Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน13 มกราคม 2547
BCPผลิตเพิ่มรับค่าการกลั่นพุ่ง             
 


   
search resources

บางจากปิโตรเลียม, บมจ.
เทิร์น อะราวด์
พิชัย ชุณหวชิร
ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล
Energy




บางจากฯมั่นใจปีนี้ผล การดำเนินงานดีขึ้น หลังลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และหันมาใช้น้ำมันดิบในประเทศเพิ่ม เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลั่นปี46 ถือเป็นปีสุดท้ายที่ขาดทุนสะสม เชื่อนัก ลงทุนสนใจจองซื้อดีอาร์หุ้นสามัญ 3 พัน ล้านบาททะลัก เตรียมเพิ่มกำลังการกลั่นถึงวันละ 1.05 แสนบาร์เรลในก.พ.นี้ หลังมาร์จิ้น การกลั่นขยับเพิ่มขึ้นเป็น 4 เหรียญต่อบาร์เรล และสนองความต้อง การใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นตามการเติบโต ของจีดีพี

นายพิชัย ชุณหวชิร รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP) เปิดเผยว่าในปีนี้บางจากฯจะมีผลการดำเนินงานดีขึ้นมาก หลังจากบริษัทปรับโครงสร้างทางการเงินแล้วเสร็จ เนื่องจากภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงกึ่งหนึ่งเหลือเพียง 700 ล้านบาท และขณะนี้ค่าการกลั่นได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่เฉลี่ย 1.5 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเป็น 4 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งธุรกิจการกลั่นแนวโน้มจะมีค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น คาดว่าในปี 2548 กำลังการกลั่นในประเทศจะใกล้เคียงกับความต้องการใช้น้ำมัน

"ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น 10 เซ็นต์ต่อบาร์เรล ทำให้บางจากฯมี EBITDA เพิ่มขึ้น 130 ล้านบาท"

นอกจากนี้ บางจากฯมีแผนจะซื้อน้ำมันดิบ ในประเทศเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่ซื้ออยู่ประ-มาณ 7 พันบาร์เรลต่อวัน โดยปีหน้าคาดว่าจะซื้อ เพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และจะเพิ่มเป็น 4 หมื่นบาร์เรลต่อวันในปี2549 ทำให้ต้นทุนการ ดำเนินงานลดลง เพราะน้ำมันดิบในประเทศจะเสียค่าขนส่ง และเสียภาษีน้อยกว่าน้ำมันดิบนำเข้า

รวมทั้งการเพิ่มความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดในกิจการ เช่น ร่วมมือกับปตท.ในการเช่าระบบรับ-จ่ายน้ำมันของคลังน้ำมันที่ศรีราชา หรือร่วมมือกับไทยออยล์ ในการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง รวมทั้งนำน้ำมันเตาของบางจากไปเข้าสู่กระบวน การกลั่นต่อเป็นน้ำมันสำเร็จ เช่น เบนซิน และดีเซล เป็นต้น ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าน้ำมัน

นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงสถานีบริการน้ำ มันและร้านค้าสะดวกซื้อ เพื่อสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น รวมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรในการขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมและตลาดน้ำมันเครื่อง เช่น การเจาะกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี การร่วมกับพันธมิตร ต่างประเทศในการพัฒนาตลาดน้ำมันเตาสำหรับ เรือเดินสมุทร การขยายตลาดน้ำมันหล่อลื่นไปยังอินโดจีน และจีนตอนใต้ และยุโรป

ดังนั้น ผลการดำเนินงานในปี 2546 ที่มีผล ขาดทุนสุทธิ จึงน่าจะเป็นปีสุดท้ายที่ขาดทุน คาดว่าจะกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (EBITDA) ประมาณ 1.5 พันล้านบาท แต่เมื่อหักรายจ่ายเกี่ยวกับดอกเบี้ยและค่าเสื่อมทำให้ขาดทุนเพราะบริษัทฯมีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงถึงกว่า 1 พันล้านบาท จึงถือเป็นสาเหตุสำคัญที่บริษัทฯต้องมีการปรับโครงสร้างทางการเงิน

ก.พ.กลั่นเพิ่มแตะ 1 แสนบาร์เรล

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงกลั่นบางจากฯเตรียมเพิ่มกำลังการกลั่นจากเดิม 8.5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นเป็น 1.05 แสนบาร์เรลต่อวันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากเดือนนี้ค่าการกลั่นขยับเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เฉลี่ยบาร์เรลละ 1.15 เหรียญ เพิ่มขึ้นเป็น 4 เหรียญ ขณะที่โรงกลั่นอื่นที่มีประสิทธิภาพการกลั่นที่ดีกว่า จะมีค่าการกลั่นสูงถึง 7 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งการเพิ่มกำลังการผลิตครั้งนี้จะทำให้ธุรกิจการกลั่นบางจากฯดีขึ้นด้วย ตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น ในปีนี้คาดว่าธุรกิจการกลั่นจะมีEBITDAสูงกว่าที่คาดไว้ 900 ล้านบาท เป็น 1.2 พันล้านบาท มาจากค่าการกลั่นที่เพิ่มสูงขึ้น การใช้น้ำมันดิบในประเทศเพิ่มขึ้นทำให้ลดต้นทุนได้ 300 ล้านบาท และการร่วมมือกับไทยออยล์ในการ แครกน้ำมันเตาอีก 200 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจด้านการตลาดบางจากฯจะมีEBITDAประมาณ 500-600 ล้านบาท

จากนโยบายที่บริษัทจะหันมาใช้น้ำมันดิบในประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ใช้อยู่เพียง 10% เป็น 30-40% ของยอดการใช้น้ำมันดิบ ทำให้บริษัทต้องลงทุนติดตั้งหน่วยกำจัดปรอทประ-มาณ 120 ล้านบาทในปี 2547 เนื่องจากน้ำมันดิบ ในประเทศมีปรอทเป็นส่วนประกอบค่อนข้างสูง รวมทั้งจะลงทุนอีก 1.2 พันล้านบาทเพื่อขยายกำลังการผลิต(Debottle neck)ให้ได้น้ำมันที่มีคุณภาพจำนวน 1.2 แสนบาร์เรลต่อวันในช่วงปี 2549-2550 เพื่อให้น้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตออกมาได้เป็นไปตามสเปกของการจำหน่ายภายในประเทศในปัจจุบัน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์น อะราวด์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบางจากฯ กล่าวว่า การเปิดจองซื้อ หุ้นดีอาร์บางจากน่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนจนไม่พอที่จะขาย เนื่องจากกระทรวงการคลังเข้ามาค้ำประกันที่ราคา 13 บาท ส่วนดีอาร์ หุ้นกู้แปลงสภาพด้อยสิทธิ 4,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้รอการสรุปราคาจากนักลงทุนสถาบัน โดย ในเบื้องต้นได้กำหนดราคาแปลงสภาพที่ 14.3 บาท

เดิมบางจากฯมีภาระเงินกู้กระจุกตัวในระยะสั้นรวม 1.95 หมื่นล้านบาท บริษัทฯจึงปรับ โครงสร้างการเงินใหม่ โดยจะกู้เงินหมุนเวียนจาก สถาบันการเงิน 4 พันล้านบาท และกู้เงินระยะยาว 8.5 พันล้านบาท มีอายุ 10 ปี ซึ่งวงเงินหนี้ 3 พันล้านบาทจะชำระในปีที่ 10 ระหว่างนั้นจะมีการชำระหนี้เฉลี่ยปีละ 500 ล้านบาท

รวมทั้งบริษัทฯจะออกดีอาร์หุ้นสามัญ 3 พันล้านบาท และดีอาร์หุ้นกู้แปลงสภาพด้อยสิทธิ มูลค่า 4 พันล้านบาท รวมทั้งหมด 7 พันล้านบาท โดยดีอาร์หุ้นสามัญบางจากจะเสนอขายให้ประชาชน นักลงทุนสถาบัน และผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิเป็นเจ้าของในราคาหุ้นละ 13 บาท กำหนดวันจองซื้อระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม คาดว่าจะเทรดซื้อขายได้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 ส่วน ดีอาร์หุ้นกู้แปลงสภาพ จะเสนอขายกับนักลงทุน สถาบันในวันที่ 28 มกราคม โดยมีอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3 คาดว่าจะเทรดซื้อขายใน Thai BDC วันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งหุ้นดีอาร์ทั้ง 2ประเภท ทางกระทรวงการคลังจะค้ำประกันเงินต้น

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นบางจากเดิม สามารถแลกหุ้น สามัญดีอาร์ได้ในอัตราส่วน 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 9 หุ้นดีอาร์ และมีสิทธิจองซื้อหุ้นดีอาร์เพิ่มทุนเพิ่มเติมอีก 4 หุ้นดีอาร์ใหม่ โดยจะเปิดให้แลกเป็นหุ้นสามัญดีอาร์ระหว่างวันที่ 20-22 มกราคมนี้ ซึ่งนักลงทุนใดที่ต้องการใช้สิทธิแปลงหุ้นสามัญเดิมเป็นหุ้นดีอาร์และรับสิทธิซื้อหุ้นดีอาร์บางจาก เพิ่มเติม ก็ควรซื้อหุ้นที่กระดานก่อนวันที่ 14 มกราคมนี้ มิฉะนั้นจะแลกเป็นหุ้นดีอาร์ไม่ทันตามกำหนด โดยหุ้นBCPที่ไม่ได้แปลงเป็นหุ้น ดีอาร์นั้น จะยังคงซื้อขายหุ้นในกระดานปกติเหมือนเดิม แต่ไม่ได้รับการคุ้มครองเงินต้นจากกระทรวงการคลังเท่านั้น

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us