โบรกเกอร์ประสานเสียงเชียร์ซื้อหุ้นธนาคารนครหลวงไทย หลังประกาศผลการดำเนินงานปี
2546 กำไรสุทธิกว่า 3.6 พันล้านบาท พร้อมคาดการณ์กำไรปีนี้กว่า 5 พันล้านบาท ระบุราคาเหมาะสมอยู่ที่หุ้นละ
27-32 บาท
หลังจากที่ธนาคารนครหลวงไทย หรือ SCIB ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2546 ซึ่งมีกำไร
สุทธิกว่า 3,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 309% เหตุจากค่าใช้จ่าย ด้านดอกเบี้ยเงินฝากลดลงจากปีก่อน
20.8% ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 4937% บวกกับธนาคาร มีกำไรจากเงินลงทุนอีก
378 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 26.6% และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 24.6%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคิน ประเมินภาวะการลงทุนในหุ้น SCIB โดยแนะนำให้ซื้อเก็งกำไร
โดยใช้ APBR ประ-มาณ 1.6-1.8 เท่า ซึ่งจะให้ราคาที่เหมาะสมในปี 2547 ประมาณ 27-31
บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดเมื่อเทียบกับราคาปิด ณ วันที่ 12 มกราคม 2547 อยู่ที่
24.10 บาท สืบเนื่องจากในปี 2547 ธนาคารตั้งเป้า Net loan growth ประ-มาณ 30-40%
หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4-6 หมื่นล้านบาท โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อรายย่อย
4 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อโครงการ (Corporate loan) 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมนั้น
ตั้งเป้าการเติบโตไว้ประมาณ 20%
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส วิเคราะห์ว่า ในไตรมาส 4 SCIB
มีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 20% เนื่องจากผลตอบแทนของสินเชื่อที่ดีขึ้น
และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลด ลง 32% เกิดจากไตรมาสนี้มีกำลังจากเงินลงทุนลดลงจาก
1.1 พันล้านบาทในไตรมาส 3 เหลือเพียง 378 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ทำให้กำไรก่อนกันสำรองลดลง
13% ขณะที่การกันสำรองเหลือเพียง 177 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนที่มีการกันสำรอง
1.48 พันล้านบาท
คาดว่าผลการดำเนินงานของธนาคาร น่าจะขยายสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้
ซึ่งจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าผลตอบ แทนที่ได้รับจากตั๋วสัญญาใช้เงิน ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง
จากการปรับโครงสร้างเงินฝาก โดยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2547 และ 2548 จะอยู่ที่ประมาณ
5.97 พันล้านบาท และ 6.32 พันล้านบาท โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM: Net
Interest Margin) จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.15% และ 2.28%
ทั้งนี้ บล.ดีบีเอสฯ แนะนำให้ ซื้อลงทุนโดยมีราคาเป้าหมายที่ระดับ 32 บาท (PBV
2547 ที่ระดับ 1.5 เท่า PE 04 ที่ระดับ 11 เท่า) นอกจากนี้เราคาดว่า ธนาคารจะประกาศจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี
03 ที่ระดับ 0.85 บาท หรือ Dividend Yield 3.5%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป ให้ความเห็นในทำนองเดียว กัน ด้วยการแนะนำให้ซื้อลงทุน
หลังจากคำนวณจากกำไรสุทธิที่ประมาณ 4.83 พันล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 2.29 บาท
หากอิงกับ P/E Ratio ที่ระดับ 12-13 เท่า จะทำ ให้ราคาที่เหมาะสมอยู่ที่หุ้น 27.45-29.74
บาท ขณะที่ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิอยู่ที่ประมาณ 5.75-7.14 บาท