ปตท.สผ.เปิดแผน การดำเนินงาน 5 ปี ใช้เงินลงทุนและค่า ใช้จ่ายทั้งสิ้น 120,800
ล้านบาท โดยปีนี้จะใช้เงินลงทุน 35,000 ล้านบาท โดย ใส่เงินลงทุนในโครงการบงกช
ไพลินและยาดานา รวมทั้งโครงการอาทิตย์ ที่ คาดว่าจะลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซฯได้เร็วๆนี้
นายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด
มหาชน (ปตท. สผ.) เปิดเผยแผนการดำเนินงาน 5 ปี (2547-2551)ว่า บริษัทฯได้ประมาณการ
เงินลงทุน (Capital Expenditures) และค่าใช้จ่าย (Operating Expenditures) ของบริษัทฯ
และบริษัทย่อย 5 ปี เป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 120,800 ล้าน บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีการปรับปรุงเพื่อ
ให้สอดคล้องกับแผนงานล่าสุด
ปัจจุบันบริษัทฯมีโครงการทั้งสิ้น 21 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการ หลักที่อยู่ในระหว่างการผลิต
อันได้แก่ โครงการบงกช โครงการไพลิน โครงการ ยาดานา โครงการเยตากุน และโครงการ
เอส 1 คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 43 ของประมาณการเงินลงทุนและค่าใช้ จ่ายทั้งหมด
2.โครงการที่คาดว่าจะสามารถเริ่ม การผลิตในอนาคต ได้แก่ โครงการอาทิตย์ โครงการเจดีเอ
คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 38 ของประมาณการเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมด และ
3.โครงการที่อยู่ระหว่างการสำรวจ ได้แก่ โครงการแปลง 9-2 และ 16-1 โครงการแปลง
44
สำหรับโครงการลงทุนในปีนี้ จะใช้เงินในการลงทุนและการค่าใช้จ่ายประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท
โดยนำไปใช้ในโครงการดังต่อไปนี้ คือ โครงการบงกช บนพื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์ การ
ขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 535 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายในแผนการพัฒนาสำหรับการปรับปรุงแท่น
หลุมผลิต 2 แท่น และก่อสร้างแท่นหลุม ผลิตเพิ่ม 3 แท่น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการ เจาะหลุมประเมินผลจำนวน
4 หลุม
โครงการไพลิน การขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 343 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยมีแผนที่จะสร้างแท่นผลิต
2 แท่น และเจาะหลุมผลิตจำนวน 27 หลุม
โครงการยาดานา การขายก๊าซธรรมชาติ เฉลี่ย 646 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดย จะมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาพัฒนาแหล่ง
ก๊าซเซน และค่าก่อสร้างแท่นอุปกรณ์เพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติ
โครงการเยตากุน ประมาณการขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 270 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแท่นผลิต
และเจาะหลุมผลิตจำนวน 4 หลุม และคาดว่ากำลังผลิตจะเพิ่มเป็น 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในต้นปี
2548
โครงการเอส 1 ประมาณการขาย น้ำมันดิบเฉลี่ย 17,575 บาร์เรลต่อวัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้อสัดส่วนเพิ่ม
รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเจาะหลุมประเมินผลจำนวน 2 หลุม และหลุมผลิตจำนวน 9 หลุม
ส่วนโครงการที่คาดว่าจะสามารถ เริ่มการผลิตในอนาคต คือโครงการอาทิตย์ ซึ่งมีแผนจะเริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในกลางปี
2549 ที่กำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยจะมีค่าใช้จ่ายประกอบด้วย
ค่าใช้จ่ายในการออกแบบทางวิศว-กรรม ค่าก่อสร้างแท่นผลิตจำนวน 1 แท่น และแท่นหลุมผลิตจำนวน
5 แท่น นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการเจาะหลุม สำรวจจำนวน 2 หลุม หลุมประเมินผล
จำนวน 8 หลุม ทั้งนี้คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติภาย ในไตรมาสที่
1 ของปี 2547
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเจดีเอ คาดว่าจะเริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในปี 2551 ที่กำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ
250 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยจะมีค่า ใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นค่าติดตั้งอุปกรณ์ ในการผลิต