Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน19 มกราคม 2547
"บบส.-แบม"อุ้มหนีแบงก์คลังดันเข้าครม.อังคารนี             
 


   
search resources

ธนาคารแห่งประเทศไทย
บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน - AMC
กระทรวงการคลัง
บรรษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์การ - BAM
ปรีดิยาธร เทวกุล, ม.ร.ว.
สุชาติ เชาว์วิศิษฐ
สิน เอกวิศาล
บรรยง วิเศษมงคลชัย
รุ่งเรือง พิทยศิริ
Banking and Finance




กระทรวงการคลังนำแผนการ แก้หนี้ทั้งระบบเข้าครม.พรุ่งนี้ โดยเสนอให้แก้กฎหมายบบส.เพื่อซื้อและบริหารหนี้แบงก์ พร้อมสั่ง"แบม"ช่วย เชื่อทำหน้าที่ได้ดีกว่าแบงก์ ที่มุ่งขายทิ้งทำให้แก้หนี้ล้มเหลว ด้านบิ๊กบบส.-แบมขานรับนโยบายยันมีศักยภาพเพียงพอ

ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าได้ลงนามในร่างแผนการแก้ไขทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอ) คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 20 ม.ค. การเร่งดำเนินการในครั้งนี้เพื่อให้กระบวนการแก้ไขทรัพย์สินและหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) มีความคืบหน้า ธนาคารพาณิชย์ สามารถทำหน้าที่ตัวเองและทำให้ระบบเศรษฐกิจ มีความเข้มแข็ง

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าในส่วน ของธปท.จะปรับปรุงหลักเกณฑ์และกฎระเบียบการดูแลสถาบันการเงิน เพื่อบีบให้สถาบันการเงิน เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วขึ้น ขณะที่กระทรวงการคลังก็จะออกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้บรรษัท บริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ของแต่ละธนาคารรับซื้อเอ็นพีเอและเอ็นพีแอลได้ โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันการเงิน (บบส.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ออกเป็น พ.ร.ก.รับซื้อหนี้เฉพาะ 56 ไฟแนนซ์ จะต้องซื้อหนี้ในราคาที่สามารถขายต่อได้

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันมาแล้วว่าจะออกกฎหมายในวันที่ 20 ม.ค."

นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบแผนที่ธปท.เสนอมา สาระสำคัญจะมอบหมายให้บบส. และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพฯพาณิชย์ (แบม) เป็นแกนนำ ซึ่งจะทำให้มีกำลังพอในการจัดการ เพราะทั้งสององค์กรมีประสบการณ์ในการจัดการหนี้เสียเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเสนอออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เนื่องจากบบส.ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งในพ.ร.บ.จะมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่ของบบส. จากเดิมที่กฎหมายการจัดตั้งบบส.ระบุให้ทำหน้าที่การรับซื้อและขายหนี้เสียจาก การปิด 56 ไฟแนนซ์ แต่หนี้ที่อยู่นอกเหนือ 56 ไฟแนนซ์ไม่สามารถทำได้ การแก้ไขโดยออกเป็น พ.ร.บ.จะเปิดกว้างให้บบส.ทำธุรกรรมได้มากขึ้น

"ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพอใจกับการทำงาน ของบบส.และแบม เพราะงานมีประสิทธิภาพสามารถ แก้ไขปัญหาหนี้เสียได้ดี การติดตามหนี้ได้ราคาที่พึงพอใจและยังเป็นราคาที่ไปฟื้นฟูสภาพสินทรัพย์ใน ลักษณะของการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งดีกว่าการปรับโครงสร้างหนี้ของแบงก์ที่ขายทิ้งอย่างเดียว ทำให้ ไทยได้รับบทเรียนเจ็บปวดมาแล้ว" นายรุ่งเรือง กล่าว

ที่ปรึกษา รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขหนี้เสียคงค้างอยู่ในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน ต่างๆ มีมูลค่ารวม 7 แสนกว่าล้านบาท ยังไม่นับรวม ที่อยู่ในบริษัทบริหารสินทรัพย์แต่ละแห่งของสถาบัน การเงิน โดยบบส.และแบมคงจะเข้าไปเสนอซื้อเพื่อรับหนี้มาบริหาร ส่วนธนาคารพาณิชย์และสถาบันการ เงินจะเห็นความจำเป็นแค่ไหน เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของธปท.ที่จะกระตุ้นธนาคารเอกชนเห็นประโยชน์ของการขายหนี้ให้มากขึ้น

ในส่วนของหนี้ที่รอขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี บบส.มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปประมูลได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการตกลงกับทางกรมบังคับไว้อย่างไร แต่ทั้งหมดแล้วต้องเข้าใจว่าในข้อตกลงระหว่างธนาคาร พาณิชย์กับลูกหนี้ ได้ระบุในสัญญาเปิดกว้างให้ลูกหนี้ ซื้อคืนทรัพย์สินได้ หากมีความสามารถ

บิ๊กบบส.-แบมหนุน

นายสิน เอกวิศาล กรรมการผู้จัดการ บบส. กล่าวว่าขณะนี้กำลังรอดูเรื่องของกฎหมายว่าจะออก มาอย่างไร แต่บบส.มีความพร้อมและสามารถบริหาร เอ็นพีเอของทั้งระบบที่มีมากกว่า 160,000 ล้านบาท ได้อย่างสบาย แต่การโอนทรัพย์สินเข้ามาบริหารต้อง เป็นลักษณะค่อยโอน หรือในส่วนของกรมบังคับคดีที่มีอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท บบส.คาดหวังหากเข้าไปประมูลได้สัก 50% ก็น่าจะพอใจ

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ แบม กล่าวว่าได้เตรียมความพร้อมกว่า ปีเศษ ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะสมบูรณ์แบบกรกฎาคมนี้ การพัฒนาบุคลากรเพื่อให้มีความสามารถในการจัดการทรัพย์สิน โดยขณะนี้แบมมีเอ็นพีเอ ที่บริหาร อยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาทจากก่อนนี้มีเพียง 4,000 ล้านบาทที่ซื้อจากเอเอ็มซีพญาไท

ส่วนธนาคารพาณิชย์จะจำหน่ายเอ็นพีเอ ให้กับแบมกับบบส.หรือไม่ นายบรรยงกล่าวว่าต้องดูแรง จูงใจของธนาคารแต่ละแห่ง ซึ่งเชื่อว่าธนาคารอยากตัดเอ็นพีเอออกมา เพราะการบริหารเอ็นพีเอ ไม่ใช่ธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ หากเอกชนสามารถแก้ไขทรัพย์สินได้จะช่วยให้มีกำลังคนมาเสริมในการ ทำธุรกิจหลัก เพราะในอนาคตธนาคารมีภาระอีกมาก

ทั้งนี้ แบมมีความสามารถรับทรัพย์สินถึงแสน ล้านบาท เป็นขนาดทรัพย์สินที่เหมาะกับจำนวนพนัก งาน 800 คนและสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 24 แห่ง

"การขายหนี้ออกมาจะทำให้ธนาคารเอกชนไม่ต้องกังวลเรื่องการแก้ไขทรัพย์สิน ซึ่งช่วยให้ดำเนินการได้เต็มที่ และธนาคารต้องมองว่าในระยะ 3-4 ปีข้างหน้าจะทำอย่าไรหากทรัพย์สินที่คงเหลือมีของดี ของงามมีน้อยมาก อาจจะเกิดกากเหลือตรงนี้ยากต่อ การขายได้ ซึ่งหากขายออกมาก่อนระดับความเสี่ยงจะลดลง" นายบรรยงกล่าว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us