไม่ถึง 10 นาที บอกถึงการตัดสินใจลาออกของอภิรักษ์ จากนั้นก็ปล่อยให้ผู้สื่อข่าวซักถาม
เนื่องจากเป็นผู้ที่ถูกเลือกจากพรรคประชาธิปัตย์ ให้ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่า
กทม. เป็นครั้งแรกหลังจากว่างเว้นมาถึง 30 ปี และยังเป็น "เลือดใหม่" ในพรรคการเมืองที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุด
คำถามส่วนใหญ่ที่มาจากผู้สื่อข่าวสายการเมืองที่มากันแน่นขนัดก็ล้วนแต่พุ่งตรงไปที่อภิรักษ์
อภิรักษ์ถือโอกาสนี้บอกเล่าให้สื่อมวลชนรับรู้กันโดยทั่วว่า เขาสนใจการเมืองมานานแล้ว
โดยเป็นสมาชิกพรรคประชา-ธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2536 เป็นเวลา 10 ปีเต็ม และสมัยทำงานอยู่ที่ฟริโต-เลย์
ก็เคยช่วยงานการเมืองแบบไม่เป็นทางการมาแล้ว โดยเข้าไปอยู่ในทีมปฏิรูปการศึกษา
ในส่วนของภาคเอกชน สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย 2 ที่มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ส่วนแนวนโยบายในการบริหาร กทม. ที่ผู้สื่อข่าวสายการเมืองพยายามซักไซ้ไล่เลียงอย่างหนักถึงแนวทางและการ
แก้ปัญหา คำตอบยังเป็นแนวทางกว้างๆ ของการทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่
น่าเข้ามาลงทุนทำธุรกิจ สามารถเทียบได้กับเมืองใหญ่ๆ ของโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
อภิรักษ์พยายามเน้นย้ำให้เห็นถึงประสบการณ์ และความรู้การบริหารงานในภาคเอกชนมาใช้
และโอกาสครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะความหล่อ แต่เป็นเพราะความรู้ความสามารถ
ไม่ว่าอภิรักษ์จะได้เป็นทางเลือกใหม่ของคนกรุงเทพฯ และประชาธิปัตย์จะคว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ
กทม. ที่ส่งผู้เข้าชิงผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นเลือดใหม่ ท่ามกลางแรงเสียดทานจากพรรค
การเมืองฟากตรงข้ามมาเป็นผลสำเร็จหรือไม่ หากแต่เป็นการตัดสินใจลงจากเก้าอี้
CEO ในทีเอ ออเร้นจ์ อย่างสวยงาม
แม้ว่าอภิรักษ์จะให้สัมภาษณ์ว่า ความพร้อมของทีเอ ออเร้นจ์ ในปี 2547 ทุกๆ
ด้านไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย การให้บริการต่างๆ ที่จะทำให้ทีเอ ออเร้นจ์ กลับมาเป็นผู้เล่นที่
aggressive นั่นหมายความว่า หากเขาตัดสินใจเลือกเส้นทางเดิม ภาพการเป็นมืออาชีพของเขาจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เดิม
ต้องยอมรับว่า 1 ปีในทีเอ ออเร้นจ์ ภาพความเป็นมืออาชีพ CEO ของอภิรักษ์ไม่ราบรื่นเท่าที่ควร
ผลการดำเนินงานของทีเอ ออเร้นจ์ ที่ไม่ดีนัก รวมทั้ง การตัดสินใจกลับมาเป็น
Co-CEO ในทีเอ ออเร้นจ์ ของศุภชัย ที่บอกเหตุผลว่า เพื่อให้การ Synergy ระหว่างทีเอ
และทีเอ ออเร้นจ์ สำเร็จลุล่วงไปโดยเร็วก็ตาม แต่ก็เท่ากับเป็นการลดบทบาทในการบริหารจัดการ
จาก CEO ไปเป็น Co-CEO
สำหรับศุภชัย ดูเหมือนว่างานแถลงข่าวครั้งนี้ เขาจะมีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
คำถามที่ได้รับในวันนั้นมาจากผู้สื่อข่าวสายไอที ในเรื่องการหา CEO คนใหม่
ที่จะมาแทนอภิรักษ์ ซึ่งศุภชัยยืนยันว่า ยังไม่มีนโยบายเลือกคนใหม่เข้ามา
และยังบอกต่อด้วยว่า "เป็นเรื่องดีที่คุณอภิรักษ์ไม่อยู่ เพราะจะได้หมดคนหล่อไปอีกคน
ส่วนผมจะรักษาตำแหน่งคนหล่อในบริษัทเอาไว้ให้เหนียวแน่นที่สุด"
ส่วนคำถามที่ว่า หลังจากไม่มีอภิรักษ์แล้ว เขาจะนั่งตำแหน่งใดระหว่าง CEO
หรือ Co-CEO ศุภชัยตอบคำถามนี้อย่างอารมณ์ดีว่า "ผมยังเป็นโคซีอีโอ หรืออาจจะเปลี่ยนเป็นวัวซีอีโอ"
เป็นคำตอบที่เรียกเสียงฮาลั่นห้อง
อย่างไรก็ตาม ศุภชัยยืนยันว่า เขาจะอยู่ในตำแหน่ง CEO ไปจนกว่าการ synergy
ระหว่างทีเอ และทีเอ ออเร้นจ์ จะลุล่วงด้วยดี
"ผมคงจะรักษาการตำแหน่งนี้ไประยะหนึ่ง จนกว่า synergy จะพร้อม และเมื่อถึงจุดหนึ่ง
ทั้งในทีเอ ออเร้นจ์ หรือ ทีเอเองก็ตาม ก็ต้องมีคนมาแทนแต่ให้กำหนดเวลาชัดเจนไม่ได้
ในวันที่ 15 มกราคม ถัดมาอีก 2 วัน ทีเอจะประกาศผังโครงสร้างใหม่ของทีเอ
ออเร้นจ์ และทิศทางใหม่ตามแผนการ synergy ที่กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ