Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน14 มกราคม 2547
นครหลวงไทยผลงานเจ๋งสามโบรกเกอร์เชียร์ซื้อหุ้น             
 


   
www resources

โฮมเพจ ธนาคารนครหลวงไทย

   
search resources

เกียรตินาคิน, บง.
ฟิลลิป (ประเทศไทย), บล.
ธนาคารนครหลวงไทย, บมจ.
ดีบีเอส วิคเคอร์ส
Banking




โบรกเกอร์ประสานเสียงเชียร์ซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทย หลังประกาศผลการดำเนินงานปี 2546 กำไรสุทธิกว่า 3.6 พันล้านบาท พร้อมคาดการณ์กำไรปีนี้กว่า 5 พันล้านบาท ระบุราคาเหมาะสมอยู่ที่หุ้นละ 27-32 บาท

หลังจากที่ธนาคารนครหลวงไทย หรือ SCIB ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2546 ซึ่งมีกำไร สุทธิกว่า 3,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 309% เหตุจากค่าใช้จ่าย ด้านดอกเบี้ยเงินฝากลดลงจากปีก่อน 20.8% ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4937% บวกกับธนาคาร มีกำไรจากเงินลงทุนอีก 378 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 26.6% และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 24.6%

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน ประเมินภาวะการลงทุนในหุ้น SCIB โดยแนะนำให้ซื้อเก็งกำไร โดยใช้ APBR ประ-มาณ 1.6-1.8 เท่า ซึ่งจะให้ราคาที่เหมาะสมในปี 2547 ประมาณ 27-31 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดเมื่อเทียบกับราคาปิด ณ วันที่ 12 มกราคม 2547 อยู่ที่ 24.10 บาท สืบเนื่องจากในปี 2547 ธนาคารตั้งเป้า Net loan growth ประ-มาณ 30-40% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4-6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อย 4 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อโครงการ (Corporate loan) 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมนั้น ตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 20%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส วิเคราะห์ว่า ในไตรมาส 4 SCIB มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 20% เนื่องจากผลตอบแทนของสินเชื่อที่ดีขึ้น และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลด ลง 32% เกิดจากไตรมาสนี้มีกำลังจากเงินลงทุนลดลงจาก 1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 3 เหลือเพียง 378 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ทำให้กำไรก่อนกันสำรองลดลง 13% ขณะที่การกันสำรองเหลือเพียง 177 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีการกันสำรอง 1.48 พันล้านบาท

คาดว่าผลการดำเนินงานของธนาคาร น่าจะขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าผลตอบ แทนที่ได้รับจากตั๋วสัญญาใช้เงิน ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง จากการปรับโครงสร้างเงินฝาก โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2547 และ 2548 จะอยู่ที่ประมาณ 5.97 พันล้านบาท และ 6.32 พันล้านบาท โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM: Net Interest Margin) จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.15% และ 2.28%

ทั้งนี้ บล.ดีบีเอสฯ แนะนำให้ ซื้อลงทุนโดยมีราคาเป้าหมายที่ระดับ 32 บาท (PBV 2547 ที่ระดับ 1.5 เท่า PE 04 ที่ระดับ 11 เท่า) นอกจากนี้เราคาดว่า ธนาคารจะประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 03 ที่ระดับ 0.85 บาท หรือ Dividend Yield 3.5%

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป ให้ความเห็นในทำนองเดียว กัน ด้วยการแนะนำให้ซื้อลงทุน หลังจากคำนวณจากกำไรสุทธิที่ประมาณ 4.83 พันล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 2.29 บาท หากอิงกับ P/E Ratio ที่ระดับ 12-13 เท่า จะทำ ให้ราคาที่เหมาะสมอยู่ที่หุ้น 27.45-29.74 บาท ขณะที่ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอยู่ที่ประมาณ 5.75-7.14 บาท

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us